เผยความสำเร็จที่เริ่มจากสูญของเจ้าของธุรกิจมูลค่า 20,000 ล้านบาท ‘ธนากร ธนวริทธิ์’
Exclusive Interviews

เผยความสำเร็จที่เริ่มจากสูญของเจ้าของธุรกิจมูลค่า 20,000 ล้านบาท ‘ธนากร ธนวริทธิ์’

ยืนหนึ่งในวงการอสังหาฯ กับด้วยโครงการล่าสุด Impression Ekkamai เติมเต็มความฝันในวัยเยาว์ ด้วยรถหรู และความสำเร็จ จากน้ำพักน้ำแรง!!!

หากจะพูดถึงฐานะที่ร่ำรวย รวมถือความมีหน้าตาในสังคมเชื่อเลยว่าต้องเป็นเป้าหมายในชีวิตของใครหลาย ๆ คน และวันนี้ HELLO!  มีโอกาสได้พบกับ รถสปอร์ตเปิดประทุน McLaren 650S Spider สีเขียวสด เสียงกระหึ่มของเครื่องยนต์ทำให้รถที่มีรูปลักษณ์โดดเด่นอยู่แล้ว ยิ่งโดดเด่นขึ้นอีกหลายเท่า เมื่อได้พบกับเจ้าของรถ คุณกอล์ฟ-ธนากร ธนวริทธิ์’ หนุ่มใหญ่กับแว่นสายตาในชุดแจ็คเก็ตสีน้ำเงินและกางเกงยีนส์ และรถหรูสุดเท่ห์คันนั้น คือสิ่งที่คุณกอล์ฟของเราบอกกับเราว่า “นี่หนึ่งในรางวัลในชีวิตผม!!!”

‘คุณกอล์ฟ-ธนากร ธนวริทธิ์’

เริ่มจาก‘สูญ’

ความสูญเสียคุณพ่อซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัวไปตั้งแต่วัยเยาว์ เป็นแรงผลักดันให้คุณกอล์ฟต้องสู้ จากประสบการณ์การค้าขายที่สั่งสมมาตั้งแต่วัยเด็ก ทำให้แม้ขาดเสาหลักของบ้านไป แต่คุณกอล์ฟก็ยังสามารถค้าขายหาเงินส่งตัวเองเรียนจนจบ ม.6 จึงเข้ากรุงเทพฯ มาเรียนปริญญาตรีและต่อMBAที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง และเพื่อสั่งสมประสบการณ์การทำงานแบบมืออาชีพ

“ผมเรียนไม่เก่ง แต่เป็นคนชอบเรียน ผมได้แค่ที่ 4 ที่ 5 แต่ไม่เคยได้ที่ 1 เลย เคยตื่นมาอ่านหนังสือตอนตี 3 ตี 4 แต่ก็ไม่เคยได้” เมื่อเรียนจบมา “ผมเลือกทำงานโรงแรม เพราะเป็นงานที่ขอแค่มีเซอร์วิสมายด์ก็พอ ไม่ต้องใช้วิชาคณิตศาสตร์ แล้วก็ต้องมีความขยัน อดทน การที่เราเจอคนเยอะทำให้ได้เรียนรู้ แถมยังมีอาหารฟรี ช่วงเบรคก็ไม่นอน ไปเรียนภาษาอังกฤษ ทำให้ไม่เบื่อ”

หกปีผ่านไป เขาก็ได้เป็นพนักงานรุ่นแรกของร้านกาแฟสีเขียว ในตำแหน่งซุปเปอร์ไวเซอร์ เขาอยู่ที่นี่อยู่นาน 8 ปี “ทำให้ได้เลื่อนตำแหน่งทุกปี จนมีร้านเบอร์เกอร์มาชวนไป ผมก็เลยไปเพราะเราต้องการก้าวหน้า และอยากเรียนรู้กับคนเก่ง ก็ไปเซ็ทอัพธุรกิจร้านกาแฟในแบรนด์เบอร์เกอร์ให้เขา แล้วถึงย้ายไปทำร้านสะดวกซื้อ”

