Home > Fashion > Celebrity Style

เพราะสไตล์การแต่งตัวไม่มีกฎตายตัว ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลและความสนุกจากการมิกซ์แอนด์แมตซ์ โดยเฉพาะการแต่งตัวในสไตล์จัดเต็มที่กลายเป็นความท้าทายในทุกคีย์ลุค แต่งอย่างไรให้สวยปังแต่ยังคงไว้ซึ่งซิกเนเจอร์ที่เป็นตัวเอง ดังเช่นเซเลบแฟชั่นนิสต้าสาวมั่น ‘คุณขิม-ทิพย์ลดา เชาวนปรีชา’ ที่ต่างต้องยอมรับว่า ทุกการปรากฏกายของเธอ สามารถคอมพลีตลุคได้ในทุกสไตล์โดยไม่ทิ้งความเป็นตัวเอง 

“แม้แฟชั่นจะเปลี่ยนไปทุกซีซั่น แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนตามกาลเวลาคือความเหมาะสม ดังที่ทอม ฟอร์ดเคยกล่าวไว้ว่า ‘Dressing well is a form of good manners’ ทำให้ขิมไม่เคยเบื่อหรือขี้เกียจแต่งตัวเลย ต่อให้แต่งตัวสบายๆ ก็ต้องผ่านกระบวนความคิดของเรามาแล้วทุกชุด ไม่ใช่แต่งสบายเหมือนเพิ่งลุกมาจากเตียงแล้วออกจากบ้าน สำหรับขิมการได้แต่งให้สวย ให้ตัวเองชอบ จะรู้สึกสดชื่น ดังนั้นไม่ว่าจะออกไปไหนก็ตามล้วนผ่านการคิดมาหมดแล้ว ไม่มีความบังเอิญ (หัวเราะ) ไม่ว่าจะเป็นเสื้อกล้าม กางเกงวอร์ม ก็ต้องมีหมวกแก๊ป เวลาไปวัดขิมก็จะใส่ผ้าถุงหรือผ้าซิ่นกับเสื้อลูกไม้ เป็นการคิดมาแล้วว่าจะต้องเป็นหญิงไทยใจงามไปวัดค่ะ” 

‘เฟมินินลุค ลายดอกไม้ ระบายโบหวานๆ คือไม่ใช่ขิม’

“ถ้าเป็นลุคหวานๆ แบบเฟมินินสไตล์ ขิมแต่งไม่ค่อยไป ไม่ใช่ตัวเรา นอกจากจะเป็นดอกไม้ลายพรินต์ ขิมว่าทุกคนมีแพตเทิร์นโปรดของตัวเอง อย่างบางคนชอบใส่กางเกงแบบเดฟ บางคนชอบแบบ baggy หลวมๆ พองๆ ดูโอเวอร์ไซส์ ซึ่งในชีวิตประจำวันขิมไม่ค่อยได้ใส่แบบนี้ กางเกงสกินนี่คือแบบที่เราใส่ตลอดเวลา”  

คุณขิมในลุคโดดเด่นด้วยเสื้อซีทรูจาก Gucci ที่นำมาแมตซ์กับกระโปรงที่คุณขิม made-to-order  และดีไซน์เอง ก่อนส่งให้กับ Ananya Couture ร้านประจำเป็นคนตัดให้

สำหรับวันธรรมดาๆ ที่ไม่ได้ไปไหนอย่างเป็นทางการ คุณขิมบอกว่า เธอชอบที่จะแต่งตัวสไตล์สปอร์ตี้มากขึ้น ด้วยเหตุผลที่ฟังแล้วอาจมีหลายคนอยากจะอัพลุคตามเธอก็คือ “รู้สึกว่าเป็นสไตล์ที่ทำให้เราดูเด็กลงค่ะ ตอนเด็กๆ วัยรุ่น เป็นคนแต่งตัวแบบฟอร์มัลมาก ใส่สูทไปทำงาน ไม่ก็แจ็กเก็ตตลอดเวลากับกระโปรงและรองเท้าสูงปรี๊ด เนี้ยบมาก แต่เดี๋ยวนี้ใส่แจ็กเก็ตสูทยังใส่กับกางเกงวอร์มเลยค่ะ แมตช์กับรองเท้าสนีกเกอร์สวยๆ หน่อยก็ไปได้ทุกที่จริงๆ ทำให้เราดูลุคทะมัดทะแมง ดูเป็นธรรมชาติขึ้น” 

(อ่านเพิ่มเติม : ทิ้งน้องหมานั่งหน้าหงอย!! ‘ขิม-ทิพย์ลดา เชาวนปรีชา’ หนีไปสัมผัสความงดงามที่ยุโรป!!)

