โสภาวดี เพชรชาติ ความสุขง่ายๆ กับจักรยานที่พาท่องโลกใบใหม่
โสภาวดี เพชรชาติ ความสุขง่ายๆ กับจักรยานที่พาท่องโลกใบใหม่
Exclusive Interviews

โสภาวดี เพชรชาติ ความสุขง่ายๆ กับจักรยานที่พาท่องโลกใบใหม่

ประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืม กับทริปลุยๆ ที่สร้างความประทับใจบนอานจักรยาน

แม้การปั่นจักรยานจะเลิกฮิตไปจนมีไม่กี่คนที่รักในการอยู่บนอานจักรยานยังคงออกปั่นอยู่ แต่คุณนุ่น - โสภาวดี เพชรชาติ Marketing Division Manager แห่ง Club 21 (Thailand) ก็ยังเป็นอีกคนหนึ่งที่ยังมั่นคงอยู่กับกิจกรรมกลางแจ้งนี้ และยังไม่มีทีท่าว่าจะผละออกไปง่ายๆ หลังจากหลงรักการอยู่บนหลังอานจักรยานเมื่อ 6-7 ปีก่อน

“เริ่มออกทริปปั่นกับเพื่อนๆ โดยการเอาจักรยานใส่รถไปจอดแล้วปั่นไปในเส้นที่คนอื่นเขาปั่นกัน ไปอัมพวาบ้าง บางพระบ้าง ขึ้นเขาลงห้วยกับเขา เราก็ยังเข็นอยู่ ปั่นไปปั่นมารถเราชักเริ่มหนัก (หัวเราะ) เลยเปลี่ยนเป็นจักรยานเสือหมอบรุ่นผู้หญิง ที่ไม่ได้เพอร์ฟอร์แมนซ์อะไรมาก แต่ความรู้สึกเปลี่ยนเลยนะคะ มันเร็วและเบาด้วย เราเปลี่ยนไปโดยธรรมชาติน่ะค่ะ เพราะวัตถุประสงค์ในการปั่นเราเปลี่ยนด้วยถ้าไม่ใช้แบบนั้นเราก็จะไปกับคนอื่นไม่ได้”

โสภาวดี เพชรชาติ

และนั่นทำให้เธอออกทริปทางไกลมากขึ้น และจากการปั่นจักรยานทางราบเป้าหมายก็เริ่มเปลี่ยนไปสู่การปั่นขึ้นเขา โดยมีเส้นทางวัดใจอยู่ที่เขาใหญ่ ซึ่งนักจักรยานทุกคนล้วนใช้เป็นเส้นทางทดสอบตัวเอง รวมถึงนักจักรยานหลายๆ คนก็อาศัยเส้นนี้เป็นเส้นฝึกซ้อมอยู่เป็นประจำ “เราซ้อมเองจนแน่ใจว่าจะไปได้ ด้วยการปั่นเส้นทางแถวบ้านนุ่นที่มวกเหล็ก ตรงนั้นจะมีอุโมงค์ต้นไม้ มีเนินอีเหลอที่เป็นตัวชี้วัดว่า ถ้าเราขึ้นเนินนี้ได้เราถึงจะไปเขาใหญ่”

เมื่อผ่านเขาใหญ่ไปได้ ดอยอินทนนท์ที่ถือเป็นสุดยอดในเมืองไทยของนักปั่นก็เข้ามาอยู่ในแผนของกลุ่มความที่เป็นดอยที่สูงที่สุด และมีความชันตลอดเส้นทาง “เป็นหนแรกที่มีความรู้สึกว่ามาทำอะไรเนี่ย คือนุ่นมีคำเดียวในใจ ถึงคือถึง ไม่ถึงมีรถเซอร์วิส ไม่มีอะไรดีกว่าการได้ไปสนุกกับเพื่อน เรามีคนในพื้นที่พาไปเพราะมีรุ่นพี่บอกว่าถ้าไม่แน่ใจต้องมีคนพาขึ้น ก็มีน้องชื่อเกมมาเป็นคนดูแล

