Home > Fashion > Celebrity Style

หลายๆ คนจะรู้จัก ‘คุณฝ้าย-ปัทมรัตน์ พหิทธานุกร’ ในฐานะลูกสาวคนสวยของ ‘ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร’ อดีตประธานบอร์ด ปตท. กับ ‘คุณปวีณา พหิทธานุกร’ หลานตาของ ‘พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ’ อดีตนายกรัฐมนตรี และเมื่อครั้งงานฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 71 คุณฝ้ายยังโดดเด่นในบทบาทดรัมเมเยอร์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมถึงเธอยังเป็นนักกิจกรรมตัวยงตลอดระยะเวลาที่ศึกษาอยู่ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อีกด้วย 

หลังจบปริญญาตรีคุณฝ้ายบินไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษด้าน Entrepreneurship and Innovation Management ก่อนที่จะเดินทางกลับเมืองไทย แล้วเริ่มต้นหน้าที่การงานในด้านประชาสัมพันธ์และการตลาด ซึ่งเป็นสายงานที่เธอให้ความสนใจเป็นส่วนตัว นอกเหนือจากวิชาความรู้ด้านการบริหารที่ร่ำเรียนมา

“ที่อยากทำงานด้านพีอาร์มาร์เก็ตติ้ง เพราะฝ้ายชอบทำงานที่ไม่หยุดนิ่ง รู้สึกว่าการทำงานด้านนี้ทำให้ได้พบปะผู้คนหลากหลาย ทำให้เราได้ใช้ความคิดอยู่ตลอดเวลา และโดยส่วนตัวฝ้ายก็เป็นคนที่ชอบเจอกับผู้คนใหม่ๆ อยู่แล้ว เพราะทำให้เรารู้สึกว่ามีชีวิตชีวาในทุกๆ ครั้งที่ได้เจอหรือพูดคุย” คุณฝ้ายเล่าถึงแรงบันดาลใจและความหลงใหลในงานที่เธอรัก

“งานทางด้านนี้เป็นงานแรกหลังจากที่ฝ้ายเรียนจบ ก็เลยรู้สึกมีความสุขกับการได้เรียนรู้ ทั้งเรื่องงานและสังคมเพื่อนร่วมงาน องค์กรที่ฝ้ายทำงานเป็นองค์กรที่ค่อนข้างใหญ่ และเป็นองค์กรที่ทันสมัย มีการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาให้เราได้เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ทำให้เรามีความรับผิดชอบมากขึ้น เหมือนเราค่อยๆ เติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ จากการทำงานค่ะ”

คุณฝ้ายยังบอกอีกด้วยว่า ณ เวลานี้เธอขอเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการทำงานให้หลากหลายรอบด้าน เพื่อที่ว่าจะได้เกิดมุมมองและตกตะกอนทางด้านความคิด ตลอดกระทั่งความเชี่ยวชาญ ก่อนจะต่อยอดไปสู่ความฝันอันสูงสุด นั่นคือการได้เป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเอง จากชีวิตนักศึกษาก้าวเข้าสู่โลกแห่งการทำงานในโลกความจริง คุณฝ้ายยอมรับว่าช่วงแรกๆ เธอต้องปรับตัวค่อนข้างหนักในระดับหนึ่ง ทว่าท้ายที่สุด ด้วยความมุ่งมั่นและใจรักในงานที่ทำ ทุกวันนี้เธอรู้สึกสนุกและมีความสุขกับการทำงานมาก อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาที่เครียดหรือเหนื่อยล้าจากงานทำงาน ฝ้ายเลือกที่จะผ่อนคลายตัวเองด้วยการออกกำลังกาย และเธอเลือกที่จะใช้เวลาพักกลางวันเข้าฟิตเนสแทนการพักรับประทานอาหาร 

