The Young Achievers : ทายาทบริษัทสื่อสารโทรคมนาคม ‘คุณบิ๊ก-ธนพนธ์ เบญจรงคกุล’ กับแพสชั่นที่จะพาธุรกิจให้เติบโตไกลอีก 100 ปี
Exclusive Interviews

The Young Achievers : ทายาทบริษัทสื่อสารโทรคมนาคม ‘คุณบิ๊ก-ธนพนธ์ เบญจรงคกุล’ กับแพสชั่นที่จะพาธุรกิจให้เติบโตไกลอีก 100 ปี

ลบภาพจำของตระกูลในฐานะเจ้าของธุรกิจโทรคมนาคม "เพราะทุกวันนี้ยังมีคนอีกเยอะมากที่เข้าใจว่าเบญจรงคกุลยังเกี่ยวข้องกับดีแทคอยู่ มีโทร.มาขอเบอร์เลขสวยจากผมอยู่เลยครับ”

หากพูดถึงตระกูลที่ทรงอิทธิพล เชื่อเลยว่าต้องมีคนนึกถึงครอบครัว ‘เบญจรงคกุล’ อย่างแน่นอน ซึ่งเป็นครอบครัวใหญ่เจ้าของธุรกิจภายใต้กลุ่มบริษัท ‘เบญจจินดา’ กว่าจะประสบความสำเร็จในเส้นทางธุรกิจโทรคมนาคมได้อย่างทุกวันนี้ต้องผ่านอุปสรรคมากมาย แต่วันนี้ HELLO! มีโอกาสได้พูดคุยกับ 'คุณบิ๊ก-ธนพนธ์ เบญจรงคกุล' บุตรชายคนโตของ 'คุณสมชาย เบญจรงคกุล' กับ 'คุณรัตนาภรณ์ ศรีธารา' ที่ถือได้ว่าเป็นเจเนอเรชั่นที่ 3 ของตระกูลซึ่งแต่ละรุ่นก็เรียกได้ว่าต่างผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านอุปสรรคและบทพิสูจน์ความสามารถที่ท้าทายแตกต่างกันไปตามยุคสมัยของตัวเอง

สำหรับ 'คุณบิ๊ก-ธนพนธ์ เบญจรงคกุล' ที่หลายคนอาจจะรู้จักเขาในฐานะที่เพิ่งเปิดตัว 'คุณเชียร์-ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์' ว่าเป็นสาวสวยรู้ใจไปเมื่อไม่นานมานี้ คุณบิ๊กเมื่อวัยเยาว์จากเมืองไทยไปเรียนที่เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เติบโตและใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นตั้งแต่ 7 ขวบ กระทั่งเรียนจบปริญญาโท ทำงานที่รักอยู่หลายปี ก่อนตัดสินใจย้ายกลับมาอยู่เมืองไทยถาวรเพื่อดูแลคุณแม่ที่กำลังป่วย

'คุณบิ๊ก-ธนพนธ์ เบญจรงคกุล'

รากฐานที่มั่นคง

'คุณสุจินต์ - คุณกาญจนา เบญจรงคกุล' ก่อตั้งบริษัท ยูไนเต็ด คอมมูนิเกชั่น อินดัสตรี หรือ ‘ยูคอม’ เมื่อ พ.ศ.2499 ทำธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์โทรคมนาคมให้กับองค์กรในสังกัดราชการ ครองตำแหน่งซัพพลายเออร์รายสำคัญ นอกจากนี้ยังทำอีกหลายกิจการควบคู่ไปด้วย ได้แก่ โรงแรมนารายณ์ บริษัทนารายณ์สากลประกันภัย และธุรกิจห้องเย็น 

“พอถึงเจเนอเรชั่น 2 คุณลุง (คุณบุญชัย เบญจรงคกุล) ทำให้บริษัทเราเป็นที่จดจำในฐานะเจ้าของ ‘ดีแทค’” คุณบิ๊กหมายถึงผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่อันดับสองของประเทศ ต่อมาต้องเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจ พ.ศ. 2540  จึงขายหุ้นบางส่วนให้บริษัท เทเลนอร์ ยักษ์ใหญ่ด้านการสื่อสารจากประเทศนอร์เวย์ หลายปีต่อมาหากจำกันได้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในแวดวงธุรกิจการสื่อสาร เมื่อคุณบุญชัยในฐานะผู้นำของตระกูลตัดสินใจขายหุ้นยูคอมในมือทั้ง หมดให้บริษัท ไทย เทลโค โฮลดิ้งส์ ที่ตั้งขึ้นใหม่โดยมีผู้ถือหุ้นใหญ่ 2 ราย คือ บริษัท เทเลนอร์ กับกลุ่มนักธุรกิจไทยที่เกิดจากการรวมกลุ่มของตระกูลเบญจรงคกุล บริษัท ฟินันซ่า และนักลงทุนเอกชนไทย ด้วยมูลค่าการซื้อขายกว่า 9 พันล้านบาท ทุกวันนี้ยังมีคนอีกเยอะมากที่เข้าใจว่าเบญจรงคกุลยังเกี่ยวข้องกับดีแทคอยู่ มีโทร.มาขอเบอร์เลขสวยจากผมอยู่เลยครับ” (หัวเราะ) 