นิยามแฟชั่นนิสต้าที่ไม่ใช่วิ่งตามแฟชั่น แต่ต้องครีเอตลุคให้โดดเด่นได้ทุกโอกาส

เพราะนิยามคำว่า ‘แฟชั่นนิสต้า’ ไม่ได้หมายถึงแค่ผู้หญิงที่ชอบแต่งตัวตามแฟชั่นเท่านั้น แต่ยังหมายถึงคนที่แต่งตัวและครีเอตลุคให้เน้นจุดเด่นสลายจุดด้อยของตัวเองได้ 

Black Dress ตัวเรียบแต่มีการจับเดรป มีไหล่แบบที่ขิมชอบ จับมิกซ์ใหม่เข้าคู่กับเข็มขัดทรงเหมือนกระโปรงฟูๆ ผ้า Tulle กลายเป็นอีกชุดที่ได้สไตล์เปรี้ยวขึ้น จบด้วยรองเท้าสีดำบูทส้นสูง

“ขิมเชื่อว่า ผู้หญิงแต่ละคนจะมีแพตเทิร์นที่ตัวเองมั่นใจ เช่น ถ้าเกิดรู้ว่าเป็นคนใส่กระโปรงทรงเอแล้วไม่รอด เพราะสะโพกจะดูบานใหญ่ ก็เลี่ยงไม่ใส่ดีกว่า อย่างขิมเป็นคนที่ใส่อะไร baggy คือหลวมๆ โป่งๆ พองๆ แล้วจะดูตัวใหญ่กว่าเดิม เลยไม่ชอบอะไรแบบนี้ แต่จะไปเลือกเสื้อผ้าที่แพตเทิร์นเข้ากับรูปร่าง เลยเลือกแต่งแบบที่ค่อนข้างพอดีกับรูปร่างเรา 

(อ่านเพิ่มเติม : น้องหมา สุดน่ารักของเหล่าเซเลบริตี้ บอกได้เลยว่าแต่ละตัวน่ารักน่าชังสุดๆ)

“ส่วนไม่ว่าจะเป็นเรื่องสี ลวดลาย แมตทีเรียล ไม่ค่อยเป็นปัญหา เพราะขิมสนุกกับการใช้วัสดุต่างๆ ที่แตกต่างกันแล้วเอามามิกซ์แอนแมตซ์ให้ไปกันได้ รวมไปถึงลวดลาย ขิมสามารถมิกซ์ลายชนลาย ซึ่งก็เหมือนหลักการของสีสองสีที่ไม่เข้ากัน แต่เรามีกระเป๋าหรือรองเท้าที่เป็นลายนั้น ก็เอามามิกซ์ชนเข้าไป มันทำให้การแต่งตัวของเราสนุก แต่ถ้าบางทีไม่มีเวลาคิด ขิมก็เอาเบสิกเลยเป็นเชิ้ตแล้วแจ็กเก็ตทับก็ได้ แต่ถ้ามีเวลามาก ก็จะฟุ้งซ่านเล็กน้อยว่า วันนี้อยากแต่งตัวยังไงดีเอ่ย” 

เสื้อแจ็กเก็ตตัวยาวสีช็อกกิ้งพิงค์แบรนด์ Manchu’s ได้มาก่อนกางเกง แมทช์เข้ากันกับเสื้อตัวในลายเสือ รองเท้าลายเสือจาก Giuseppe Zanotti จากนั้นเติมความสนุกด้วยการเล่นเลเยอร์กับสร้อยเส้นเดียวหรือหลายเส้นก็ได้

คุณขิมยังบอกด้วยว่า แพสชั่นเรื่องแฟชั่นนั้นเธอไม่รู้ว่าได้มาอย่างไร เพราะคุณแม่ก็แต่งตัวแนวสปอร์ตี้เรียบโก้ ไม่ประดิดประดอยแบบผู้หญิง และเธอเองก็มีพี่ชายกับน้องชาย ส่วนคุณพ่อเน้นให้แต่งตัวเป็นทางการสุภาพถูกกาลเทศะ “ชอบมิกซ์แอนด์แมตซ์และสนุกกับการแต่งตัวในสไตล์ที่แตกต่าง จู่ๆ ความชอบนี้มันก็มาเองนะคะ ตั้งแต่สมัยเรียนสมัยวัยรุ่น” 

