หนัง 10+1 เรื่องที่จะช่วยคลายเหงาหน้าฝน
หนัง 10+1 เรื่องที่จะช่วยคลายเหงาหน้าฝน
Events

หนัง 10+1 เรื่องที่จะช่วยคลายเหงาหน้าฝน

แนะนำหนัง 10 เรื่อง และอีก 1 เรื่องใหม่ล่าสุด ที่คอหนัง (ขี้เหงา) ตัวจริงห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะใครที่ยังไม่ได้ดูนี่ถือว่าเอาท์แบบสุดๆ

หน้าฝนนี้จะไม่เหงาอีกต่อไปเพราะภาพยนตร์ 10 เรื่องนี้จะทำให้หน้าฝนเป็นช่วงเวลาที่สดใสขึ้น กับหนังครบรส 10 เรื่องที่คอหนังห้ามพลาด และอย่าลืมอีก 1 เรื่องที่คุณต้องจับตาดู!!

1. The Crown

ซีรี่ส์เรื่องดังของ Netflix ที่พูดถึงเรื่องราวของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ตั้งแต่ปี 1947 จนถึงปัจจุบัน มีการดำเนินเรื่องอย่างสนุกสนาน น่าติดตาม จนเรียกได้ว่าใครที่ได้ดูตอนแรกแล้ว จะไม่สามารถหยุดได้เลยล่ะ! ในซีรี่ส์ได้เล่าเรื่องตั้งแต่ พระราชพิธีอภิเษกสมรสของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 กับเจ้าชายฟิลิป จนกระทั่งสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 พระราชบิดาเสด็จสวรรคต เจ้าหญิงเอลิซาเบธ (พระยศในขณะนั้น) จึงได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ขณะมีพระชนมายุได้เพียง 25 พรรษา และจากนั้นก็ได้เล่าถึงอัตชีวประวัติของพระองค์เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ซีรี่ส์เรื่องนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องราวของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงการเมือง วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของอังกฤษอีกต่างหาก ซึ่งถือเป็นซีรี่ส์ประวัติศาสตร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งปี 2017

2. The Intern 


มาต่อกันด้วยหนังน่ารักๆ อย่าง The Intern เป็นเรื่องราวของชายชราวัย 70 ปี ที่เบื่อหน่ายกับการใช้ชีวิตอย่างไร้จุดหมาย จึงได้สมัครเป็นเด็กฝึกงานในบริษัทของ ‘จูลส์’ ผู้ก่อตั้งธุรกิจ startup ที่ประสบความสำเร็จภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว เนื้อเรื่องมีความสนุกตรงที่ว่า จูลส์  ที่อายุน้อยกว่าเบ็น หลายสิบปี กลับกลายมาเป็นหัวหน้าของเบ็น ขณะที่เบ็นเองอายุกว่า 70 ปี กลับมาสมัครงานเป็นเด็กฝึกงานซะงั้น The Intern เป็นหนังครอบครัวที่ดูแล้วให้ความอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก อีกทั้งยังมีแนวคิดที่เข้าใจง่ายเป็นหนังที่เหมาะกับผู้ชมทุกวัยและทุกฤดูจริงๆ

นักแสดงนำสาวที่รับบทเป็นจูลส์ บอสสาวมั่นในครั้งนี้ได้แก่ แอนน์ แฮธาเวย์  ที่แสดงได้อย่างเป็นธรรมชาติและเข้าถึงบทบาทได้อย่างคาดไม่ถึง สมทบด้วย โรเบิร์ต เดอ นิโร รับบทเป็นเบ็นชายชราวัย 70 ปี ที่มีความอบอุ่น มีเมตตา เข้ากับเพื่อนร่วมงานได้อย่างดีแม้จะอยู่ในช่วงวัยที่ต่างกัน ซึ่งโรเบิร์ตก็แสดงออกมาได้อย่างดีเยี่ยมเช่นกัน อีกทั้งผู้กำกับหญิงมากความสามารถอย่าง แนนซี่ เมเยอรส์ ที่ทำให้หนังเรื่องนี้ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีที่ติเลยทีเดียว