“ตอนนั้นจอดไปเรื่อยๆ ค่อยๆ ผ่านไปแต่ละจุดวัดใจจนถึงเนินพระธาตุรู้สึกตัวเองจะไม่ไหวแล้ว เกมก็บอกอีกนิดพี่ สิบเมตรก็จอดได้ เราก็รู้สึกว่าถ้าเขาไม่รังเกียจที่เราจะจอดบ่อยๆ เราก็จะจอดแล้วนะ เพราะเส้นนี้รถเซอร์วิสไม่ได้ตามเราตลอด ต้องนัดเป็นจุด จำได้ว่าตอนท้ายๆ ตัวเองจอดทุกสิบเมตร แต่ที่ต้องฝืนไปให้ถึงเพราะว่าเดินเข็นขึ้นไปจะเป็นตะคริวยิ่งกว่าปั่นอีก ขาเราเกร็งและใส่รองเท้าคลีตตลอด จนสุดท้ายเราบอกเกมว่าไม่เอาแล้ว มาถึงแค่ตรงนี้ก็ภูมิใจสุดๆ แล้ว แต่เกมบอกว่า พี่นุ่นครับ เนินนี้โหดสุด ถ้าพี่เลิกตอนนี้พี่จะเสียใจ โห ประโยคนี้ไม่ได้แล้ว ไปก็ไป

“ขึ้นไปถึงนี่น้ำตาไหลเลย ขนลุก แล้วนุ่นพกรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 ใบเล็กๆ ไปด้วยเพื่อเป็นกำลังใจ ข้างหลังรูปเขียนว่า ‘ความเพียรที่บริสุทธิ์จะช่วยเรา’ มันเป็นการฝึกความเพียรของตัวเอง แล้วก็คิดว่าคงหนเดียวในชีวิต ใครชวนอีกก็ไม่ไปแล้ว พอแล้ว แต่ปรากฏว่าอีกสองปีถัดมาก็ยังไปอีก (หัวเราะ) รอบสองเราขึ้นเองได้ เพราะตัวเราเองก็พัฒนาขึ้น เวลาดีขึ้น ก็ไปได้อย่างสนุกสนานเฮฮา”

นับจากวันแรกที่เธอพาตัวเองไปอยู่บนหลังอาน เมื่อมองย้อนกลับไปจากวันนี้ คุณนุ่นมองเห็นการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเอง นอกจากร่างกายที่แข็งแรงขึ้นจากเมื่อก่อน นั่นคือความคิดค่ะ “การเปลี่ยนแปลงที่นุ่นได้จากการปั่นคือเรื่องความคิด บางเรื่องที่ไม่คิดว่าเราทำได้ ถ้าเราลองทำและทำแบบไม่เครียด สนุกกับมัน เราจะทำได้ การปั่นจักรยานมันคือความสนุกที่ได้เจอเพื่อน ธรรมชาติของเราไม่ใช่นักแข่ง ไม่ใช่คนที่ปั่นเร็ว แล้วเวลาปั่นเราต้องมีสติ เพราะวืดเดียวมันล้มได้เลยนะ จักรยานมันช่วยฝึกสติกับสมาธิมาก เส้นทางช่วงไหนที่ไม่มั่นใจ นุ่นจะขึ้นรถ เราประเมินตัวเองได้ดีที่สุด แล้วมันทำให้เรารู้สึกว่าเวลาไปเที่ยวถ้ามีจักรยานไปปั่นด้วย มันทำให้ทริปนั้นมีเสน่ห์ขึ้น”

 

ติดตามเรื่องราวสนุกสนานจากทริปจักรยานของคุณนุ่นต่อได้ที่นิตยสาร HELLO! ปีที่ 15 ฉบับที่ 04 ประจำวันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2563 ค่ะ


โปรโมชั่นพิเศษ กับนิตยสารเฮลโล โดยสามารถสังซื้อนิตยสารได้ที่ shop.burdathailand.com หรือ โทร 084-0795678 , 089-9211174 รับเงื่อนไขพิเศษ บริการจัดส่งถึงบ้าน ฟรี!!!