เปิดใจสาวสวยสุดสตรอง  ‘โอ๊ด-ณัฐธีรา จิราธิวัฒน์ บุญศรี’ เพราะเซ็นทรัลคือชีวิต ครอบครัวเป็นลมหายใจ
Exclusive Interviews

เปิดใจสาวสวยสุดสตรอง  ‘โอ๊ด-ณัฐธีรา จิราธิวัฒน์ บุญศรี’ เพราะเซ็นทรัลคือชีวิต ครอบครัวเป็นลมหายใจ

กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด เปิดใจทายาทหญิงแห่งตระกูลจิราธิวัฒน์ จากหน้าที่ผู้ช่วยแคชเชียร์ตัวน้อย สู่ MD สาวสวยสุดสตรอง

ลูกหลานที่สืบสายเลือดมาถึงรุ่นที่ 5 ซึ่งช่วยกันสืบสายความยิ่งใหญ่ของอาณาจักร ‘เซ็นทรัล’ จนมีมูลค่าสูงถึง 6.62 แสนล้านบาท ดังตัวเลขทรัพย์สินล่าสุดในปี 2561 หนึ่งในนั้นคือเธอคนนี้ 'คุณโอ๊ด-ณัฐธีรา จิราธิวัฒน์ บุญศรี'  ทายาทหญิงแห่งตระกูลจิราธิวัฒน์ ผู้เริ่มต้นการทำงานในห้างเซ็นทรัลด้วยหน้าที่ผู้ช่วยแคชเชียร์ตัวน้อย กระทั่งก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่ง Managing Director ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลในวันนี้ 

'คุณโอ๊ด-ณัฐธีรา จิราธิวัฒน์ บุญศรี'

ชีวิตที่อุทิศให้เซ็นทรัลทั้ง 7 วัน ควบคู่กับการเป็นคุณแม่ลูกสองไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ในวันที่เธอตัดสินใจเปิดบ้านให้ HELLO! สัมผัสชีวิตส่วนตัวพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัว ทำให้เห็นถึงจุดยืนที่ชัดเจนของเธอในการพร้อมที่จะบริหารจัดการชีวิตทั้งการงานและครอบครัวให้ก้าวไปด้วยกันได้…โดยมีคู่ชีวิตคือ 'คุณโอ๊ต-ณัฐวุฒิ บุญศรี' ซึ่งเป็นคู่แท้ของเธออยู่เคียงข้างคอยสนับสนุน 

 

เด็กที่ไม่กลัวใคร-ผู้ใหญ่ที่มีวินัย

“ตอนเป็นเด็กเล็กๆ กล้าแสดงออกมากนะคะ ชอบขึ้นไปร้องเพลงบนเวที และไม่กลัวใครเลย” คุณโอ๊ดเปิดเรื่องวัยเด็กของตนเองมาด้วยประโยคที่ไม่มีใครคาดคิดและยากจะจินตนาการได้ว่าหญิงสาวนิ่งสุขุมผู้นี้จะ ‘เซี้ยว’ ได้อย่างนั้น เธอผู้นี้เป็นบุตรสาวคนโตของคุณบุญบรรลือ นรพัลลภ กับคุณรัตนา (จิราธิวัฒน์) นรพัลลภ และมีน้องสาวที่อายุห่างกันเพียงปีครึ่งอย่าง 'คุณเอ๊ะ-
ธาพิดา นรพัลลภ'

“โอ๊ดไม่เคยโดดเรียน ไม่เคยเกเร วันที่ไม่ไปโรงเรียนคือวันที่ไม่สบาย นี่คือสิ่งที่คุณแม่ปลูกฝัง และด้วยความที่คุณพ่อคุณแม่ใจดีและรักเรามาก ทำให้โอ๊ดตั้งใจว่าจะไม่ทำให้ท่านทั้งสองเสียใจ ด้วยการปฏิบัติตามที่ท่านสอนทุกอย่าง” อภิชาตบุตรกล่าวน้ำเสียงสบายๆ

“วัยเด็กของโอ๊ดเลยได้ทำกิจกรรมเยอะมาก หลังเลิกเรียนมีเรียนเปียโน บัลเลต์ ขิม ซอ รำไทยและไปเข้าแคมป์ต่างๆ ทำให้เราเปิดกว้างกับความท้าทายใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาค่ะ”
ครอบครัวอบอุ่นที่ปลูกฝังระเบียบวินัยให้ลูก ขณะเดียวกันก็บ่มเพาะความรักใน ‘เซ็นทรัล’ มาตั้งแต่ ด.ญ.ณัฐธีราจำความได้ “7 - 8 ขวบก็ไปช่วยงานเป็นผู้ช่วยแคชเชียร์ ช่วยเอาของใส่ถุงให้ลูกค้า ช่วยนับสต็อก ห่อกล่องของขวัญ” เธอบอกว่างานนี้คุณแม่ไม่ได้มอบหมายแต่เหตุผลเดียวก็คือ “ช่วงปิดเทอมอยู่บ้านเบื่อๆ เลยขอตามคุณแม่ไปเซ็นทรัลด้วยค่ะ”

