ค้นหาตัวตนในทางของตนเอง แบบฉบับ คุณเต้-ศักดิ์สิทธิ์ และคุณยุ่ย-พิสิฐ แห่ง Tube Gallery
ค้นหาตัวตนในทางของตนเอง แบบฉบับ คุณเต้-ศักดิ์สิทธิ์ และคุณยุ่ย-พิสิฐ แห่ง Tube Gallery
Exclusive Interviews

ค้นหาตัวตนในทางของตนเอง แบบฉบับ คุณเต้-ศักดิ์สิทธิ์ และคุณยุ่ย-พิสิฐ แห่ง Tube Gallery

สร้างสไตล์ที่เป็นตัวเอง ทำข้อดีให้เหนือกว่าข้อด้อย จนได้สิ่งที่สมบูรณ์แบบที่เป็นเอกลักษณ์

คุณเต้-ศักดิ์สิทธิ์ พิศาลสุพงศ์ และคุณยุ่ย-พิสิฐ จงนรังสิน สองดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้ง Tube Gallery แบรนด์ที่สามารถหลอมรวมแฟชั่นและวัฒนธรรมให้เป็นหนึ่งเดียว พร้อมที่จะฉีกทุกกฎเกณฑ์ของการดีไซน์ ให้เสื้อผ้าทุกชิ้นออกมาเป็นสไตล์ของตัวเองอย่างน่าจดจำ จนกลายเป็นตัวแทนของนิยามคำว่า “The Individual” ในแบบฉบับของ BMW กับบทสัมภาษณ์ที่อาจสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับคุณได้ค่ะ

คุณเต้กล่าวว่า ความสนใจด้านแฟชั่นของตนนั้นเป็นความรักความชอบส่วนตัว เวลาที่ดูหนังดูละครก็จะสนใจดูเรื่องการแต่งตัวก่อน หรือเวลาดูแฟชั่นตามนิตยสารก็จะดูว่าใครเป็นดีไซเนอร์ ใครขึ้นปก ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นความชอบที่เติบโตมาพร้อมกับตัวเอง ในขณะที่คุณยุ่ยบอกว่า ความสนใจเรื่องแฟชั่นมีติดตัวมาตั้งแต่เด็ก เพราะคุณแม่เป็นครูสอนตัดเสื้ออยู่ที่ร้านพรศรีจึงได้คลุกคลีจนซึมซับอยู่ในสายเลือด ประกอบกับสมัยเรียนทั้งคุณยุ่ยและคุณเต้ได้เรียนทางด้านศาสตร์ของเธียเตอร์ จึงได้ปูพื้นฐานทางด้านเสื้อผ้ามาแล้วในระดับหนึ่ง แม้จะไม่ได้เรียนทางด้านแฟชั่นมาโดยตรง

เมื่อถามถึงวิธีการหาความเป็นตัวตนของตัวเอง คุณเต้บอกว่า "ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของเวลาที่ค่อยๆ เพาะบ่มคำว่า “Individual” หรือ “ตัวตน” สำหรับเราทั้งคู่ เราใช้เวลากับมันพอสมควร เพราะเราไม่ได้เรียนมา อาศัยครูพักลักจำ อย่างเช่นช่วงแรกของการทำให้เนื้องานออกมาน่าสนใจ น่าตื่นเต้น มันไม่เหมือนกันสักครั้ง เพราะพวกเรายังไม่เจอตัวตนของตัวเอง จริงๆ แล้วมันคือเรื่องของเวลา” ส่วนคุณยุ่ยก็เสริมว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำงานของผมเลยคือ ทำในสิ่งที่เรารักและเชื่อมั่นในตัวตนของเราเอง เพราะถ้าเกิดเราไปลอกงานจากคนอื่น ท้ายที่สุดมันก็ไม่มีความเป็นตัวตนของเราอยู่ ฉะนั้นถ้าเราทำในสิ่งที่เรารักและเราหาตัวตนของเราเจอเมื่อไหร่ เมื่อนั้นเราจะรู้ว่าเราจะเอาอะไรไปสู้กับคนอื่นเขาได้”

สิ่งที่ทำให้ทั้งสองอยากมาทำงานด้านแฟชั่น คุณยุ่ยบอกว่า การที่ได้เห็นคุณแม่ทำงานเกี่ยวกับแพทเทิร์นเสื้อ จึงทำให้รู้ว่างานด้านนี้มีคุณค่าทั้งในด้านศิลปะและการแต่งกาย ทำให้รู้สึกว่าน่าค้นหา คุณเต้เสริมอย่างน่าสนใจว่า "ผมมีความรักอยู่ 2 อย่าง นั่นคือการละคร แต่ในขณะเดียวกันก็ชอบเรื่องของแฟชั่น ณ วันนี้ Tube Gallery ก็มีโอกาสได้ทำทั้ง 2 อย่าง นั่นคือการออกแบบเสื้อผ้าที่ใช้ในการละครทั้งในและต่างประเทศ เพราะฉะนั้นความรักความชอบมันคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้เราเดินมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าเราจะไม่รับการฝึกฝนหรือเรียนรู้มาในรูปแบบที่มีระเบียบแบบแผนมา”

