ลูกไม้ใต้ต้นของซูเปอร์มัม ดร.ผ่องพรรณ – นิธิชัย – ศุภโชค ไพพรรณรัตน์
Exclusive Interviews

ลูกไม้ใต้ต้นของซูเปอร์มัม ดร.ผ่องพรรณ – นิธิชัย – ศุภโชค ไพพรรณรัตน์

ความแตกต่างของสองพี่น้องที่กลายเป็นความลงตัว

หากพูดถึงบทบาทของนักธุรกิจหญิง ดร.ผ่องพรรณ ไพพรรณรัตน์ เจ้าของอาณาจักรแบรนด์ Go Hair พิสูจน์แล้วว่าเธอเป็นหญิงแกร่งที่สามารถบุกตลาดผลิตภัณฑ์ความงาม จนประสบความสำเร็จมานานกว่า 19 ปี ไม่เพียงแต่เรื่องงานเท่านั้นที่เธอมุ่งมั่น กับบทบาทความเป็นแม่ของลูกชายทั้งสอง คุณไตเติ้ล-นิธิชัย และคุณโต๊ด-ศุภโชค เธอก็ทุ่มเทให้เกินร้อย

นอกเหนือจากการเป็นผู้บริหารหญิงเก่งแล้วบทบาทที่ท้าทายอีกอย่างในฐานะแม่ของลูกชายทั้งสองที่ ดร.ผ่องพรรณ มีนั้น มีมุมมองความคิดอันกว้างไกล เล็งเห็นประโยชน์ในอนาคตว่าจะเป็นผลดีต่อลูกมากกว่า นั่นคือการส่งลูกเข้าโรงเรียนประจำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายผู้เป็นแม่มากๆ  “ตอนนั้นที่ตัดสินใจส่งลูกๆ ไปอยู่โรงเรียนประจำ ส่วนสำคัญคือเราไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับเขา ถ้ายังให้อยู่บ้าน ก็มีแต่แม่บ้านคอยดูแล เราเป็นแม่ก็ห่วงว่าเขายังเล็ก ยิ่งตอนนั้นโต๊ดยังอยู่อนุบาล พอบ่ายสองเขาก็เลิกเรียนแล้ว เราเองก็กังวลว่างานเรายังไม่เสร็จประกอบกับสามีรับราชการตำรวจ ก็ต้องปฏิบัติภารกิจตลอด จนแทบไม่ได้มีเวลาอยู่บ้าน ดังนั้นโรงเรียนประจำน่าจะเหมาะกับลูกที่สุด”

ดร.ผ่องพรรณ

คุณไตเติ้ลเล่าเสริมว่า “คุณแม่จะโทร.หาพวกเราทุกวันตลอด 9 ปีที่อยู่โรงเรียนประจำที่ศรีราชา ไม่เคยขาดสักวันเดียว เพราะท่านไม่อยากให้เรารู้สึกว่าถูกทิ้งหรือขาดความอบอุ่น สักพักพอมีโซเชียลอย่าง Skype ก็ทำเราก็ได้เห็นหน้ากันทุกวัน แม้แต่ตอนที่ผมและน้องไปเรียนต่อต่างประเทศ คุณแม่ก็ยังทำแบบเดิมไม่ได้ขาด” ทางด้านคุณโต๊ดบอกว่า “ผมจำได้ว่าตอนเข้าไปเรียนอนุบาล 3 นี่ร้องไห้ทุกวัน แต่ก็จะมีพี่ชายและแก๊งเพื่อนคอยช่วยดูแล จนต่อมา เวลามีเด็กเข้าใหม่แล้วร้องไห้ ผมจะเป็นคนเข้าไปปลอบให้ด้วยซ้ำ จริงๆ แล้วถึงไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่พวกเราก็ไม่ได้รู้สึกว่าห่างจากคุณแม่เลย เพราะพอสุดสัปดาห์คุณแม่ก็มารับกลับบ้านตลอด ในทางกลับกัน การเรียนในโรงเรียนประจำ ทำให้เราสามารถดูแลตัวเองได้ อยู่กับตัวเองได้ เวลาไปต่างประเทศก็สามารถไปคนเดียวได้ตั้งแต่เด็ก”

ดร.ผ่องพรรณ

แม้จะเติบโตมาอย่างเพียบพร้อม และคุณพ่อคุณแม่ดูแลอย่างดีไม่เคยขาด แต่เป้าหมายที่อยากให้ลูกๆ ทั้งสองได้เรียนรู้ เข้าใจงาน และธุรกิจที่ครอบครัวทำ ดังนั้นในตอนนี้ที่ทีแรกคุณไตเติ้ลที่กำลังเตรียมสอบเนติบัณฑิต แต่มีอันต้องพักไปเนื่องจากคาบเกี่ยวกับช่วงสถานการณ์โควิด-19 พอดี จึงได้ก้าวเข้ามาช่วยธุรกิจของคุณแม่ โดยคุณไตเติ้ลรับหน้าที่เข้ามาช่วยดูระบบเทคนิคให้กับแบรนด์ Go Hair ของคุณแม่ มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาผสมผสาน เพื่อให้ทุกอย่างดูทันสมัยมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีเรื่องภาพลักษณ์ การขายการตลาด รวมทั้งในส่วนของโรงงานผลิต โดยมีคุณแม่คอยเป็นพี่เลี้ยง ดูแลอยู่ห่างๆ ให้เต็มที่

