ย้ำความปังของ ‘แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา’ ดีไซเนอร์ผู้แรง ชัด ทุกฝีเข็ม !!!
ย้ำความปังของ ‘แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา’ ดีไซเนอร์ผู้แรง ชัด ทุกฝีเข็ม !!!
Exclusive Interviews

ย้ำความปังของ ‘แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา’ ดีไซเนอร์ผู้แรง ชัด ทุกฝีเข็ม !!!

คำว่า 'ศิลปินไส้แห้ง' ใช้ไม่ได้กับ "แพร VATANIKA"

คุณแพร - วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา หรือชื่อที่เพื่อนรักเรียกขานว่า ค.ม. คุณแม่ คือตัวแม่แห่งวงการแฟชั่นไทยยุคใหม่ เธอทำชุดที่เจนนิเฟอร์ โลเปซหยิบไปสวม เธอเคยเดินสูบซิการ์ในแฟชั่นโชว์และโปรยแบงค์ดอลล่าร์บนแคทวอล์กของตัวเอง ล่าสุดเธอกับ ‘สาจ๋า’ แห่ง This is Me VATANIKA คือรายการที่คนยุคโซเชียลนับล้านคลิกดูอย่างไวได้อีก

เดรสสีขาวผ้าไหมซาตินตกแต่งด้วยพู่ไหมจาก VATANIKA

“แพรเป็นคนรักบ้านค่ะ” ดีไซเนอร์คนดังในชุดคลุมเนื้อผ้าพลิ้วลื่นไปบนผิวกล่าว “แพรเชื่อว่าทุกคนมีความลุ่มหลงกับอะไรบางอย่างมากๆด้วยกันทั้งนั้น และสิ่งนั้นสำหรับแพรก็คือบ้าน รักบ้านไม่ดีตรงไหนหรือคะ” แก้ม ตา ปากที่เธอแต้มสีสันเองชนิดเมคอัพอาร์ทิสต์มืออาชีพยังยอมใจขยับเขยื้อนอย่างไปมาบนวงหน้าอย่างมีชีวิตชีวา

บรรยากาศร้านอาหาร El Chiringuito Es Cavallet ร้านโปรดที่เมืองอิบิซา ประเทศสเปน

ความลุ่มหลงไม่แพ้บ้านของเธออีกอย่างหนึ่งก็คือแฟชั่น หรือจะเรียกให้ถูกกว่านั้นคือศิลปะของแฟชั่นเมื่อเธอยืนยืนหนักแน่นว่าแฟชั่นคือศิลปะ “มันคือสิ่งที่ออกมาจากตัวตนของเรา คือความคิดสร้างสรรค์ของเรา” พี่สาวคนโตในจำนวนพี่น้อง 3 สาวในครอบครัวข้าราชการซึ่งลุ่มหลงในศิลปะทุกด้านโดยเฉพาะประติมากรรม

ขณะไปเล่น Sand Dune ที่เมืองอาบูดาบี

ทำให้วทานิกาตัดสินใจเรียนต่อปริญญาตรีด้าน Fine Arts Sculpture หากมารดาทัดทานด้วยประโยคเฉียบขาดว่า “อยากเป็นศิลปินไส้แห้งหรือ” ทำให้ลูกสาวเมียงมองอาร์ทด้านอื่น ก่อนจะลงตัวที่คอร์สแฟชั่นดีไซน์เสื้อผ้าผู้หญิงที่เซ็นทรัล เซนต์มาร์ตินส์ซึ่งบ่มเพาะดีไซเนอร์ดังระดับโลกมานับไม่ถ้วน อาทิ จอห์น กัลลิอาโนและอเล็กซานเดอร์ แม็กควีน “แพรเรียนมาแตร์เดอีตั้งแต่อนุบาล 3 จนม.6 รู้สึกว่าไปโรงเรียนเหมือนไปบ้านอีกหลัง แต่ในโรงเรียนแฟชั่นทุกคนแข่งขันชิงดีชิงเด่นกัน เจอแบบนี้แพรช็อกเลย แพรเชื่อว่าถ้าเรามีความสามารถ เราไม่ต้องแข่งขันกับใคร จะมีคนเห็นพรสวรรค์ของเราเองแม้จะเป็นคนจำนวนเล็กน้อยก็ตาม ซึ่งเป็นแนวคิดที่แพรใช้ในการทำแบรนด์ด้วย” วทานิกาตามความลุ่มหลงในเอ็กโซติกสกินไปลงเรียนใหม่ด้านการออกแบบเครื่องหนังที่ลอนดอน คอลเลจ ออฟ แฟชั่น วิทยาลัยแฟชั่นชั้นนำอีกแห่งและค้นพบความสงบในชั้นเรียนจนคว้าปริญญามาได้หลังใช้เวลาในอังกฤษนานถึง 8 ปี เป็นที่มาของสำเนียงบริติชสุดเป๊ะที่แฟนคลับคุณแพรกดไลค์รัวให้ ค.ม. ของพวกเขา