กว่าจะเป็นสไตล์ที่ใช้สำหรับ Tube Gallery คุณเต้และคุณยุ่ยยอมรับว่าแรกๆ นั้นมีความฟุ้งซ่านมากมาย และต้องอาศัยคนรอบข้างที่ช่วยบอกว่า ความฟุ้งซ่านแบบไหนที่ใช้ได้ ดังนั้นคนรอบข้างและกาลเวลา จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการปั้นตัวตนของแบรนด์ขึ้นมาได้ ซึ่งนอกจากเวลาแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือใจรักและการทุ่มเท ที่จะกล้าลองผิดลองถูกจนประสบผลสำเร็จ

ดังนั้นคุณเต้จึงมั่นใจว่า การเป็นตัวของตัวเองนั้นมีข้อดีอย่างยิ่ง "ในเรื่องการทำงานดีไซน์ ถ้างานที่ทำออกมาแล้วมีคนพูดว่า สวยนะ! แต่เคยเห็นแล้ว งานนั้นจะด้อยค่าขึ้นมาทันที มันเกิดขึ้นมาแล้วกับตัวเรา เวลาเราทำงานมันจะต้องมีจุดที่ทุกคนมองมาแล้วเห็นเลยว่านี่แหละคือเรา เป็นตัวตนเราเป็นเอกลักษณ์ของเราเองจริงๆ ฉะนั้นเราจะต้องทำให้คนเห็นให้ได้ว่า สิ่งนี้คืองานที่เกิดจากการ Creativity ที่แท้จริง”

Tube Gallery

ซึ่งก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งคู่รู้สึกไม่ดีกับกระแสตอบรับอยู่บ้างเหมือนกัน แต่ทั้งคุณเต้และคุณยุ่งก็สามารถรับมือกับเหตุการณ์นั้นและสามารถผลักดันความเป็นตัวตนขึ้นมาได้ คุณเต้เล่าให้เราฟังว่า “ตอนที่เราทำเสื้อผ้าแรกๆ มีคนพูดว่า 'จะใส่ได้จริงเหรอ' แบบสุภาพที่สุดแล้ว จริงๆ แล้วคือจะบอกว่าสวยนะ แต่ใส่ไม่ได้ หรือมีคำที่บอกว่า 'ใครจะใส่' เหมือนเป็นการถูกตราหน้า ซึ่งอันนี้เป็นแรงผลักดันว่า เราจะทำยังไงให้ "กฎไม่มีกฎ" หรือ Maximalism ที่เราอยากจะเป็นตัวของเรา มันอยู่ในกรอบที่คนยังใส่ได้ สวยและไม่เหมือนใคร กว่าที่จะหาตรงนี้เจอคือต้องใช้เวลาทำงานถึงจะเจอ ซึ่งมันไม่ได้จะเจอภายใน 3 วัน 5 วัน ใช้เวลาพอสมควรกว่าจะเจอ และมันถูกขัดเกลาโดยคนรอบข้างว่าอะไรใช้ได้จริง ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในดุลพินิจของเราว่าต้องเชื่อไหม หรือจะเอาไปพัฒนาต่อไหม”

คุณเต้แนะนำคนที่อยากค้นหาตัวตนของตัวเองให้เจอว่า "ให้ใช้เวลากับตัวเอง ว่าตัวเองชอบอะไร ชอบอะไรก็ทำอย่างนั้น ทำจนกว่าจะเจอ มันไม่มีทางที่จะได้มาง่าย ไม่มีใครขายให้คุณ คุณต้องไปหาเอาเอง” ซึ่งคุณยุ่ยเสริมขึ้นอีกว่า "ถ้ามีความฝันก็ทำเลย อย่าให้ความฝันมันอยู่ได้แค่ในความคิด เพราะไม่อย่างนั้นคนอื่นจะวิ่งนำเราไปก่อน เราต้องทำมันออกมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อหาจุดยืนในสังคม"

Tube Gallery

ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของคติพจน์ประจำใจของทั้งคุณเต้และคุณยุ่ยที่ว่า “Be yourself, everyone else is already taken” เพราะเชื่อว่าตัวเราไม่สามารถเป็นคนอื่นได้ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือ ความเชื่อมั่น และต้องรู้จักทั้งข้อดีและข้อเสียของตัวเอง ต้องรู้ว่าจะทำอย่างไรให้ข้อดีเหนือกว่าข้อด้อย และต้องเชื่อมั่นว่าทำได้ และจะทำให้ได้

ความเป็นตัวของตัวเอง และตั้งใจทำให้ผลงานโดดเด่นจนTube Gallery กลายเป็นแบรนด์ดังที่ใครๆ ก็กล่าวขาน ทำให้ทั้งคู่เหมาะสมกับคำว่า “The Individual” ในแคมเปญ EXPERIENCE THE 7 จาก BMW เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ได้อย่างแท้จริง