“พอดีฟิตเนสอยู่ในเซ็นทรัลเวิลด์พอดีค่ะ” ฝ้ายหัวเราะให้กับคำตอบของตัวเอง ก่อนจะอธิบายความต่อว่า “แต่ก็ไม่ใช่ทุกวันนะคะ อาทิตย์นึงจะมีแค่สองสามวันค่ะ คือถ้าวันไหนที่ไปออกกำลังกายตอนพักเที่ยง ฝ้ายจะข้ามมื้อกลางวันไปเลย ก็หาอาหารว่างกินแทน แล้วไปจัดหนักเอามื้อเย็น ฝ้ายว่ามันเหมือนได้ปลุกความกระปรี้กระเปร่าระหว่างวัน ช่วงบ่ายฝ้ายก็จะสดชื่นมีพลังลุยงาน”

แต่หากมีวันหยุดยาวหลายวัน จุดหมายปลายทางของคุณฝ้ายคือท้องทะเล “แต่ก่อนเป็นคนชอบทะเลมาก ชอบไปว่ายน้ำไปดำน้ำ แต่หลังๆ เริ่มหันมาชอบกิจกรรมแอดเวนเจอร์มากขึ้น อย่างพวกเดินป่าปีนเขาค่ะ” สาเหตุที่ฝ้ายแอบปันใจจากทะเลมาสู่ภูเขา เริ่มมาจากการชักชวนของคนรู้ใจใกล้ตัวเธอนั่นเอง 

“ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะชอบนะคะ แต่พอได้ลองแล้วกลายเป็นว่าเรากลับรู้สึกมีความสุขที่ได้อยู่กับธรรมชาติ ได้อยู่กับตัวเอง ที่สำคัญคือเวลาเดินป่าทำให้เราไม่ต้องมาติดกับโซเชียลมีเดียมาก เพราะบางพื้นที่ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ก็ทำให้เราตัดขาดกับโลกโซเชียลไปได้โดยปริยาย เหมือนเราได้ปลีกตัวไปอยู่กับความสงบ ได้ผ่อนคลายจากความเครียดในการทำงานหรือจากในสังคมเมือง”

ล่าสุดในช่วงฤดูหนาวเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ฝ้ายเล่าว่าเธอประทับใจทริปที่เขาช้างเผือก จังหวัดกาญจนบุรีมาก “พอขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของยอดเขาก็เห็นวิวทั้งหมดเลย ได้เห็นภูเขาเป็นรูปช้าง รู้สึกว่ามันสวยคุ้มค่าเหนื่อย แล้วก็เป็นครั้งแรกของฝ้ายที่เดินระยะไกลและไป  ตั้งแคมป์ค้างคืน เป็นสิ่งที่เรายังไม่เคยทำมาก่อน แล้วเราทำได้สำเร็จ รู้สึกว่ายิ่งโตเราก็อยากทำอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำมากขึ้น”

แม้ว่าจะพบรักใหม่กับกิจกรรมเดินป่าปีนเขา แต่คุณฝ้ายก็ยังไม่หลงลืมความรื่นรมย์จากเสียงคลื่นและความงดงามใต้ท้องทะเล เธอบอกว่าทั้งทะเลและภูเขาล้วนเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่แตกต่างกันหากแต่มอบความสุขได้เฉกเช่นกัน อีกทั้งหัวใจสำคัญของการได้ออกเดินทางท่องเที่ยว สำหรับคุณฝ้ายแล้วมันคือการได้พาตัวเองออกไปมองโลกในมุมมองแปลกใหม่น่าตื่นตาตื่นใจ

“เหมือนกับการได้เปิดโลกให้เราได้พบเจอสิ่งใหม่ๆ ที่เราไม่เคยรู้เคยเห็นมาก่อน ทำให้เราได้ค้นพบอีกตัวตนหนึ่งของตัวเองและมีความสุขไปกับมัน อย่างการปีนเขาตอนแรกก็ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ มันต้องอาศัยความอึดความแข็งแรงพอสมควร เราทำได้เราก็ดีใจที่เราไปถึงจุดหมาย บางทีก็ต้องใช้สมาธิในการเดิน มันก็ช่วยให้เราได้มีสมาธิอยู่กับตัวเองไปด้วย รู้สึกว่ามันทำให้เราได้คิดอะไรในช่วงที่เราเดินได้เยอะเหมือนกันนะคะ ได้คุยกับตัวเอง ได้ทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมา แล้วก็เหมือนเราได้ท้าทายขีดจำกัดความสามารถของตัวเองไปด้วยในตัว ว่าจริงๆ แล้วสุดท้ายเราก็ทำได้”