คิดโจทย์การแต่งตัวให้แตกต่างกันทุกวัน

“ถ้าเป็นโอกาสหรือเป็นจังหวะที่ต้องธุระไปไหนต้องเน้นกาลเทศะล้วนๆ ค่ะ บางทีไปเจอใครที่เขา conservative หน่อย เป็นผู้ใหญ่จริงๆ ก็ต้องไม่หวือหวามาก ต้องเป็นเบสิกอยู่แล้ว แต่ถ้าไปเจอเพื่อนก็แล้วแต่อารมณ์ในแต่ละวันอีก หรือบางทีขิมไปเปิดเจอหรือดูอะไรที่มันอินสไปร์ขึ้นมาว่า เอ๊ะ! ลายพรินต์นี้เราก็มีคล้ายกัน เอามาเล่นเป็นคู่สีที่เราไม่เคยจับเข้าคู่กันมาก่อน มันก็สนุกดีค่ะ” 

ทั้งอินเตอร์แบรนด์และไทยดีไซเนอร์ เลือกมาตอบโจทย์ได้ทุกคีย์ลุค

“ขิมมีแบรนด์โปรดที่ชอบหลายแบรนด์เลยค่ะ ทั้งอินเตอร์แบรนด์และแบรนด์ของดีไซเนอร์ไทย ขิมไม่ได้ยึดติดกับแบรนด์ใดๆ ถ้าชอบและถูกใจก็จัดมา และหลายอย่างออกคอลเลกชั่นใหม่ก็จริง แต่ก็เป็นสไตล์ที่เรามีแล้ว อย่างเสื้อผ้าสีขาวเราก็มีเยอะ ขิมเป็นคนไม่ทิ้งของและดูแลค่อนข้างดีมาก แต่ซื้อมาเพื่อใช้งานจริงๆ และจำของของตัวเองได้ทุกชิ้นว่าอะไรอยู่ตรงไหน เพราะขิมเก็บของตามหมวดหมู่และแยกสี แยกประเภท แยกลายพรินต์ เสื้อยืดใส่เล่น เสื้อยืดมีลาย เสื้อกล้ามที่ขาดๆ ขิมชอบเสื้อผ้าที่เนื้อยืดๆ บางๆ ที่สุดในโลก และโดยปกติจะแยกห้องไว้ว่า ห้องนี้เป็นชุดสั้น เป็นกระโปรง แล้วก็แยกสี และมีตู้อีกใบเก็บชุดราตรี

เดรสอีฟนิ่งขาวของ Jeremiah เป็นดีไซเนอร์ไทย แรกได้มาเป็นแขนยาวแต่ถูกตัดแขนกลายเป็นเดรสโชว์แผ่นหลังใส่เข้าคู่กับสร้อยเส้นยาว เติมความหรูหราให้ชุดนี้ได้อย่างลงตัว

“ขิมเป็นคนซื้อเสื้อผ้าและแอ็กเซสเซอรี่ส์แล้วใช้งานจริงๆ ค่ะ เป็นคนขี้เห่อ ได้มาปุ๊บต้องใช้เลย บางทีไม่ไปไหนก็ต้องหาเรื่องไปเพื่อให้ได้ใช้ชิ้นใหม่นี้ (หัวเราะ) แต่ความเป็นลูกรักก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ค่ะ อย่างกระเป๋าใบหนึ่งสีนี้ตอนได้มาก็รู้สึกว่ากว่าจะได้ ถูกใจมาก สวยที่สุดในโลก จะไม่รักสีอื่นแล้ว พอสักพักอีกสีหนึ่งมา ก็จะเป็นลูกรักใหม่ ก็เป็นอะไรที่วนๆ กันไป ลูกรักเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่ขิมเก็บรักษาอย่างดีและใช้จริงๆ ถึงจะเห่อน้อยลงแต่ก็เอาเขามาแมตช์กับเสื้อผ้า รองเท้า อยู่เสมอ อย่างไปเมืองนอกก็จับแมตช์และขนไปหมด ไม่เคยแพ็กของน้อยเลยค่ะ” 

