มรดกอาชีพ ‘ผู้จัดละคร’ที่แม่ส่งไม้ต่อให้กับลูก มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช และยศสินี ณ นคร
Exclusive Interviews

มรดกอาชีพ ‘ผู้จัดละคร’ที่แม่ส่งไม้ต่อให้กับลูก มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช และยศสินี ณ นคร

เรื่องราวความรัก ความผูกพันที่มีให้กันตลอดชีวิตของ คุณจิ๋ม - มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช และคุณจ๋า - ยศสินี ณ นคร

เรียกได้ว่าเป็นลูกไม้ที่หล่นไม่ไกลต้นเลย สำหรับคู่แม่-ลูก คุณจิ๋ม - มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช และ คุณจ๋า - ยศสินี ณ นคร ช่วงเวลาหลายทศวรรษที่คุณจิ๋มเริ่มเข้าสู่วงการบันเทิง ด้วยการเป็นนางเอก จนค่อยๆ ขยับมาเป็นผู้จัด มีผลงานเป็นที่ปรากฏและเป็นที่ยอมรับของสาธารณชนจำนวนไม่น้อย และ ภายหลังได้ส่งไม้ต่อให้กับคุณจ๋า ลูกสาวคนเก่ง ที่สามารถรับช่วงต่อจากคุณแม่ได้อย่างไม่มีที่ติ ทั้งคู่จะมาเปิดใจกับ HELLO! ถึงความรัก ความผูกพัน ที่มีให้กันตลอดทั้งชีวิต

“จ๋ากับแม่เหมือนกันทุกอย่างเลย เราเหมือนกันด้วย attitude เดี๋ยวนี้ไอจามก็เสียงเดียวกัน รับโทรศัพท์ก็เสียงเดียวกัน (หัวเราะ) ท่าเดินก็ท่าเดียวกัน บางทีส่องกระจกแล้วตกใจ นี่ฉันเหมือนแม่ได้เบอร์นี้เลยหรือ” คุณจ๋าพูดพลางหัวเราะขำ

คุณจิ๋มและคุณจ๋าเป็นแม่ลูกที่สนิทกันมาก ทว่าตอนที่คุณจ๋ายังเด็กอยู่นั้นกลับมีภาพจำว่า “แม่ดุมากกกกค่ะ” เธอลากเสียงจนเราเห็นภาพ จนคุณจิ๋มรีบแก้ตัวเป็นพัลวัน “ดุแค่เรื่องเดียว เรื่องความเป็นลูกผู้หญิง” 

มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช

“นั่นก็คือทั้งหมดแล้วนะคะ (หัวเราะ) เรื่องเรียนไม่ค่อยเท่าไร ขอแค่ผลการเรียนไม่แย่ก็พอ แต่จะเข้มงวดเรื่องมารยาทการวางตัวมากกว่า เสาร์อาทิตย์ก็ตามแม่ไปกองถ่าย บางทีพ่อ (นริศ อหะหมัดจุฬา) ก็พาจ๋ากับลูกนักแสดงคนอื่นๆ ไปสวนสยามบ้าง ไม่ว่าจะเป็นลูกลุงตุ่ม (ชลิต เฟื่องอารมณ์) ลูกแม่โย (ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา) ลูกอาแอ๊ด (โฉมฉาย ฉัตรวิไล) ลูกลุงรอง (เค้ามูลคดี) ตอนเด็กๆ จ๋าถึงฝันอยากเป็นนักแสดง เพราะเราสนุกกับตรงนี้ ก็ได้เล่นละครบ้าง”

“ตอนเด็กๆ เวลาอยู่ที่ห้องส่ง ถ้าจ๋าไม่เล่นละครก็เข้ารายการ เหมือนเราสแตนด์บายถ้าใครต้องการนักแสดงเด็ก เราก็เข้าไป เพราะสนุก ชอบ แค่นั้นเอง”

หลังจากที่ไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกาได้ระยะหนึ่ง คุณจ๋าก็กลับมาสานต่ออาชีพของคุณแม่ "กลับมาช่วยแม่เรื่องแต่ปางก่อน แล้วเป็นผู้จัดเต็มตัวภายใต้การควบคุมของแม่ ทีนี้ทั้งสะใภ้พาร์ตไทม์ กับบัวปริ่มน้ำค่อนข้างฟีดแบ็กดี ขณะเดียวกันพี่ดุ๊ก (ภาณุเดช วัฒนสุชาติ) กับพี่ต้น (ณฐนนท์ ชลลัมพี) ชวนตั้งบริษัทเงาะถอดรูป ก็เลยมีงานให้ทำเยอะไปหมด แล้วก็มาถึงเรื่องจำเลยรัก ที่แสดงโดยอั้ม (อธิชาติ ชุมนานนท์) กับแอฟ (ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ) กลายเป็นละครที่เรตติ้งสูงที่สุดในชีวิตการทำงานของจ๋าเลย ที่ดังเพราะก่อนหน้านั้นแอฟมักจะได้บทเรียบร้อยเจ้าน้ำตา แต่เรื่องนี้เป็นการฉีกคาแร็กเตอร์เขาเลย ทำให้คนดูเห็นแอฟอีกลุคหนึ่ง ทั้งที่ตอนแรกทุกคนก็ตั้งคำถามว่าแอฟจะเล่นได้หรือ เพราะบทค่อนข้างก๋ากั่น ซึ่งจ๋ารู้สึกว่าแอฟคงสนุกที่ได้เปลี่ยนบทบาทตัวเอง”

มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช

“เรื่องงานไม่ค่อยห่วงเขาหรอกค่ะ เพราะเราก็อยู่ในกองถ่ายกับเขา แต่อยู่ตรงมุมอาหาร คือไม่อยากให้เขาเกร็ง เราไม่ทิ้งลูก แต่ก็ไม่ยุ่ง เพราะตราบใดที่เราไปยุ่งกับเขาอยู่อย่างนั้น มันจะกลายเป็นงานคู่ ซึ่งเราไม่ได้ต้องการ เราอยากให้ลูกเราเก่ง เพื่อจะได้ยืนบนขาตัวเอง” คุณจิ๋มบอกเรา

ส่วนผลงานของคุณจิ๋มที่คุณจ๋าชื่นชอบก็มีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว “ส่วนใหญ่จ๋าชอบงานที่แม่ทำตอนจ๋ายังเด็ก เพราะรู้สึกว่าเป็นงานที่เปรี้ยวกว่างานทั่วไป และเพลงละครก็เพราะมาก เมื่อก่อนแม่จะมีผู้กำกับคู่ใจคือลุงจั๋ง (เริงศิริ ลิมอักษร) จ๋าชอบเก้าอี้ขาวในห้องแดงที่อาตั้ว (ศรัณยู วงษ์กระจ่าง) เล่น อาญารัก สามใบไม่เถา เบญจรงค์ห้าสีก็ชอบ วิธีทำไตเติ้ลก็มีดีไซน์ดูทันสมัย ทำให้เรากล้าที่จะอยู่นอกกรอบ แบบเดียวกับที่แม่ไม่เคยอยู่ในกรอบมาแต่ไหนแต่ไร ละครคนแก่อย่างวัยตกกระแม่ก็ทำได้ รู้สึกว่างานของแม่เปิดโลกให้เรา ทำให้ที่ผ่านมาจ๋าไม่ค่อยกลัวพลาด มีอะไรใส่ไปก่อนลองดูไม่เป็นไร อย่างน้อยเราได้ทำสิ่งที่เราอยากทำ เราได้เล่าสิ่งที่เราอยากเล่า”

เมื่อเราถามว่ายังมีอะไรที่ห่วงลูกสาวคนนี้อยู่ไหม คุณจิ๋มบอกว่า “ทุกวันนี้ไม่มีอะไรต้องห่วงลูกแล้ว เพราะเขาก็แต่งงานแล้ว สามีก็ดี งานก็ดี ไม่อดตาย มีน้องชายอีกคนก็ดูแลกันไป ทุกอย่างเป็นไปตามเวลาของมัน เราทำวันนี้ให้ดีที่สุดก็จบ เราทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้แล้ว”

“สิ่งที่แม่ย้ำมากที่สุดคือ อดทน อย่าใจร้อน” คุณจ๋าช่วยผสม

“อย่าหยาบคาย สำคัญมาก เพราะเราพูดออกไปจากปากเราคำหนึ่ง คนได้ยินกี่คน คนไปพูดต่ออีกกี่คน มันมีแต่จะทำให้เราเสื่อมเสีย ไม่น่ารัก” คุณแม่วัยเจ็ดสิบเอ็ดกะรัตกล่าว

“ก็มีพูดบ้างแหละ แต่น้อย ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เราผ่านชีวิตได้ง่ายมาก เพียงแต่คนไม่ค่อยคิดถึงจุดนี้ เพราะการที่เรามารยาทดีกับคนอื่น เราให้เกียรติเขา เขาก็ให้เกียรติเรา ทำให้คนที่เขาด่าเราก็ด่าได้ไม่เต็มปาก เพราะเรามีมารยาท หรือเขาจะเกลียดเราก็ต้องมีข้อยกเว้นบ้างแหละ ซึ่งเรื่องที่แม่สอนอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่โตหรือเป็นคำคมอะไร แต่จ๋าว่าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นเยอะ และสิ่งที่แม่พูดเสมอเลยก็คือ เราเป็นผู้จัด เราต้องเก็บความลับ เราไม่มีสิทธิ์เอาเรื่องใครไปพูดต่อทั้งสิ้น หรือต่อให้ใครโจมตีเรา เราก็ยอม ใครอยากพูดอะไรพูดไปเลย แต่การที่เรายังอยู่ตรงนี้ ก็เป็นบทพิสูจน์ว่าเราเดินมาถูกทาง”

จนถึงวันนี้ทั้งคุณจิ๋มคุณจ๋าก็ยังเป็นคุณแม่คุณลูกที่บอกรักกันทุกวัน และใกล้ชิดกันแบบปราศจากช่องว่างระหว่างวัยเลยทีเดียว “เราสองคนบอกรักกันทุกวัน ด้วยความที่บ้านเราอยู่ในรั้วเดียวกัน เวลาเขาจะไปทำงานก็เดินมากอดและบอกว่ารัก จนทุกวันนี้เราไม่มีอะไรจะพูดค่ะ จะมีก็แค่ประโยคเดียวคือ แม่รักลูก”

 


ติดตามได้ในนิตยสาร HELLO! ปีที่ 15 ฉบับที่ 07  ประจำวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม  2563

หรือดาว์นโหลดฉบับดิจิตอลได้ที่  www.ookbee.com www.shop.burdathailand.com