จากนั้นธุรกิจของครอบครัวอยู่ภายใต้บริษัท เบญจจินดา ที่เป็นผู้นำการให้บริการด้านสื่อสารโทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศในเมืองไทย มี 3 กลุ่มบริษัท ได้แก่ กลุ่มบริษัทเน็ตเวิร์กโซลูชั่น กลุ่มบริษัทบรอดแบรนด์ และกลุ่มบริษัทดิสทริบิวชั่น

‘เปิดใจ’ เรียนรู้ 

คุณบิ๊กจบปริญญาตรีด้าน Hospitality Management จาก Box Hill Institute และปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจกีฬาจาก Deakin University จากออสเตรเลีย 'คุณวิชัย เบญจรงคกุล' ผู้เป็นอาจึงส่งหลานชายไปอยู่ฝ่ายบุคคล ให้ศึกษาโครงสร้างองค์กรและบุคลากรในแผนกต่างๆ จะได้เข้าใจพื้นฐานของบริษัทเสียก่อน หลังจากนั้นคุณบิ๊กจึงย้ายไปอยู่ฝ่ายการตลาด ที่นั่นเขาได้ศึกษาสายงานด้านการให้บริการโทรคมนาคมที่ต้องอาศัยความรู้เฉพาะทาง โดยเฉพาะคำศัพท์ทางวิศวกรรมที่ใช้ในองค์กร ทั้งสองแผนกเป็นการวางรากฐานเพื่อให้คุณบิ๊กได้รับหน้าที่สำคัญ ซึ่งถือเป็นทัพหน้าของบริษัท นั่นคือฝ่ายขาย

“ยากขึ้นกว่าเดิมอีกครับ” คุณบิ๊กบอกถึงความรับผิดชอบล่าสุดในบริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ บริษัทในเครือที่ให้บริการโทรคมนาคมชั้นนำของประเทศไทย ได้รับสัมปทานการให้บริการสื่อสัญญาณความเร็วสูงให้กับองค์กรธุรกิจ พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาสนับสนุนการทำธุรกิจ รวมถึงการให้บริการโครงข่ายและดิจิตอลโซลูชั่นระดับภูมิภาคอาเซียน ปัจจุบันคุณบิ๊กทำหน้าที่นี้มาได้กว่า 2 ปีแล้ว

“6 เดือนแรก ผมมั่นใจในตัวเองน้อยมาก กลัวตอบคำถามลูกค้าได้ไม่ชัดเจนพอ เพราะนี่คือสิ่งใหม่ที่ห่างไกลกับชีวิตและความสนใจผมสมัยอยู่ที่เมลเบิร์นมาก เพราะผมเป็นมนุษย์กีฬามากกว่าผู้ชายไอที (ยิ้ม) ที่นั่นเทคโนโลยีหรือโซเชียลมีเดียไม่ทันสมัยเท่าที่นี่” แต่เขาก็ยินดีและพร้อมเปิดใจรับประสบการณ์ใหม่ๆ 

ในช่วงแรกคุณบิ๊กตามเซลคนอื่นๆ ไปพบลูกค้าเพื่อสังเกตการทำงานของทีมเซล ทว่า ‘ภาคทฤษฎีกับภาคปฏิบัติ’ มักต่างกันเสมอ “มีเคสหนึ่งที่ผมจำได้ไม่ลืม คือการไปพบลูกค้ารายแรกๆ ซึ่งเผอิญเป็นลูกค้ารายใหม่ ลูกค้าอาจไม่ได้สนใจว่าผมเป็นเซลคนใหม่ แต่พอเห็นนามสกุล เขาคาดหวังทันทีว่าผมต้องรู้ทุกอย่างมากกว่าพนักงานคนอื่น เพราะผมคือลูกหลานเจ้าของบริษัท แต่ประสบการณ์ที่ยังน้อยในสายงานนี้ วันนั้นผมตอบไม่ได้อยู่หลายคำถาม ทำให้ผมเสียโอกาสในการขายและบริษัทอาจเสียรายได้ที่ควรจะเพิ่มเข้ามา แต่โชคดีที่ลูกค้ารายนี้เป็นเพื่อนคุณอา สุดท้ายเขาตกลงเป็นลูกค้าเรา แต่ฟีดแบ็กการพบลูกค้าของผมครั้งนั้นก็ส่งตรงถึงคุณอาครับ”

