รู้จักทายาทคนเล็กแห่งปาร์คนายเลิศ ‘แพท-พัชรวิภา’ จิวเวลรีดีไซเนอร์อนาคตไกล
Exclusive Interviews

รู้จักทายาทคนเล็กแห่งปาร์คนายเลิศ ‘แพท-พัชรวิภา’ จิวเวลรีดีไซเนอร์อนาคตไกล

‘พัชรวิภา โพธิรัตนังกูร’ หลานสาวคนเล็กของท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ เจ้าของแบรนด์จิวเวลรี่ที่ไปเปิดตัวในห้างดังมาแล้วทั่วทุกมุมโลก

คุณแพท-พัชรวิภา โพธิรัตนังกูร สาวผู้ได้เค้าความงามจากคุณยายผู้ล่วงลับ ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ เธอคือลูกสาวคนสุดท้องของคุณแม่สัณหพิศ และคุณพ่อ ร.ท.ชุติภัทร โพธิรัตนังกูร พี่ๆทั้งสามของคุณแพท ล้วนมีชื่อเสียงในวงสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นคุณลูกแดง (ดวงภัทร โพธิรัตนังกูร) คุณน้องเล็ก (ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร) และพี่ชายเพียงคนเดียวคือคุณแท็ท (พลวุฒิ โพธิรัตนังกูร) แม้จะเป็นทายาทตระกูลดังแต่บอกเลยว่าฝีมือของเธอคนนี้ไม่ธรรมดา!

“พี่สาวสองคนไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่แพทเด็กๆค่ะ ก็เลยต้องเล่นกับพี่ชายแทน ตอนแพทเด็กๆ หลังเลิกเรียนที่โรงเรียนจิตรลดาแล้ว ก็จะมาเล่นที่ปาร์คนายเลิศตลอด เพราะคุณแม่ก็ทำงานที่นั่น”

คุณแพทเป็นคนเดียวในครอบครัวที่ได้เข้าเรียนที่จิตรลดา เนื่องจากเป็นความประสงค์ของคุณยาย ซึ่งเธอบอกว่าตอนเด็กๆสนิทกับคุณยายมาก

“ท่านไม่ดุหรอกค่ะ แต่จะเข้มงวดเรื่องมารยาทและเจ้าระเบียบ เวลาอยู่บ้านห้ามตะโกน เรื่องการแต่งตัวท่านไม่ชอบให้โป๊ ถ้าเห็นว่าโป๊เกินไปท่านจะเอาผ้ามาให้คลุม จำได้ว่าตอนเด็กๆเวลาเจอคุณยายทุกครั้ง ท่านจะพาไปทานข้าวด้วยตลอด แล้วถ้าท่านเห็นตุ๊กตาจิ๋วๆ หรือเห็นอะไรสวยๆที่จตุจักร ท่านจะซื้อมาห่อของขวัญเล็กๆน่ารักให้ค่ะ”

คุณแพทจำได้ว่าคุณยายเสียตอนที่เธออายุได้ 19 ปี ขณะนั้นเธออยู่ที่ปารีสพอดี เธอบอกเราว่าการสูญเสียคุณยายทำให้เธอโศกเศร้ามาก  และเธอยังจดจำคำสอนของคุณยายได้ขึ้นใจจนถึงทุกวันนี้ “คุณยายสอนว่า เวลามีอะไรเราต้อง expressive เพราะ You only live once. คุณยายเป็นคนหัวสมัยใหม่ โมเดิร์นกว่าคุณแม่อีกค่ะ”

หลงเสน่ห์จิวเวลรีตั้งแต่ 10 ขวบ

“แพทชอบจิวเวลรีตั้งแต่อายุ 13 แต่ว่าชอบดูมาตั้งแต่ 10 ขวบแล้วค่ะ” คุณแพทบอกกับเรา ในวัยที่เด็กคนอื่นยังคงเล่นตุ๊กตาบาร์บี้ แต่เธอสนุกกับการลองใส่เครื่องประดับ “ตอนนั้นคุณแคนดี้ (ม.ล.รจนาธร ณ สงขลา) ซึ่งเป็นจิวเวลรีดีไซเนอร์ที่เก่งมาก เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้แพทอยากลองออกแบบจิวเวลรีดูบ้าง เพราะรู้สึกเหมือนจิวเวลรีเป็น sculpture เล็กๆ ที่เราสามารถใส่โจทย์เข้าไปได้เยอะมาก”

ณ ตอนนั้นเธอเริ่มต้นดีไซน์ Costume Jewelry ก่อน โดยใช้ชื่อแบรนด์ว่า All That Glitters แต่จากนั้นเธอตัดสินใจหยุดโปรเจคท์นั้นไป และหันมาเอาจริงเอาจังกับ Fine Jewelry แทน ซึ่งเธอบอกเราว่า “มีคนบอกว่าทำ Fine Jewelry ไปเลยแล้วกัน เพราะมันอยู่ได้นานกว่าคอสตูมจิวเวลรีที่เปลี่ยนแปลงเร็วเหมือนแฟชั่น แพทก็เลยหันมาทำ Fine Jewelry ที่เน้นเรื่องคุณภาพมากกว่า”