3. The Danish Girl  

ภาพยนตร์ดราม่าโรแมนติกที่ต้องบอกว่าเข้าถึงอารมณ์แบบกระชากใจสุดๆ มีเนื้อเรื่องที่ดูแล้วเลือกไม่ถูกเลยจริงๆ ว่าควรจะสงสารใครดี The Danish Girl เป็นหนังที่ทรงคุณค่า เพราะตัวหนังได้อธิบายความคิดและความยากลำบากของการเป็นคนข้ามเพศได้ดี ไม่เพียงแค่ในด้านของการแสดงออกเท่านั้น แต่ยังอธิบายถึงความสับสนของตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง อีกทั้งปัจจัยอื่นๆ ที่เป็นอิทธิพลเหนือความคิดของตัวละคร ทั้งความคิดของคนรอบตัว คนรัก และการยอมรับของคนในสังคม เป็นเรื่องยากที่ลิลี่ต้องเผชิญ และเชื่อว่าคนข้ามเพศทุกคนต้องเคยพบเจอปัญหาเหล่านี้ด้วยเช่นกัน แต่หนังเรื่องนี้ไม่ได้มีดีแค่การถ่ายทอดเรื่องเพศเท่านั้น ยังมีความรักโรแมนติกที่ทำให้ผู้ชมต้องซึ้งน้ำตาตกแบบหยุดไม่ได้เลยล่ะ

เอ็ดดี้ เรดเมย์น นักแสดงชายแท้ที่ต้องรับบทเป็นลิลี่ ชายหนุ่มที่มีร่างชายหัวใจเป็นหญิง ที่ดูแล้วต้องบอกว่า เอ็ดดี้ได้ทิ้งความแมนไปแล้วจริงๆ เขาแสดงได้อย่างแนบเนียนจนเชื่อได้ว่า ความนุ่มนิ่ม อ่อนน้อมที่เผย ออกมานั้นเป็นเพราะเขาเชื่อจริงๆ  ว่าตัวเองเป็นผู้หญิงไปแล้ว ขณะที่ อลิเซีย วิกันเดอร์ ที่รับบทเป็นภรรยาของ ไอนาร์ ก็แสดงได้อย่างดีเวอร์ ดูแล้วอดไม่ได้เลยที่จะชื่นชมความตั้งใจของเธอ

4. Love, Rosie  

นิยายรักโรแมนติกที่กลายมาเป็นหนังรักวัยรุ่นแนวแอบรัก ที่ดูแล้วต้องบอกเลยว่าอดที่จะลุ้นตามไม่ได้เลยจริงๆ หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ เพื่อนสนิทที่แอบรักเพื่อน พล็อตหนังที่ทุกคนคงเคยชินกันมาแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้แตกต่างคือ  Love, Rosie เป็นหนังรอมคอมที่ Must Watch! โดยเฉพาะวัยรุ่นที่เข้าสู่ช่วงวัยที่ยังสับสน และยังไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน หนังจะช่วยเติมเต็มความคิดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น หรือช่วงวัยกลางคนที่เมื่อดูหนังแล้วมองย้อนกลับมาก็จะสะท้อนความคิด ความเข้าใจของตัวเองตอนเด็ก เรียกได้ว่าเหมือนย้อนวันวานเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้หนังยังสะท้อนภาพของสังคมวัยรุ่นออกมาได้ดี มีข้อเตือนใจในการดำเนินชีวิตของวัยรุ่นที่ต้องระวัง รวมถึงมิตรภาพของเพื่อนต่างเพศที่ไม่ได้ออกมาในรูปแบบของความสัมพันธ์แบบคนรัก หรือแฟนเท่านั้น แต่ยังเล่าถึงมิตรภาพฉันเพื่อนได้ดีอีกด้วย ใครเหงาหรืออกหักในหน้าฝนแบบนี้หนังเรื่องนี้จะช่วยคุณได้อย่างแน่นอน

5. The Pursuit of Happyness  

หนังสร้างแรงบันดาลใจ ที่มาจากชีวิตจริงของ คริส การ์ดเนอร์ สุดยอดนักขายที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา แต่ก่อนที่จะประสบความสำเร็จนั้นชีวิตของเขาล้มลุกคลุกคลานมาหลายครั้งอย่างนับไม่ถ้วน ทั้งทำธุรกิจไม่สำเร็จ มีหนี้สิน แถมภรรยายังขอแยกทางและทิ้งเขาไว้กับลูกชายวัย 5 ขวบที่ยังไม่รู้ประสีประสา นอกจากจะต้องลุกขึ้นหางานอีกครั้ง เขายังมีภาระอันหนักอึ้งคือการดูแลลูกชายตัวเล็กของเขาให้ผ่านพ้นช่วงเวลาแสนยากลำบากนี้ไปให้ได้