คุณวิชัยไม่ได้ตำหนิหลานชาย ตรงกันข้าม เขาถามคำถามง่ายๆ เช่น ‘วันนี้ไปหาลูกค้ารายไหน’ ‘จำชื่อลูกค้าได้ไหม’ ‘เขาทำธุรกิจอะไร’ แล้วให้เล่าถึงการออกไปพบลูกค้าว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพียงเท่านี้ คุณบิ๊กก็เห็นถึงข้อผิดพลาดของตัวเอง “คำถามของคุณอาลงลึกในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทำให้ผมรู้ว่าเราต้องใส่ใจลูกค้ามากกว่านี้ และพอผมเล่าถึงการทำงานของตัวเอง ก็เห็นเองเลยว่าเรายังเตรียมตัวไม่ดีพอ ทั้งการรู้จักสินค้าและการรีเสิร์ชข้อมูลลูกค้าและธุรกิจของเขา นั่นเป็นบทเรียนที่ทำให้ผมทุ่มเททำการบ้านและใส่ใจหน้าที่ของตัวเองมากขึ้น”

นี่ก็เป็นการส่งต่อประสบการณ์จากรุ่นสู่รุ่นของสมาชิกในตระกูล “ในการทำงานผมใกล้ชิดคุณอามากที่สุด เพราะท่านเป็นคนหลักที่ดูแลธุรกิจในปัจจุบัน คุณอาไม่บอกขั้นตอนการทำงานว่าต้องทำยังไง ทุกคนมีอิสระในการทำงาน แต่ผมจะคอยสังเกต ดูการพูดจา การบริหารคน การบริหาร ธุรกิจ กระทั่งการบริหารเวลา ว่าคุณอาทำยังไง แล้วนำมาปรับใช้กับตัวเอง ส่วนคุณพ่อผมเริ่มวางมือแล้ว แต่ถ้ามีอะไรก็ปรึกษาได้ตลอด กับคุณลุง เราคุยกันเรื่องงานศิลปะมากกว่า ท่านชอบชวนผมไปเล่นกับน้องข้าวหอม (ด.ช.ชีวกิตติ์ เบญจรงคกุล)”

ทริปเที่ยวญี่ปุ่นของ ครอบครัว ‘เบญจรงคกุล’

 

ก้าวต่อไปของรุ่นลูกหลาน

“สมาชิกในเจเนอเรชั่นที่ 3 มีทั้งหมด 14 คน ตอนนี้เข้ามาช่วยธุรกิจครอบครัวอยู่ 5 คน รวมผมด้วย พวกเราทำหน้าที่แตกต่างกันไป แต่ไม่ว่าใครจะ รับผิดชอบในตำแหน่งไหน เราทุกคนจะช่วยเหลือและซัพพอร์ตกันและกันตลอด อย่างในรุ่นผมเมื่อปลายปีที่แล้ว พ.ศ.2561 มีการเปิดบริษัทใหม่ขึ้นมา 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท เบรนเนอร์จี้ เพื่อก้าวให้ทันโลกที่หมุนเร็วขึ้น ทุกวินาทีมีค่าเสมอ เราบริการเทคโนโลยีดิจิตอล ช่วยให้การทำงานสะดวกสบายและขยายโอกาสทางธุรกิจได้มากขึ้น รวมถึงการปรับเปลี่ยนการทำงานให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ทำงานที่ไหนก็ได้ การเข้าสู่สังคมยุคดิจิตอลที่ลดการทำงานด้วยเอกสาร เป็นสังคมที่ไร้กระดาษ ล่าสุดเราได้จับมือกับกรมสรรพากร บริการระบบการออกใบรับและใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แทนกระดาษได้เลย ลดต้นทุนและเพิ่มศักยภาพเจ้าของธุรกิจให้สะดวก รวดเร็ว ลดความผิดพลาด สามารถเรียกค้นและตรวจสอบได้ง่าย โดยเชื่อมต่อกับระบบของกรมสรรพากรได้เลย