ช่วงที่เขาทำงานร้านเบอร์เกอร์นี่เอง ที่ทำให้เขาตัดสินใจลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการซื้อบ้านและคอนโดมิเนียมให้ฝรั่งเช่า “ตอนนั้นผมกับภรรยาเงินเดือนมากขึ้น เรามองว่าตอนแก่อยากอยู่บ้านเดี่ยว แต่ตอนนี้ยังอยู่ไม่ได้ เพราะเราจะได้แต่บ้าน ไม่ได้เงิน เราอยู่ทาวน์เฮาส์นั่นแหละ แล้วให้เขาเช่าบ้านเดี่ยวของเรา เพื่อผ่อนตัวมันเองก่อน อย่างน้อยในที่สุดถ้าเราไม่ไปอยู่ก็สามารถขายเลี้ยงชีพได้

“ด้วยความที่เราทุนน้อย ก็เลยต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุด ผลจากการที่เราดูเป็น 10-20 โครงการ ทำให้เราเห็นว่าอันนี้ไม่เหมาะ อันนี้ไม่ดี เราก็เห็นตลาดว่าห้องแบบไหนที่ขายดี และแบบไหนที่ขายไม่ดี ทั้งเก็บข้อมูลจากเว็บ อ่านรีวิว ทำให้เรามองว่าธุรกิจนี้น่าจะตอบโจทย์ เพราะเป็นปัจจัย 4”

คุณกอล์ฟไม่รอช้าเริ่มหาที่ดินแถบลาซาล ซึ่งเป็นสถานีปลายทางของรถไฟฟ้าสายสุขุมวิท เพราะราคาที่ดินยังไม่สูงมากนัก และมีรถไฟฟ้าผ่าน “ผมกับภรรยาตัดสินใจขายบ้าน ยืมเงินญาติ และรูดบัตรเครดิต เพื่อมาวางมัดจำที่ดิน และ outsource งานทุกอย่าง ตอนนั้นผมยังเป็นมนุษย์เงินเดือน พอเลิกงานก็ไปประชุมงานต่อตามศูนย์อาหาร จนทุกอย่างลงตัวถึงออกจากงาน โชคดีที่เราขายโครงการแรกหมดภายในเดือนเดียว

“จุดเด่นของเราก็คือ เราจะจับตลาดที่คนอื่นมองข้าม ราคาที่ดินติดรถไฟฟ้าจะแพงเป็นสองเท่า แต่ทุกคนไม่สามารถซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้าได้ เราก็เลยสร้างคอนโดที่แค่นั่งมอเตอร์ไซค์ไปอีกหน่อย แต่ได้ห้องหน้ากว้าง ครัวปิด แถมเฟอร์ครบชุด และให้กู้เลยทีเดียว ราคาที่ผ่อนแล้วยังมีเงินเหลือ เพราะเราเข้าใจพฤติกรรมของมนุษย์เงินเดือน คนที่ไม่อยากอยู่บ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮาส์ เราจึงเริ่มจากตรงนั้น”

 

รางวัลในชีวิต

นอกจากซูเปอร์คาร์หลากหลายแบรนด์แล้ว ยังมีนาฬิกา Patek Philippe Limited Edition อีกมากมายหลายรุ่น ที่เขาจะซื้อเป็นของขวัญให้แก่ตนเองเมื่อประสบความสำเร็จ “ผมเป็นคนชอบความเร็ว พอทำอะไรประสบความสำเร็จก็จะซื้อรถหรือซื้อนาฬิกา เหมือนเป็นรางวัลที่เป็น Achievementเราทำอะไรได้ก็ซื้ออะไรสักอย่างให้ตัวเองโดยที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน มีแรงบันดาลใจจากตอนที่ภรรยาเป็นคนซื้อให้ผมเป็นครั้งแรกครับ”

คุณกอล์ฟบอกกับเราอย่างเขินๆ ในชีวิตเขาเปลี่ยนพาหนะคู่ใจมาหลายคันอันเป็นความฝันของเด็กผู้ชาย เริ่มตั้งแต่ Audi R8 และ Lamborghini Huracan นอกจากนี้ยังรวมถึงนาฬิกาหรูอย่างแบรนด์ Patek Philippe ที่คุณกอล์ฟบอกกับเราว่า “ด้วยรูปลักษณ์ที่คลาสสิก บางรุ่นก็ผลิตจำนวนจำกัด ออกมาแล้วก็ discontinue ทำให้เรารู้สึกว่าสามารถส่งต่อให้ลูก เพราะยิ่งเก็บก็ยิ่งมีมูลค่าสูงขึ้นเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งไม่ต่างจากที่ดิน”