ด้วยความรักในเครื่องประดับอัญมณีทำให้หลังเรียนจบอเมริกันสคูลที่อังกฤษ คุณแพทเลือกเรียน Foundation ที่ Chelsea College of Arts นานหนึ่งปี และจากนั้นจึงเข้าเรียนต่อทางด้าน Jewelry Design ที่ Central Saint Martins  “แพทอยากเป็นจิวเวลรีดีไซเนอร์มืออาชีพ ก็เลยเลือกเรียนทางนี้โดยตรง เพื่อจะได้เรียนรู้วิธีการผลิตตั้งแต่ต้นจนจบ”

ระหว่างที่เรียนอยู่เซนต์มาร์ติน คุณแพทก็ได้รับโอกาสให้ออกแบบเครื่องประดับร่วมกับ Adler ซึ่งเป็นจิวเวลรีสัญชาติสวิส “ตอนนั้นแพทเริ่มรู้จักจิวเวลรีมากขึ้นแล้ว แต่ก็ยังได้แค่วาดแบบ แล้วส่งให้ทาง Adler เป็นผู้ผลิต ซึ่งใช้ไทเทเนียมก็เลยออกมาพิเศษและมีน้ำหนักเบา จำได้ว่าคอลเลคชั่นนั้นมีอยู่ 3 แบบๆละ 3 ชิ้น และขายหมดค่ะ”

เวลานั้นคุณแพทเกิดความคิดที่จะลาออกจากโรงเรียนเพื่อมาดีไซน์จิวเวลรีแบบเต็มตัว แต่ถูกคุณพ่อคุณแม่ห้ามไว้

“ตอนนั้นอยากทำงาน ไม่อยากเรียนแล้ว ไปเรียนคุณพ่อคุณแม่ ท่านบอกว่าอย่าเพิ่งออกเลย เรียนให้จบก่อน เพราะเรียนอีกแค่สองปีก็จบแล้วละ”

แม้ว่าจะอยากลาออก แต่ในที่สุดคุณแพทก็จบมาด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับสอง 2:1 พร้อมกับแรงบันดาลใจในการทำงานแบบเต็มเปี่ยม เธอไปเรียนเพิ่มเติมทางด้านการวิเคราะห์เพชรที่ Gemological Institute of America (GIA) และ Asian Institute of Gemological Sciences (AIGS)

จากนั้นจึงกลับมาเปิดเวิร์คช็อปเล็กๆที่ประเทศไทย โดยใช้ชื่อตัวเป็นชื่อแบรนด์ว่า Patcharavipa ที่มีความหมายเหมาะสมกับแบรนด์จิวเวลรีนั่นคือ ‘สว่างดุจเพชร’ โดยได้แรงบันดาลใจจากสถานที่ทุกหนทุกแห่งที่เธอไปเยือน เวิร์คช็อปเล็กๆที่มีช่างฝีมืออยู่ 6 คน ทำให้เธอต้องเดินทางไปมาระหว่างกรุงเทพฯ-ลอนดอน เพื่อกลับมาควบคุมกระบวนการผลิตที่กรุงเทพฯอย่างใกล้ชิด โดยเธอจะอยู่ที่ลอนดอนเป็นหลัก

คุณแพท จิวเวลรีดีไซเนอร์สาวคนงามอธิบายว่า คอลเลคชั่นเครื่องประดับนี้เธอได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ “อย่างแหวนวงนี้เราทำให้พื้นผิวภายนอกมีความขรุขระเหมือน cave”

นอกจากเครื่องประดับ เธอยังชี้ชวนให้เราชมกะลามะพร้าวที่นำมาผ่าครึ่งขัดให้เรียบแล้วเคลือบบางส่วนด้วยสี ซึ่งเธอตั้งใจออกแบบให้เป็นของแต่งบ้าน เราถามเธอว่าเพราะอะไรเธอจึงใช้วัสดุพื้นบ้านอย่างกะลามะพร้าว หญิงสาววัย 27 บอกเราว่า

“เพราะคุณปู่คุณย่าเจอกันที่อัมพวา แพทก็เลยเลือกกะลามะพร้าวที่เขาเหลือใช้จากการทำซอด้วงและปลูกที่อัมพวามาออกแบบ โดยใช้เทคนิควาบิซาบิของญี่ปุ่น ซึ่งปกติกะลาพวกนี้สวยเกือบทุกอันอยู่แล้ว แพทเสียดายไม่อยากให้เขาโยนทิ้ง”

นับว่าเป็นเซเลบริตี้สาวรุ่นใหม่ที่ไฟแรงและมีฝีมือที่น่าจับตามองอย่างมาก เป็นอีกหนึ่งสาวที่การันตีว่าผู้หญิงบ้านปาร์คนายเลิศสวยเก่งทุกคนจริงๆ

..............................................................................................

ติดตามเรื่องราวได้ในนิตยสาร HELLO! ปีที่ 13 ฉบับที่ 16 ประจำวันที่ 2 สิงหาคม 2561

หรือดาว์นโหลดฉบับดิจิตอลได้ที่  www.ookbee.com www.shop.burdathailand.com