บรรยายหลักสูตร PADA

“อีกบริษัทหนึ่งคือ บริษัท ซีน ดิจิตอล บริการ wifi analytics และ wifi marketing ใช้ customer insight ช่วยให้เข้าใจลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น บทบาทหน้าที่ของรุ่นหลานอย่างพวกเราตอนนี้คือการอัพเดตและก้าวให้ทันโลกด้วยการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาให้บริการลูกค้าที่ความต้องการเปลี่ยนไปตามยุคสมัย โดยที่เรายึดมั่นในความซื่อสัตย์และการใส่ใจดูแลลูกค้าเหมือนอย่างที่ถือปฏิบัติกันมาทุกรุ่น ในแวดวงธุรกิจการสื่อสารแล้ว มีบริษัทที่ร่วมทำธุรกิจเดียวกันรายใหญ่ๆ อยู่ 5 - 6 เจ้า การแข่งขันในตลาดค่อนข้างสูง ว่ากันตรงๆ ในด้านราคาและผลิตภัณฑ์รวมถึงเทคโนโลยีไม่ต่างกันและตามกันทันได้ แต่สิ่งที่เป็นข้อได้เปรียบของบริษัทเราคือชื่อเสียงและเกียรติประวัติที่สั่งสมกันมาตั้งแต่รุ่นอากงอาม่าจนถึงปัจจุบัน ระยะเวลาร่วม 60 ปีที่บริษัทยืนหยัดมาได้ ทำให้ลูกค้ามั่นใจ เชื่อใจ และวางใจในการเลือกเรา

“การที่ผมอยู่ฝ่ายขาย เราคือตัวแทนของบริษัทในการพบลูกค้า นอกจากการทำยอดขายให้ถึง
เป้าหมายที่ตั้งไว้ในแต่ละปีแล้ว ผมภูมิใจที่ได้ช่วยทำ ให้ธุรกิจลูกค้าทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น และไม่ว่าองค์กรจะมีผลิตภัณฑ์อะไร รวมถึงสองบริษัทน้องใหม่ของเราเปิดตัวขึ้น หน้าที่ผมคือการนำเสนอสินค้าและบริการของเราให้ลูกค้า ผมจะรู้สึกดีและภูมิใจมากเวลาที่ได้ลูกค้ารายใหม่ แม้ยอดขายหลักล้านบาทอาจเทียบไม่ได้กับผลประกอบการหลักพันล้านขององค์กรเรา แต่ผมเคารพทุกบาททุกสตางค์จากลูกค้า เพราะนี่คือรายได้ใหม่ที่เข้ามา เพราะไม่ว่าจะเป็นรายได้จากฝ่ายไหน จำนวนเท่าไหร่ ทั้งหมดคือสิ่งที่ค้ำจุนองค์กรเราให้มั่นคงและเติบโตก้าวไปข้างหน้า 

เข้าอบรม Innovation Program ของ RISE เพื่อมา Pitch ให้ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นฟัง

“เมื่อก่อนตอนอยู่เมลเบิร์น ผมเปลี่ยนงานทุกๆ 2 ปี ด้วยเชื่อว่าสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ จะทำให้เรามีแรงพลังในการทำงานมากขึ้น แต่ไม่ได้เปลี่ยนสายงานด้านการบริการและด้านกีฬาซึ่งเป็นสิ่งที่ผมชอบและถนัด ผมแค่เปลี่ยนที่ทำงาน แต่การทำงานในธุรกิจของครอบครัว สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาคือความรับผิดชอบ นอกจากการเป็นพนักงานคนหนึ่งในบริษัทแล้ว สายเลือดความเป็นเบญจรงคกุลในตัวผม ทำให้ผมละทิ้งสิ่งที่อากงอาม่าลงแรงก่อตั้งขึ้นมาไม่ได้ เพราะเงินทุกบาทที่ส่งเสียและเลี้ยงดูผมมาตั้งแต่เล็กคือรายได้ที่มาจากธุรกิจนี้ ถึงเวลาที่ผมต้องตอบแทนพระคุณครอบครัว เข้ามาช่วยดูแลธุรกิจนี้ และทำให้ ‘เบญจจินดา’ ดำรงอยู่สืบต่อไปได้นานถึง 100 ปีอย่างที่คุณลุงตั้งใจครับ”

 

ติดตามได้ในนิตยสาร HELLO! ปีที่ 14 ฉบับที่ 12  ประจำวันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน 2562

หรือดาว์นโหลดฉบับดิจิตอลได้ที่  www.ookbee.com www.shop.burdathailand.com