เชิ้ตสีขาวจาก YSL และกระโปรงยาวผ้า pinstriped จาก VATANIKA

ตัวตนในแฟชั่นที่เป็นเอกลักษณ์เหลือเกินของเธอนี้มีรากฐานมาจากภาพจำตราตรึงในสไตล์ของคุณย่า (คุณจันทนา โอบายวาทย์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา) และคุณยาย (ม.ล.เทพิน เทวกุล) ซึ่งเธอใช้คำว่า ‘สง่างาม’ ได้สะดวกปาก “ยุคนี้ถ้าเรามีปาร์ตี้ก็วิ่งไปห้างซื้อเดรสมาหนึ่งตัว แต่สมัยก่อนจะไปงาน ที่ต้องไปหาซื้อผ้า มีช่างมาวัดตัวที่บ้าน ต้องลองชุดหลายครั้งกว่าจะเสร็จ เป็นงาน made-to-measure ที่ละเอียดอ่อนกว่าสมัยนี้เยอะ ซึ่งในความเนี้ยบและมีรายละเอียดในการแต่งตัวของผู้หญิงยุคก่อนทำให้เวลาแพรมองคุณย่าคุณยายแล้วจะรู้สึกว้าวมากท่านสง่ามากทั้งคู่เลยค่ะ คุณแม่แพร (คุณพินทิพา เทวกุล) ก็เป็นผู้หญิงที่ทำงานที่แต่งตัวโก้ใส่ pant suit เรียบกริบ แพรเลยซึมซับวิธีในการชื่นชมงานศิลปะหรือแฟชั่นซึ่งส่งผลต่อตัวเรามาถึงทุกวันนี้ แม้ว่าสไตล์เสื้อผ้าที่แพรทำจะไม่ใช่แบบที่คุณย่าและคุณยายของแพรใส่ แต่คิดว่าลึกๆ แล้วมันคือการใส่ใจกับรายละเอียดและให้ความสำคัญกับการแต่งกายที่ติดตัวเรามา แพรไม่ได้คิดแค่ว่าจะทำเสื้อผ้าให้แขวนอยู่บนราวแล้ว ดูสวยแต่อยากทำเสื้อผ้าที่คนใส่รู้สึกดีค่ะ”

คุณแพรบนรันเวย์คอลเลกชั่นล่าสุด Fall / Winter 2018

เมื่อกระโจนลงสู่สนามธุรกิจเต็มตัว สาวอารต์อย่างคุณแพรก็ไม่ได้คิดแบบติสต์ๆ ทำธุรกิจตาอารมณ์ศิลปิน “พอเสื้อผ้าขายหมดเราก็คิดสร้างงานใหม่ๆ โดยคำนึงถึงความต้องการของลูกค้ามากขึ้น ไม่ใช่เราคิดว่าสวยอย่างเดียว ประกอบกับพนักงานมากขึ้นด้วยก็กลายเป็นว่าเราคิดถึงแต่ตัวเองไม่ได้แล้ว เราต้องคิดถึงพนักงานที่เขาต้องเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวเราจะมาติสต์แตกหรืออินดี้ไม่ได้ ต้อง think big ไม่อย่างนั้นเราจะพัฒนาตัวเองไม่ได้เลย ช่วงแรกที่เริ่มธุรกิจแพรคิดว่าเป็นช่วงที่เจออุปสรรคหนักที่สุด แต่ในทีมของเราก็มีเอย (คุณกรณ์วิภา โชติกเสถียร) และจอย (คุณนฤมล กิตติวรฤทธิ์) ที่เป็นเพื่อนคบกันมาตั้งแต่อนุบาล แพรไปหลอกเขามาค่ะ (หัวเราะ) แพรเรียนอาร์ตมาตลอด ไม่เคยเรียนธุรกิจเลย ส่วนจอยเทรดน้ำมัน เอยก็ไม่เคยทำพีอาร์มาก่อนทำแต่อีเวนต์เหมือนพวกเรามาเริ่มนับหนึ่งใหม่ไปด้วยกัน