หนังเรื่องนี้ยังเพิ่มความสมจริงด้วยการนำ วิล สมิธ และลูกชายแท้ๆ ของเขา เจเดน สมิธ มาแสดงร่วมกันในบทพ่อลูกอีกด้วย  ซึ่งก็ไม่ทำให้คนดูผิดหวังจริงๆ เพราะนักแสดงสื่ออารมณ์ออกมาได้อย่างเต็มที่ ทำเอาคนดูสงสารพร้อมเอาใจช่วยไปในเวลาเดียวกัน ถ้าหากใครกำลังรู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง ต้องหยิบหนังเรื่องนี้ขึ้นมาดู HELLO! เชื่อว่า The Pursuit of Happyness จะช่วยผลักดันกำลังใจและความสำเร็จของคุณให้เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน

6. The Devil Wears Prada  

หนังในดวงใจของใครหลายคนที่ดูซ้ำแล้วซ้ำอีกได้ไม่เบื่อ เพราะเนื้อเรื่องสนุก เบาสมอง และที่สำคัญคือ แซบ! มากกก ใครที่ยังไม่เคยดูบอกเลยว่าต้องรีบดูด่วน ไม่ใช่แค่ความสนุกเท่านั้น แต่หนังยังถ่ายทอดถึงค่านิยม อุดมการณ์ และความใฝ่ฝันของผู้หญิงที่แตกต่างกันอีกด้วย

แอนน์ แฮธาเวย์ รับบทเป็น แอนเดรีย หญิงสาวผู้โชคดีที่ได้ทำงานตำแหน่งผู้ช่วย มิแรนด้า รับบทโดย เมอรีล สตรีป บรรณาธิการหนังสือเรื่องเยอะที่พร้อมจะปรี๊ดแตกใส่ทุกคนตลอดเวลา จะบอกว่าการจับคู่ในหนังครั้งนี้ทำให้รู้ว่า แอนน์ แฮธาเวย์ และ เมอรีล สตรีป เคมีลงตัวกันอย่างสุดๆ ความร้ายของเมอรีลถูกขจัดอย่างสิ้นลายด้วยรอยยิ้มสวยๆ ของ แอนน์ แฮธาเวย์ นอกจากนี้ยังจะได้เห็นการแต่งตัวแบบจัดเต็มของ แอนน์ แฮธาเวย์ เจ้าแม่ไฮแฟชั่นประจำนิตยสารรันเวย์ที่พลาดไม่ได้อีกด้วย เผลอๆอาจจะได้ไอเดียแต่งเปรี้ยวในฤดูฝนก็ได้นะ!

7. Begin Again   

หนัง Musical แนวโรแมนติก ที่พูดถึงเรื่องราวของวงการเพลง ที่มีทั้งขาขึ้นและลง แล้วแต่ช่วงเวลาของชีวิต ซึ่งจะบอกว่าเป็นหนัง feel good ก็ไม่เชิงเพราะหนังก็มีทั้งแง่มุมที่แฮปปี้และดราม่าไปพร้อมๆ กัน เป็นหนังที่ดูแล้วให้อารมณ์ความรู้สึกเหมือนเป็นหนังชีวิต และหลังจากดูจบแล้วจะรู้สึกอยากอยู่กับตัวเอง ลองคิดอะไรเงียบๆ คนเดียวดูสักพัก

Begin Again มีนักแสดงนำอยู่สามคน ได้แก่ เคียร่า ไนต์ลีย์, อดัม เลอวีน และ มาร์ค รัฟฟาโล ซึ่งแต่ละคนได้แสดงฝีมือในการร้องเพลง เล่นดนตรีได้อย่างสุดยอด แต่ละเพลงในหนังนั้นไพเราะ และมีความหมายที่ดีสุดๆ เชื่อว่าหลายคนคงเคยฟังเพลง Lost star ที่ร้องโดย อดัม เลอวีน ที่นอกจากจะเพราะสุดๆ แล้วยังมีความหมายที่น่าประทับใจมากๆ อีกด้วย และอีกหลากหลายเพลงดัง เช่น  A step You Can’t Take Back – เคียร่า ไนต์ลีย์, Like a Fool – เคียร้า ไนต์ลีย์, Tell me if you wanna go home  - เคียร่า ไนต์ลีย์, A Higher Place - อดัม เลอวีน, Coming Up Roses – เคียร่า ไนต์ลีย์, No One Else Like You - อดัม เลอวีน ที่การันตีได้เลยว่าแค่เข้าไปฟังเพลงก็คุ้มค่าแก่การดูแล้ว ยิ่งหน้าฝนอารมณ์ครึ้มๆแบบนี้นั่งฟังเพลงคงช่วยเยียวยาจิตใจได้ดีไม่เบาเลย