ด้วยความที่คุณฝ้ายเป็นผู้หญิงทำงานยุคใหม่ ซึ่งหน้าที่การงานเปิดโอกาสให้เธอต้องพบเจอผู้คนมากมายในแต่ละวัน โดยที่ความประทับใจแรกในฐานะคนทำงานด้านพีอาร์มาร์เก็ตติ้งย่อมหลีกไม่พ้นเรื่องภาพลักษณ์การแต่งกาย เราจึงอยากทราบความเห็นของเธอในประเด็นนี้

“ฝ้ายเลือกแต่งตัวโดยดูจากวาระโอกาสเป็นหลักสำคัญค่ะ การแต่งตัวดูดีของฝ้ายไม่ได้หมายถึงสิ่งของหรูหราราคาแพง แต่ต้องเป็นอะไรที่เหมาะสมกับเรา และเข้ากับแต่ละสถานที่ที่เราไป ฝ้ายเชื่อว่าการแต่งตัวสามารถสะท้อนตัวตนของเราออกมาได้ อย่างฝ้ายเป็นคนค่อนข้างรักอิสระ ก็จะชอบแต่งตัวเรียบง่าย เน้นสวมใส่สบายคล่องตัว ไม่ต้องใช้เวลาเยอะ และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์”

คุณฝ้ายยังให้มุมมองในเรื่องของเทรนด์และแฟชั่นในโลกยุคดิจิทัลไว้อย่างน่าสนใจ นั่นคือ “ทุกวันนี้ผู้คนมีอิสระในการแต่งตัวมากขึ้น ทุกคนมีสไตล์ที่เป็นของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องแต่งตัวเหมือนใคร เพราะเรามีช่องทางในการรับรู้ข่าวสารได้ง่ายดายและรวดเร็ว
มากขึ้น มีแบรนด์ต่างๆ ให้เราเลือกเยอะขึ้น รวมถึงช่องทางการช็อปปิ้งที่เราสามารถเข้าถึงได้สะดวกสบายมากขึ้นด้วย ทุกคนก็เลยมีทางเลือกในการที่จะนำเสนอตัวเองผ่านสไตล์การแต่งตัวได้แตกต่างหลากหลาย ทำให้การแต่งตัวมันสนุกมากขึ้นค่ะ”

คุณฝ้ายยกตัวอย่างถึงแบรนด์ Onitsuka Tiger ซึ่งเธอบอกว่าหากเอ่ยชื่อแบรนด์นี้ ทุกคนย่อมต้องนึกถึงสนีกเกอร์ที่ถือเป็นชิ้นซิกเนเจอร์ของแบรนด์มาเป็นอันดับแรก หากแต่ในแง่ของความเป็นแบรนด์แฟชั่นระดับโลกสัญชาติญี่ปุ่นแล้ว ยังมีชิ้นแฟชั่นอีกหลากหลายให้คนที่รักการแต่งตัวได้สร้างสรรค์ลุคใหม่ๆ ได้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

โดยในฤดูกาลสปริง-ซัมเมอร์ 2021 นี้ ทาง Onitsuka Tiger ได้สร้างสรรค์คอลเลกชั่นล่าสุด ภายใต้คอนเซปต์ ‘The Onitsuka Tiger Attitude’ ที่ไม่เพียงแต่รายละเอียดของผลิตภัณฑ์และโลโก้ของแบรนด์เท่านั้น แต่ทุกชิ้นในคอลเลกชั่นก็แสดงออกถึงแอตติจูดของแบรนด์ด้วย