การเวลาผ่านไปจากเด็กสาวตัวน้อยผู้ช่วยแคชเชียร์ ก็ได้เลือกบินลัดฟ้าไปศึกษาต่อด้านบริหารธุรกิจที่ Harvard Business School เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา “โอ๊ดจบปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์ เลยอยากเรียนด้าน MBA เพิ่มเติมค่ะ” อีก 2 ปีถัดมาเธอคืนสู่เซ็นทรัลอีกครั้งในสายงานใหม่ “โอ๊ดกลับมาเริ่มงานกับคุณยุ (คุณยุวดี จิราธิวัฒน์ Chairwoman บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด) มีโอกาสทำงานด้าน Store Renovation ซึ่งคุณยุเก่งมากในเรื่องนี้ ทำ
รีโนเวชั่น ทำร้านยังไงให้สวยงาม ทำให้โฟลว์เดินแล้วรู้สึกสบาย และมีโอกาสได้ทำงานกับคุณนิตย์ (คุณนิตย์สินี จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด) และคุณอ้อย (สิริเกศ จิรกิติ ตำแหน่ง Vice Chairwomen บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด) ซึ่งทั้งสามท่านเก่งมากและได้ถ่ายทอดการฝึกคิดในมุมของลูกค้าแบบ 360 องศาค่ะ”

 

ครอบครัวตัว อ.

ครอบครัวตัว อ.

จากสาวเซี้ยว ผันตัวมาเป็นเวิร์กกิ้งวูแมนสาวเก่ง แต่บทบาทหลังบ้านของคุณโอ็ดก็น่ารักไม่แพ้กัน กับสมญานามที่ขอเรียกครอบครัวนี้ว่า "ครอบครัวตัว อ." เพราะทุกครั้งจะเห็นคุณโอ๊ดปรากฏตัวในฉากหลังที่เป็นห้างเซ็นทรัลเสมอ จึงเป็นภาพแปลกตาที่เห็นเธอในอิริยาบถสบายๆ ภายในบ้านแสนอบอุ่นพร้อมครอบครัว “พอแต่งงานโอ๊ดก็ย้ายเข้ามาอยู่บ้านสามี บ้านหลังนี้อยู่ใกล้บ้านเดิมของโอ๊ด เราเจอคุณพ่อคุณแม่ได้ใน 5 นาที โอ๊ดคิดว่าสำคัญเพราะเราทำงานกันทั้งคู่ คุณย่า คุณตา และคุณยายจะได้ใกล้ชิดหลานและได้ช่วยดูแลหลานด้วย ซึ่งพอมีหลานเข้ามาเติมเต็ม ทั้งครอบครัวเหมือนมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง ตัดสินใจถูกมากที่เราทั้งคู่ไม่ได้แยกออกไปอยู่กันเองค่ะ”

'คุณโอ๊ด-ณัฐธีรา จิราธิวัฒน์ บุญศรี'  และสามี คุณโอ๊ต-ณัฐวุฒิ บุญศรี

ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นผู้บริหารหญิงแกร่งแห่งเซ็นทรัลในบทบาทภรรยา “เวลาเขาไม่สบายเราจะคอยดูแลเต็มที่ค่ะ แต่เราไม่ใช่คนทำอาหารเก่ง ก็จะไม่มีแนวนั้น (หัวเราะ) เป็นแนวคู่คิดที่คอยให้คำปรึกษากันมากกว่า เวลาเขามีเรื่องเครียดหรือมีปัญหา เราก็เป็นผู้ฟังที่ดี โอ๊ดว่าบางครั้งเราต้องการผู้ฟังที่ดีมากกว่า ไม่ได้ต้องการความคิดเห็น และเวลาที่เราทั้งคู่มีเรื่องเครียดจากงาน เราไม่ควรสร้างปัญหาเพิ่มให้อีกฝ่าย อยากให้เขาอยู่กับเราแล้วสบายใจมากกว่าค่ะ”