ไปช็อปปิ้งมักได้ไอเท็มไหนเป็นอันดับแรก

“ส่วนใหญ่ได้จริงๆ จะเป็นรองเท้าค่ะ ขิมเป็นโรคจิตกับรองเท้ามาก บางทีชอบมาก ซื้อมาก็ไม่ค่อยได้ใส่หรอก เดี๋ยวก็เก่า แต่เหมือนโดนสะกดจิต ต้องกลับไปเอา (หัวเราะ) ส่วนรองเท้าที่ใส่แล้วสบายเท้า ใส่แล้วมันดีกับชีวิต ขิมก็จะไม่จบที่สีเดียว แต่ก็ต้องยอมรับว่า ตอนนี้เราแต่งตัวไม่ seasonal เท่ากับเมื่อตอนที่เด็กกว่านี้ ทำให้รองเท้าที่ซื้อมาช่วงหลังจะเป็นแบบหัวแหลมคลาสสิกขึ้น แล้วก็เลือกแบรนด์ที่ใส่สบาย เช่น รองเท้าหัวแหลมของ Roger Vivier รุ่นไหนก็ชอบ เพราะใส่สบาย นอกจากนี้ พวกกระเป๋าขิมก็ชอบนะคะ ส่วนใหญ่ที่ถูกใจก็ต้องเป็นกระเป๋าที่เรารู้สึกว่า เหมาะกับการแต่งตัวกับอะไรก็ได้” 

แก๊งคลัตช์แบรนด์โปรด ‘Corto Moltedo’

“จำได้ว่าสมัยก่อนเขาจะฮิตแมคควีนคลัตช์กัน แต่ด้วยความที่ขิมไม่ชอบถืออะไรแล้วไปชนกับใครหรือแต่งตัวแล้วเหมือนกัน พอดีได้เจอคลัตช์แบรนด์นี้ ‘Corto Moltedo’ ขิมมีโอกาสได้รู้จักกับเจ้าของแบรนด์เพราะเขาเป็นเพื่อนของเพื่อนของเราคนหนึ่ง โดยเขามีร้านแค่ที่ฝรั่งเศส อิตาลี ปารีส มิลาน เวลาทำโชว์ก็จะจองห้อง โรงแรมปีละ 1 – 2 ครั้งเพื่อทำทรังก์โชว์ ขิมก็ได้มาดูหลังจากนั้นมีโอกาสได้คุยและได้สัมภาษณ์เขาตอนทำรายการทีวีและเป็นพิธีกร เขาบอกว่าเขาโตมากับสิ่งนี้ เพราะคุณแม่ของเขาเป็นเจ้าของ Balenciaga ก่อนที่จะขายไปให้คนอื่น เขาก็ยังผูกพันและสานต่อแต่เป็นแบรนด์ใหม่ story น่าสนใจ เลยยิ่งทำให้ชอบเขาและกลายเป็นเพื่อนกัน เขาก็ส่งรูปมาให้ดูว่า ดาราฮอลลีวูดใช้ของเขาเดินพรมแดงเยอะมาก คนไทยยังค่อยไม่รู้จัก บวกกับดีไซน์ของคลัตช์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร พอซื้อใบแรกมา…หลังจากนั้นก็ได้กระเป๋าคลัตช์แบรนด์นี้มาเรื่อยๆ 

“รุ่นที่ขิมชอบคือรุ่น Susan Bag แต่ละซีซั่นก็ออกคอลเลกชั่นต่างๆ ของ Susan Bag แตกต่างกันไป มีทั้งที่เป็นลิมิเต็ด เอดิชั่น บางใบก็ได้แรงบันดาลใจจากโน่นนี่นั่น ซึ่งถึงแม้จะเปลี่ยนวัสดุไปยังไง ก็ยังคงมีความแกลม มีซิกเนเจอร์ของเขา พวกกระเป๋า Day Bag อื่นๆ ก็มีนะคะ แต่ขิมชอบรุ่นนี้ เป็นกระเป๋าคลัตช์ที่ขิมมองว่าเป็นอะไรที่คลาสสิกมาก พอคิดอะไรไม่ออกก็ถือใบนี้แหละ เพราะเข้ากับแอ็กเซสเซอรี่ส์ ขิมถือบ่อยมากค่ะ” 

แหวนกับต่างหู ‘ต้องมี’ ทุกคีย์ลุค

หลายคนยกให้นาฬิกาเป็นแอ็กเซสเซอรี่ส์ที่ต้องมีในทุกลุคของตัวเอง แต่สำหรับคุณขิม ‘ต้องมีแหวนและต่างหู’ 