สำหรับคุณโต๊ด แนวคิดการทำธุรกิจ แทบจะเรียกได้ว่าอยู่ใน DNA ของเขา ซึ่งตั้งแต่ก่อนเรียนจบปริญญาตรีเขาก็เข้ามาช่วยดูแลกิจการ ทั้งยังคิดโปรเจกต์ต่อยอดแบรนด์ออกไปให้ทันสมัยเพราะเนื่องจากมองเห็นช่องว่างและโอกาสของธุรกิจ และยังจับกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นกว่าเดิม จวบจนก่อนเรียนจบปริญญาโทจากอังกฤษ แบรนด์ลูกอย่าง Toseé (อ่านว่า โทซิเอ้) ซึ่งมาจากชื่อของเจ้าตัว ก็เป็นรูปเป็นร่างและเปิดตัวเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยเป็นแบรนด์ลูกในเครือที่ปลุกปั้นและต่อยอดมาจากแบรนด์ Go Hair

อย่างไรก็ตามแม้ลูกๆ จะเข้ามาช่วยงานเต็มตัว แต่ทุกอย่างก็ยังต้องผ่านการอนุมัติจากคุณแม่เสมอ ที่จะคอยช่วยไกด์ให้ทั้งคู่ก้าวไปได้อย่างแข็งแรงและมั่นคง “ที่ห้องทำงานของทั้งคู่ เขาจะมีกระดานไวต์บอร์ดอันใหญ่เบ่อเริ่ม ไว้คอยจดไอเดียต่างๆ ของพวกเขาใส่ลงไป ถ้าวันไหนเห็นแม่ว่าง ก็จะดึงตัวไปขอเวลาพรีเซนต์งาน ซึ่งในบางส่วน แม่จะยังไม่ให้ผ่าน ถึงจะนำเสนอเยอะมากเยอะจนคุณแม่บอกว่าไม่ไหวแล้ว ลูกๆ ไอเดียเยอะเหลือเกิน (หัวเราะ) บางโปรเจกต์ก็ทำมาเป็นเปเปอร์เป็นปึกๆ เลยนะคะ แม่เองก็ภูมิใจที่เห็นลูกๆ ตั้งใจ เบาใจที่มีลูกๆ มาช่วยคิด ช่วยทำงานซึ่งนอกเหนือจากงานที่ลูกๆ พยายามช่วยนำเสนองานอะไรก็ตามที่แม่อนุมัติให้ผ่านแล้ว และลงมือทำแล้ว แม่ก็ต้องคอยช่วยดูความละเอียดถี่ถ้วนให้อีกที อะไรที่ยังขาดหรือเกินไป แม่ก็จะช่วยชี้แนะให้”

เรียกได้ว่าลูกชายทั้งสองคนเติบโตมาได้สมใจคุณแม่ แถมยังช่วยแบ่งเบาภาระเรื่องงานได้ตรงตามความตั้งใจ เชื่อได้ว่าในอนาคต Go Hair และ Toseé จะก้าวไปได้อย่างดี และแตะตัวเลขสวยสมใจกว่านี้แน่นอน “ทั้งเรื่องชีวิตและการงาน ลูกๆ ทั้งสองคนเขาไม่ได้มีอะไรน่าห่วงนะ เพราะเขาจะมีความรับผิดชอบต่อตัวเองเสมอ รู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควรอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าถ้าเป็นเรื่องงาน เราเป็นแม่ก็อยากจะจี้ให้เขาเข้าใจงานมากขึ้นและเร็วขึ้น แต่ถ้าเทียบกับวัยที่เพิ่งเริ่มทำงานแบบนี้ก็ถือทั้งคู่เรียนรู้ได้ไวมากๆ แล้ว” ดร.ผ่องพรรณกล่าว สำหรับเรื่องงานอาจต้องค่อยเป็นค่อยไป แต่สิ่งที่พ่อและแม่สอน ลูกๆ ล้วนจดจำอย่างใส่ใจได้ทุกคำ

 


ติดตามได้ในนิตยสาร HELLO! ปีที่ 15 ฉบับที่ 08  ประจำวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน  2563

หรือดาว์นโหลดฉบับดิจิตอลได้ที่  www.ookbee.com www.shop.burdathailand.com