ด้วยความที่ชื่อเล่นเหมือนกัน ในหมู่คนสนิทจึงเรียกทั้งสองว่า โอ๊ดโต๋กับโอ๊ตตี๋ ซึ่งรายหลังขอเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในเส้นทางของตนเอง เป็นคุณพ่อที่ติดลูกอย่างที่สุด และเป็นสามีที่เข้าใจภรรยาอย่างไม่มีเงื่อนไข คุณโอ๊ตชายทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัวเขา และมีโอกาสได้ทำอีกหนึ่งธุรกิจเป็นงานส่วนตัว ซึ่งเป็นแพสชั่นของเขา

ผมกับโอ๊ดหญิงชอบกินอาหารญี่ปุ่นทั้งคู่ จนวันหนึ่งผมได้ไปเจอเชฟบุญธรรม (คุณบุญธรรม ภาคโพธิ์ เชฟกระทะเหล็กอาหารญี่ปุ่นแห่งประเทศไทย) คุยไปคุยมาเริ่มถูกคอกัน ด้วยความถูกชะตากันมาก ผมเลยชวนเชฟให้มาเป็นพาร์ตเนอร์กันเสียเลย” เขาเล่าที่มาของธุรกิจที่ทำไปอิ่มไปอย่างร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม ฮอนโมโนะ ซูชิ

คุณโอ๊ต-ณัฐวุฒิ บุญศรี และน้องออตโต้

“ผมให้มุมมองผู้บริโภค ในขณะที่เชฟบุญธรรมใส่มุมมองของคนทำที่คิดเมนูใหม่ๆ ออกมา” เขาเล่าวิธีบริหารชิลล์ๆ อาศัยใจรักนำทาง เป็นมือโปรธุรกิจหลายด้านนอกเหนือจากทำร้านอาหารญี่ปุ่น และเมื่อได้เห็นวิธีที่เขาจัดการเจ้าตัวเล็กทั้งสองแล้ว ขอยกให้คุณโอ๊ตเป็นคุณพ่อมือโปรอีกตำแหน่งไปเลย

“ช่วงแรกที่ลูกเริ่มไปโรงเรียน ผมยังคิดเลยว่าจะไปส่งลูกที่โรงเรียนแค่เดือนสองเดือน เพราะลูกสองคน (ด.ช.ณพัช บุญศรี น้องออตโต้ วัย 5 ขวบและ ด.ญ.อีฟ บุญศรี วัย 2 ขวบ) อยู่คนละแคมปัสแต่โรงเรียนเดียวกัน คนหนึ่งเข้าเรียน 08.00 น. อีกคนเริ่ม 09.00 น. แล้วโรงเรียนนี้ไม่ใช่ว่าพ่อแม่ไปส่งปุ๊บแล้วกลับได้เลย เขาให้ผู้ปกครองไปที่ playland เล่นกับลูกก่อน ผมคิดในใจว่าทำไม่ไหวหรอก แต่สักพักผมเปลี่ยนความคิดเรื่องการให้พี่เลี้ยงไปอยู่แทนผู้ปกครอง ความรู้สึกของลูกไม่เหมือนอยู่กับพ่อแม่ แต่แม่เขาทำงานหนักมากไม่มีทางปลีกเวลาไปได้ แล้วผมไม่อยากให้ลูกอยู่แต่กับพี่เลี้ยง ก็เลยไปส่งลูกต่อเนื่องมาเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้เลยครับ” คุณโอ๊ตชายกล่าวด้วยหัวอกคนเป็นพ่อ ก่อนที่คุณโอ๊ดหญิงจะพูดถึงหัวอกคนเป็นแม่ว่า

คุณโอ็ดและน้องอีฟ

“กลับบ้านปุ๊บโอ๊ดจะเป็นแผนกเล่นกับลูก ป้อนข้าว อ่านหนังสือให้ฟัง พยายามตักตวงเวลานั้นให้มากที่สุดค่ะ โอ๊ดทำงานที่ออฟฟิศ 5 วัน เสาร์ - อาทิตย์ไปตรวจสาขา เปลี่ยนไปเรื่อยค่ะ พาลูกไปด้วย เขาจะรู้ละว่าวันหยุดต้องไปเซ็นทรัล เขาชอบมากนะคะเพราะมีแผนกของเล่น โอ๊ดติดลูกมาก ถ้าทำได้จะพยายามพาลูกไปกับเราด้วยทุกที่ ไม่อยากไปไหนโดยไม่มีลูกไปด้วยค่ะ”