เทรนช์โค้ตผ้าไหมซาตินสีมัสตาร์ดจาก VATANIKA

หยุดลุยธุรกิจแฟชั่นที่ว่ากันว่าเป็นธุรกิจปราบเซียนเพราะความต้องการของผู้บริโภคสวิงไปตาเทรนด์ที่มาไวไปไวก็คือ ‘คำพูดครู’ “สมัยที่แพรเรียน womenswear ครูสั่งงานว่าให้ทำเสื้อหนึ่งตัว คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าการทำอาร์ตในลอนดอนต้องทำอะไรที่เป็นอวองต์-การ์ด แต่แพรอยากทำเสื้อเรียบๆ ที่ใส่ได้จริงเลยทำเสื้อเชิ้ตเป็นซิลก์ทั้งตัว ตั้งใจเย็บมาก เก็บทุกรายละเอียด แต่ครูบอกว่าเหมือนเสื้อแดนเซอร์ของเจโล จำไม่ลืมเลย คำพูดในวันนั้นของครูทำให้แพรอยากกลับไปหาเขาในวันนี้แล้วบอกว่าเจโลใส่เสื้อของเราค่ะ (ยิ้ม) น้องๆ ที่อยากมีอาชีพเป็นดีไซเนอร์ก็อย่าเอาคอมเมนต์มาคิดเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ให้ใช้เป็นแรงผลักดันพัฒนาตัวเองดีกว่าค่ะ”

สูทสีดำเข้ารูปตกแต่งด้วยรัฟเฟิลจาก VATANIKA

เธอท้าทายตัวเองครั้งใหญ่และได้รับเสียงต้อนรับอื้ออึงในโลกออนไลน์เมื่อ VATANIKA เป็นแบรนด์แรกที่ลุกขึ้นมาทำเรียลลิตี้โชว์ที่เปิดเผยตัวตนและไลฟ์สไตล์ของตัวดีไซเนอร์ ผองเพื่อน สาจ๋า (เมด) และกบจ๋า (คนขับรถ) โดยเฉพาะสองรายหลังที่กลายเป็นเน็ตไอดอลไปแล้ว “เวลาลูกค้าดูลุคบุ๊กแล้วเห็นรูปนางแบบขายาวใส่ชุดเราสวย เขามักจะบอกว่าตัวเขาใส่ไม่สวยแบบนั้นหรอก ขณะที่เพื่อนๆ แพรมีทั้งคนที่เป็นอาจารย์ เป็นแอร์โฮสเตส เป็นพีอาร์ ตัวเราเองเป็นดีไซเนอร์ เป็นผู้หญิงจริงๆ ที่มีอาชีพหลากหลายซึ่งใส่เสื้อผ้าแบรนด์เราจริงๆ แล้วสวย จุดประกายว่าไม่จำเป็นต้องเป็นนางแบบใส่ก็สวยจริงๆ นะ เราเลยทำเรียลลิตี้ This is Me VATANIKA ขึ้นมา แพรอยากให้ลูกค้าเห็นอะไรที่เป็นความสวยงามแต่เป็นเรื่องจริง"

“ความภูมิใจสูงสุดในการเป็นดีไซเนอร์ของแพรคือการที่เราดูแลทีมที่เป็นผู้หญิงให้มีอาชีพ ทีมช่างครึ่งหนึ่งของเราเป็นซิงเกิ้ลมัมที่ต้องดูแลตัวเองและต้องดูแลลูกหลายคนส่งลูกเรียนหนังสือได้เพราะทำงานกับเราเวลาเขามานั่งคุยกับแพรแล้วเล่าว่าลูกเรียนจบแล้วนะนี่คือความสุขที่เงินซื้อไม่ได้ แพรเลยคิดเรื่องความเป็นอยู่ของทีมมากกว่า มันทำให้เราต้องตั้งเป้าหมายว่าต้องขายเสื้อผ้าให้ได้ ต้องขยายธุรกิจให้โต เพราะเราต้องดูแลพวกเขา แพรไม่ได้คิดถึงคำว่ายั่งยืน คิดถึงแต่คำว่าพัฒนา ตราบใดที่เราพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลามันจะยั่งยืนได้เอง ซึ่งเกิดจากแพสชั่นที่เราใส่ใจในสิ่งที่ทำ"

View this post on Instagram

HELLO there!! On stands now 🖤

A post shared by VP (@vatanika) on

"เราต่างมีหน้าที่กันคนละอย่าง เมื่อทุกคนให้ความสำคัญกับหน้าที่ของตัวเองแล้วเอามารวมกัน แพรเชื่อว่าไม่มีทางที่ผลลัพธ์จะไม่ดีไปได้ค่ะ”