8. Sex and the City  

หนังที่พูดถึงเรื่องราวของสี่สาว แคร์รี่ (ซาร่าห์ เจสสิก้า พาร์กเกอร์), ซาแมนธ่า (คิม แคตทรอลล์), ชาร์ล็อตต์ (คริสติน เดวิส) และ มิแรนด้า (ซินเธีย นิกสัน) สี่สาวที่เจอปัญหาชีวิตแตกต่างกันไป โดยแต่ละคนจะต้องหาวิธีที่การแก้ปัญหา เพื่อหาทางออกให้กับตัวเองให้ได้ดีที่สุด ความน่ารักและน่าติดตามของหนังเรื่องนี้อยู่ที่ ความสัมพันธ์ที่หนักแน่นของสี่สาว ที่ไม่ว่าพวกเธอจะผ่านเรื่องเลวร้ายหรือเจออะไรที่หนักใจมา พวกเธอก็ยังมีเพื่อนๆ ที่คอยสนับสนุนและให้กำลังใจกันและกันเสมอ นอกจากนี้ทุกคนยังพยายามช่วยเหลือกันโดยเป็นที่ปรึกษาที่ดีและคอยนำโอกาสที่ดีมาให้เพื่อนเสมอ นี่แหละที่เขาเรียกกันว่า เพื่อนแท้  ถ้าหากใครมีเพื่อนสาวรู้ใจเหมือนกับสี่สาวในเรื่อง  Sex and the City  อย่าลืมควงเพื่อนมานั่งดูหนังและอินไปกับเหล่าบรรดาสาวๆในเรื่องนี้ด้วยนะ!

9. The Lobster  

หนังอินดี้ แนวดิสโทเปียแบบแอบเสิร์ด หรือจะเรียกอีกอย่างว่าเป็นหนังตลกร้ายเลยก็ว่าได้ เนื้อเรื่องเกี่ยวกับโลกในอนาคตที่มองว่าการไม่มีคู่เป็นเรื่องผิดกฎหมาย! แค่เริ่มต้นมาก็น่ากลัวแล้ว แต่ยังไม่จบ เพราะคนโสดทั้งหลายจะถูกจับไปอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่รวมตัวของบรรดาคนโสด เพื่อตามหาคู่ของตนเอง และเมื่อใครที่หาคู่ได้ก็จะถูกส่งกลับไป แต่หากใครที่หาคู่ไม่ได้จะกลายเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่สามารถเลือกได้ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาในโรงแรม โดย เดวิด หนุ่มโสดของเรานั้น ได้เลือกเป็นเจ้าล็อบสเตอร์ สัตว์โลกที่เหลือจำนวนน้อย อีกทั้งการใช้ชีวิตในโรงแรมยังเป็นเรื่องซับซ้อน มีกฎเยอะแยะที่ฟังแล้วต้องงงกันไปข้างหนึ่งเลย ใครที่อยากลองดูหนังอินดี้ที่เข้าใจไม่ยากมาก แนะนำเรื่องนี้เลย

ยอร์โกส ลันธิโมส คือผู้กำกับและผู้ร่วมเขียนบทชาวกรีกในหนังเรื่อง The Lobster ทำให้หนังออกมามี Mood and Tone ที่เงียบขรึม เย็นชา ตัวละครทุกตัวดูเหมือนไร้อารมณ์ แต่กลับดึงความสนใจของคนดูได้อย่างประหลาด อีกทั้งนักแสดงนำอย่าง โคลิน ฟาร์เรล ที่แสดงหนังได้ดีจนเรียกได้ว่า เกือบจะเป็นบทที่เขาแสดงได้อย่างสมบทบาทมากที่สุดบทหนึ่งเลย และ ราเชล ไวซ์ หนึ่งในหญิงสาวในเรื่อง ที่มีเคมีเข้ากันอย่างบอกไม่ถูกทำให้หนังออกมาโรแมนติกแบบแปลกๆ ดูจบแล้วยังอึ้ง ทึ่ง ในทั้งความสามารถของผู้กำกับ ทีมเขียนบท และนักแสดง เรื่องนี้ดีจริงๆ เชียร์ให้ทุกคนไปดู!!