“นาฬิกาก็ใส่ค่ะ แต่ไม่ติด แหวนกับต่างหูต่างหากที่ต้องมีตลอด ขิมรู้สึกว่า ไม่ใส่ต่างหูเหมือนเราไม่ได้แต่งหน้า หรือแม้แต่พอแต่งหน้าเต็มแล้ว แต่หูโล่งๆ ก็เหมือนหน้าสดอยู่ ส่วนแหวนก็ต้องใส่ติดไว้ทุกครั้ง ด้วยความที่คุณแม่ชอบให้เครื่องประดับไฟน์จิลเวลรี่เป็นของขวัญ ก็เลยทำให้เอามาใส่บ่อยๆ จนติดนิ้ว แล้วก็จะมีแหวนโบราณที่ขิมเชื่อว่า ใส่แล้วโชคดี ขิมก็เอามามิกซ์ให้มีเลเยอร์มากขึ้น หรือไปงานก็เลือกใส่แหวนที่ขนาดใหญ่หน่อย ไปๆ มาๆ เลยกลายเป็นชอบใส่แหวนหลายๆ แบบ หลายๆ สไตล์” 

คุณขิมยอมรับว่า ไม่เคยนับแอ็กเซสเซอรี่ส์ของตัวเองเลย แต่มั่นใจว่าตัวเธอเก็บทุกอย่างได้เรียบร้อยและจดจำได้ทุกชิ้นไม่เคยลืม ส่วนชิ้นที่เรียกว่า ‘limited edition’ สำหรับคุณขิมเรียกว่าบุพเพสันนิวาส “มันเป็นความถูกโฉลก ถูกชะตา และเกิดมาเพื่อเป็นของเรา แต่ถ้าการได้มาลำบากยากเย็นเกินไป เ กินความเหมาะสม ก็ต้องดูด้วยว่าของชิ้นนั้นได้มาแล้วสมควรเก็บหรือไม่ เกินความเป็นจริงในมูลค่าของตัวมันเองหรือเปล่า ก็มีทั้งที่น่าสนใจและมีที่ไม่ make sense สำหรับขิมค่ะ” 

มิกซ์ให้เป็น แมตช์ให้ได้ แล้วจะสนุกกับการแต่งตัวทุกสไตล์

“ขิมชอบมิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้าแต่ละชุดมาก จับโน่นมาชนนี่ ถ้าสีปลอดภัยก็ไม่ยาก แต่บางทีบางสีที่มัน clash กัน เป็นความท้าทาย เป็นความสนุกที่ต้องจับมามิกซ์กันให้ได้ยังไง อย่างแดง-ม่วง ชมพูแปร๋นๆ กับแดง หรือสีที่อยู่ด้วยกันแล้วเหมือนจะยาก แต่การ clash มันก็มีกฎอยู่เหมือนกันนะคะว่าอย่าเกินสองสี ไม่งั้นจะดูเยอะไป โฉ่งฉ่างไป” 

แจ็กเก็ตขาว Balmain กับกางเกงลูกไม้ของดีไซเนอร์ไทย ด้วยชื่นชอบลูกไม้ขาว ชอบความซีทรู มีลูกเล่น ไม่ว่าความเป็น seasional ใดๆ หยิบมาใส่ได้ทุกโอกาส โดยลุคนี้เลือกมาแมตช์กับแจ็กเก็ตขาวเพื่อไม่ให้ลุคดูเฟมินีนจนเกินไป 

รักสนุกที่จะแต่งตัวก็ต้องดูแลรูปร่างด้วย

“ขิมเป็นคนโชคดีที่เป็นคนไม่กินของหวานเลย ไม่ชอบรสชาติหวาน จะเน้นไปที่เปรี้ยว เค็ม เผ็ดมากกว่า ขนมไม่ค่อยกิน และไม่กินจุบจิบ กินเป็นมื้อใหญ่ๆ เรื่องวินัยก็มีบ้าง ขิมชั่งน้ำหนักตัวเองทุกวันค่ะ บางทีไม่ชั่งเป็นอาทิตย์ พอมาชั่งเกินไป 2 – 3 กก. ก็ต้องเอาออกด้วยการออกกำลังกาย สนุกดีค่ะ และด้วยอายุของเราก็ควรจะ keep fit แต่ขิมเป็นคนเอนจอย
กับการกินอาหารอร่อยนะคะ แต่ถ้าช่วงไหนต้องการลดน้ำหนักลงก็งดแป้งทุกประเภท แต่ไม่ลดอาหาร บางคนบอกว่าไม่กินข้าวเย็นแล้วจะดี มันเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับขิม เพราะขิมมีความสุขที่สุดตอนมื้อเย็นค่ะ End of day ได้กินอาหารอร่อย”