แต่ล่าสุดรางวัลในชีวิตที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับ คุณกอล์ฟ-ธนากร ธนวริทธิ์’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ไม่น้อยนั่นก็คือ รางวัลRising Star of The Year Award จากเวที Thailand Top Company Awards 2018 อันเป็นรางวัลที่มอบให้กับองค์กรธุรกิจที่ดำเนินงานเพียงไม่นานแต่มียอดขายและกำไรเติบโตอย่างโดดเด่นนั่นเอง

นอกจากนี้เขายังจับมือกับธุรกิจอื่นๆ ด้านการสร้างอินโนเวชั่นเพื่อการอยู่อาศัย เช่น Nasket, Smart Mirrorและ  joint venture กับ Hoosiers Holding & Kyushu Railway Company ในการทำโครงการ Impression Ekkamai ซึ่งเป็น Luxury Iconic Project บนถนนเอกมัยที่ All Inspire กำลังจะเปิดขายเร็วๆ นี้

นั่นคงเป็นเพราะตลอดระยะเวลาเพียง 6 ปี เขาสามารถทำโครงการทั่วกรุงเทพฯ จำนวน 16 แห่ง และที่จังหวัดภูเก็ตอีก 1 แห่ง รวมมูลค่าโครงการมากกว่า 18,315 ล้านบาท มีลูกบ้านประมาณหกพันกว่ายูนิต นับเป็นผลงานที่ไม่เลวทีเดียว

 

เคล็ดลับความสำเร็จของนายธนากร

17 โครงการกับมูลค่าโครงการเกือบสองหมื่นล้านบาท ถ้าบอกว่าฟลุคก็คงไม่ใช่ แต่ถ้าบอกว่าเขามียาดีนั่นคือความขยัน น่าจะใช่กว่า “วิธีที่ทำให้เรามีเงินเดือนเยอะและก้าวหน้าได้มากที่สุดก็คือ ความขยัน คนอื่นทำ 100 เท่า ผมจะทำ 300 เท่า นอกจากนี้ผมยังโชคดีที่เป็นคนคิดบวก และชอบอ่านหนังสือ How To การประสบความสำเร็จของหลายๆ คนที่ไม่ได้ร่ำรวยมาก่อน มีเจ้าสัวหลายคนที่เริ่มจากเสื่อผืนหมอนใบ ผมเลยมีแนวคิดว่าเราก็ต้องทำงานโดยไม่คำนึงถึงค่าจ้าง เราต้องเป็นลูกจ้างที่ทำงานเหมือนเป็นเจ้าของกิจการ ทำให้เราเปิดกว้างที่จะเรียนรู้แบบไม่มีลิมิท ผมจะไม่เลือกงานที่เงินเดือนเยอะเป็นอันดับแรก แต่ผมจะเลือกเจ้านาย ว่าเป็นคนเก่งที่สุดหรือเปล่า เพราะอยากผมเรียนรู้วิธีคิด ปรัชญา มันสมองและแนวคิดของเขา

“ไม่มีใครในโลกสามารถกินส่วนแบ่งตลาดได้ทั้งหมด ได้แค่มากที่สุด ถ้าเราหาจุดยืนที่จะตอบโจทย์ลูกค้าได้แบบนี้ ลูกค้าก็จะจดจำและเห็นความแตกต่างของเราเอง ทำให้เราไม่จำกัดตัวเอง แต่โจทย์ของเราขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก การตั้งชื่อโครงการจะต้องให้ลูกค้าค้นหาง่าย ถ้าเสิร์ชผิดก็ไปแบรนด์อื่น"

 

ติดตามเรื่องราวชีวิตกว่าจะประสบความสำเร็จแบบเอ็กซ์คลูซีฟได้ใน.....

นิตยสาร HELLO! ปีที่ 14 ฉบับที่ 07 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน 2562

หรือดาว์นโหลดฉบับดิจิตอลได้ที่  www.ookbee.com www.shop.burdathailand.com