10. 13 Reasons Why

 

อันดับสุดท้าย ยกให้ 13 Reasons Why  ซีรี่ส์ยอดฮิตใน Netflix ที่เชื่อว่าทุกคนคงเคยได้ยินชื่อหรือผ่านตากันมาแล้ว ในเรื่องพูดถึง 13 เหตุผลที่ทำให้หญิงสาวคนหนึ่งต้องฆ่าตัวตาย โดยเล่าผ่านเครื่องบันทึกเสียงที่ถูกส่งต่อกันไปเรื่อยๆ เป็นซีรี่ส์ที่สะเทือนอารมณ์มากเรื่องหนึ่งเลย เพราะการดำเนินเรื่องของหนังจะทำให้คนดูลุ้นจนเหงื่อตก พร้อมกับรู้เรื่องราวมากขึ้นเรื่อยๆ ในทุกตอน จนเมื่อถึงตอนจบทุกคนจะต้องร้องว้าวกันอย่างแน่นอน  และที่สำคัญคือ ซีรี่ส์เรื่องนี้กำลังจะออก season 2 กันแล้วนะ ถ้าใครยังไม่ได้ดู season แรกรีบไปดูด่วนๆ เลย!!

ซีรี่ส์แนวไฮสคูลเรื่องนี้ไม่ได้เป็นซีรี่ส์ใสใสทั่วไป แต่เป็นซีรี่ส์ที่ทำให้คนดูฉุกคิดได้ว่า บางครั้งเราอาจกำลังทำร้ายคนอื่นอยู่ บนพื้นฐานการไม่คิดอะไร หรือเห็นเป็นเรื่องเล็กๆ อีกทั้งเรื่องการกลั่นแกล้งด้วยวาจา การล้อเลียน ลวนลาม และ เรื่องสนุกต่างๆ ของมัธยม ซึ่งอาจเป็นเรื่องทุกข์ใจของเด็กคนหนึ่งก็ได้ โดยหนังเรื่องนี้เกิดจากบาดแผลภายในใจของเด็กสาวที่ถูกคนรอบตัวทำร้ายทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้เธอรู้สึกอัดอั้นจนนำมาสู่การฆ่าตัวตายในที่สุด ซึ่งนอกจากจะลุ้นมากๆแล้ว ยังสงสารแฮนนาห์ด้วยที่ต้องมาเจอกับเรื่องเลวร้ายต่างๆในชีวิต และต้องจบชีวิตของตัวเอง เพราะการกระทำที่ขาดความยั้งคิดในของคนรอบๆ ตัวเธอ

Netflix ประกาศ มิเชล-บารัค โอบาม่า เตรียมสร้างหนังอย่างเป็นทางการ!!

อีกหนึ่งเรื่องที่อยากจะฝากไว้ให้ตื่นเต้นสำหรับคอหนัง Netflix ให้เตรียมตัวไว้ให้ดีสำหรับ หนังเรื่องใหม่ล่าสุด ที่จัดทำโดย บารัค โอบามา และ มิเชลล์ โอบามา โดยเรื่องเซอร์ไพรส์อยู่ตรงที่ว่า จะเป็นคอนเทนต์เกี่ยวกับอะไรนั้นยังมิอาจทราบได้ ดังนั้นสามารถเป็นไปได้ทุกอย่างทั้ง ซีรี่ส์สคริป ซีรี่ส์ไม่มีสคริป ซีรี่ส์แนวสารคดี และ ภาพยนตร์ แต่ที่แน่ๆ คือ บารัค และมิเชลล์ ได้เปิดเผยแบบเล็กๆ ว่า พวกเขากำลังเตรียมทำซีรี่ส์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ชม ซึ่งทั้งสองคนก็ยอมรับว่าพวกเขาตื่นเต้นแบบสุดๆ ที่จะได้ร่วมงานกับ Netflix และเชื่อว่า ซีรี่ส์ที่พวกเขากำลังจะสร้างขึ้นจะทำให้ผู้ชมทั่วโลก เกิดแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต และรับรู้เรื่องราวของพวกเขามากขึ้น  แต่ก็แอบมีเสียงแว่วมาว่า บางทีการที่บารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีและภรรยา ประกาศจะสร้างภาพยนตร์นั้นอาจจะเพื่อเปิดช่องทางให้ตนเองได้มีโอกาสได้ถกประเด็นในเรื่องต่างๆ ของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ก็เป็นได้ แต่ก็ยังไม่มีใครรู้ความจริงเนอะ ฉะนั้นจับตาดูกันดีๆเลยว่า ซีรี่ส์ของบารัค-มิเชลล์ โอบามา จะออกมาเป็นแนวไหนกันแน่

............................................................................................................................................

Photo Credit : www.imdb.com