“แรงบันดาลใจหลักของคอลเลกชั่นนี้ที่ฝ้ายใส่อยู่มาจากเรือใบที่แล่นอยู่ในท้องทะเล ทั้งสีสัน วัสดุ และการตัดเย็บ ซึ่งมันก็เข้ากับตัวฝ้ายด้วยพอดี เพราะด้วยความที่ฝ้ายชอบไปทะเลชอบไปดำน้ำอยู่แล้ว” ฝ้ายเริ่มเล่าถึงคอลเลกชั่นเสื้อผ้าของ Onitsuka Tiger Spring Summer 2021 ที่เธอสวมใส่ถ่ายภาพแฟชั่นสวยๆ ในวันนี้

“ฝ้ายชอบตรงที่รู้สึกว่ามันก็เป็นสไตล์ของตัวเองด้วย ให้ความรู้สึกดูสตรีท เรียบง่าย ใส่สบาย คล่องตัว เหมาะกับอากาศบ้านเราเป็นอย่างดี แต่ก็ยังมีดีไซน์ที่สวยงามหลากหลาย สีสันสดใส ให้ลุคที่มีความเป็นแฟชั่น แต่ก็ยังมีจิตวิญญาณของความเป็นแบรนด์อยู่ด้วย เป็นเสื้อผ้าที่น่าใช้และใส่ได้ทุกโอกาสจริงๆ ไม่ใช่แค่มีชุดแนวสตรีทอย่างเดียว แต่ก็มีชุดหลากสไตล์ที่ใส่ในชีวิตประจำวันได้ด้วย”

เมื่อถามถึงชิ้นสุดโปรดประจำวันนี้ ฝ้ายรีบออกตัวทันทีว่ามีหลายชิ้น “มีรองเท้าคู่หนึ่งที่ใส่ถ่ายได้แรงบันดาลใจมาจากยุค 70s ผสมผสานวัสดุหนังกับผ้า มันเก๋ตรงที่ดูวินเทจ แต่ใส่แล้วนุ่มเดินสบาย อีกลุคนึงมีบรากับกางเกงขาสั้น แล้วมีเสื้อตัวยาวคลุมทับ คือมันคล่องตัว ใส่ได้จริง แต่ก็ดูแฟชั่นมากๆ ด้วย

“แต่ชิ้นที่ชอบที่สุดคือเดรสสีเหลืองตัวยาว ฝ้ายว่ามันสามารถใส่ได้ทุกโอกาส ใส่ไปทำงานก็ได้แค่คาดเข็มขัดเส้นนึงก็ดูดีแล้ว หรือจะใส่แบบหลวมๆ กับสนีกเกอร์ในวันหยุดก็ได้ ใส่ไปเดินทะเลก็ได้สีสันและความพลิ้ว ยืนถ่ายรูปริมชายหาดต้องสวยแน่ๆ เลยค่ะ”

ท้ายสุด คุณฝ้ายบอกว่า Onitsuka Tiger Spring Summer 2021 คือคอลเลกชั่นที่ตอบโจทย์สาวเมืองใหญ่ผู้มีหัวใจรักในแฟชั่นและกิจกรรมแอดเวนเจอร์เช่นเธอที่สุด “ฝ้ายมองว่ามันตอบโจทย์กับตัวเองตรงที่มันใส่ง่าย สวมใส่ได้หลายโอกาส ใส่ได้บ่อยๆ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีคนจำได้ และแต่ละชิ้นก็สามารถนำไป  มิกซ์แอนด์แมตช์ให้เกิดลุคใหม่ๆ ได้อีกในหลายๆ ลุคด้วยค่ะ” 


Credit :

ALL CLOTHES: ONITSUKA TIGER

PHOTOS: เติมสิทธิ์ ศิริพานิช
STYLIST: ศรัณยา อาริยะกุล

MAKE-UP: ทักษ์ ทีปธนโชติ / HAIR: ฐิติพัชร์ สุขพร

LOCATION: BLANCHE BANGKOK โครงการ CANAPAYA THE RIVERFRONT