ถามใจกันตรงๆ ว่าอยากให้คุณโอ๊ดหญิงทำงานให้น้อยลงกว่านี้ไหม ก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังแทน
คำตอบ “อยากสิครับ เคยพูดกับเขา แต่ก็เป็นประโยคลอยๆ เท่านั้น เพราะรู้ว่างานเป็นแพสชั่นของเขา แล้วเขาเป็นคนที่วางอนาคตตัวเองไว้ตั้งแต่เรียน อยากเข้าเรียนที่ไหน สาขาไหน ทุกอย่างเป็นไปตาม สเต็ปที่ตั้งใจไว้ทุกอย่าง เขาสมัครไอวีลีกและก็ได้การตอบรับทุกแห่งนะครับ ผมไม่คิดว่าวันประกาศผลสอบ โอ๊ดต้องมานั่งเลือกว่าจะไปเรียนที่ไหนดี จะไป Harvard หรือจะไป MIT เพราะทุกที่รับเขาหมด มองแล้วรู้สึกภูมิใจในความสำเร็จของเขา"

เราคบกันตั้งแต่อยู่ปี 2 รู้จักกันตั้งแต่อายุ 20 คบกันมาเกินครึ่งชีวิตกันไปแล้ว ผมรู้ว่าเขารักงานกับรักการเรียนมาก สมัยก่อนผมชวนเขาไปเดต กินข้าว ดูหนังกัน เขาบอกตรงๆ ว่าขออยู่บ้านอ่านหนังสือนะ ผมเจอแบบนี้จนชินแล้วครับ (หัวเราะ) เขาไปสอบกลับมา ผมถามว่าทำได้ไหม เขาบอกว่าพอทำได้ แต่ผลสอบออกมาได้ 3.9 แต่เราที่มั่นใจมากว่าทำข้อสอบได้แต่ผลออกมาเส้นยาแดงผ่าแปด (หัวเราะ)"

“ผมรู้ว่าเขาเครียดมากอยู่แล้วในหน้าที่ความรับผิดชอบต่างๆ แล้วเขาก็อยากทำตามความฝันของตัวเองให้ดีที่สุดด้วย ผมเลยไม่อยากให้เขามีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบเพิ่มขึ้นอีก แค่นี้เขาก็เหนื่อยมากแล้วครับ นอนก็ไม่ได้นอนเร็ว กลับมาถึงบ้าน กินข้าวเสร็จต้องขึ้นไปทำงานต่อ แล้วผู้หญิงตื่นมาตอนเช้าก็ต้องเผื่อเวลาแต่งตัวมากกว่าผู้ชาย ถ้าเขาต้องมาตื่นเช้าเพื่อไปส่งลูกอีกแล้วไปทำงานต่อ คงจะไม่ไหว พักผ่อนไม่พอแน่ๆ  เราไม่ได้คุยกันว่าใครต้องเสียสละดูแลครอบครัวและผมเองไม่ได้มองมุมนั้นด้วย ผมรู้สึกว่าตัวเองควรรับหน้าที่นี้ เพราะถ้าเขาทำ เราจะดูเอาเปรียบเขามากขึ้นไปอีก ความที่เราคบกันมาตั้งแต่ปั๊ปปี้เลิฟ พัฒนามาเป็นแฟน จนแต่งงานมีลูกด้วยกัน สิ่งนี้เลยทำให้ความเข้าใจที่เรามีให้กันมันแข็งแรงมาก”

คุณโอ๊ดหญิงนั่งฟังความในใจของสามีที่ปกติใช้การปฏิบัติสื่อแทนความรู้สึกที่มีให้กันด้วยความปลื้มใจอยู่พักใหญ่ “ช่วงเวลาที่ได้ไปเที่ยวกับครอบครัว โอ๊ดมีความสุขที่สุดค่ะ” ผู้บริหารหญิงกล่าวถึงกลยุทธ์บริหาร ความสุขในครอบครัว “เวลาไปไหนก็จะไปที่ที่มีพื้นที่ให้เด็กๆ ด้วย อยากให้ลูกมีความสุขน่ะค่ะ เพราะเราทำงานหนักกันทั้งคู่ ลูกเห็นเราทำงานหนักแบบนี้มา
ตั้งแต่เขาเกิด ตัวโอ๊ดเองถ้ามีเวลาก็จะพยายามทำให้ทุกวินาทีที่อยู่ด้วยกันเป็น quality time ไม่ใช่ตัวเราอยู่กับครอบครัว แต่ตามองงาน โอ๊ดพยายามหาสมดุลชีวิตกับการทำงานมาตลอด ทุกวันนี้ก็ยังไม่เจอสมดุลที่ว่านั้น แต่เป็นความตั้งใจที่จะทำให้ดีขึ้นให้ได้ค่ะ”

 

นิตยสาร HELLO! ปีที่ 14 ฉบับที่ 02 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2562

หรือดาว์นโหลดฉบับดิจิตอลได้ที่  www.ookbee.com www.shop.burdathailand.com