Home > Fashion > Celebrity Style > ส่องลุคของ 10 คนสุดท้ายบนเวที Miss Universe 2020 แบบจัดเต็ม

ช่วงสองสามวันที่ผ่านมา คงไม่มีกระแสไหนที่ทุกคนจะร่วมลุ้นไปมากกว่ามงกุฎของ เวที Miss Universe ปี 2020 นี้จะไปลงที่ประเทศไหน และแม้ผลการประกวดจะออกมาเป็นที่เรียบร้อย เราก็ยังขอเก็บตกชุดราตรีจาก 10 คนสุดท้ายที่เข้ารอบไฟนอลมาให้ได้ชมกันแบบชัดๆ อีกครั้ง ว่าแต่ละประเทศจะจัดเต็มสวยอลังการกันขนาดไหน มาติดตามชมกันได้เลย

เริ่มกันที่ประเทศแรก สาวสวยตัวแทนประเทศไทยของเรา ‘อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม’ มาในชุดราตรีสุดอลังการที่เหล่าแฟนๆ ถึงกับแซวว่าสวยตาแตก เพราะคนปักเลื่อมทั้งชุดคงมีตาแตกกันบ้างอย่างแน่นอน สำหรับชุดนี้มีชื่อว่า ‘Amanda of Andaman’ เพราะสาวอแมนด้านั้นเติบโตมากับมหาสมุทรอันดามัน จึงหลงรักในเกลียวคลื่นและชายหาดอย่างมาก

ในโอกาสพิเศษเช่นนี้ แบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติไทยอย่าง OAT Coutour ก็ได้ลงมือออกแบบพร้อมตัดเย็บชุดราตรีด้วยความตั้งใจให้เหมาะกับตัวตนและจิตวิญญาณของสาวอแมนด้าที่สุด โดยนำเลื่อมกว่า 15 เฉดสีปักมือลงบนเนื้อผ้าเพื่อให้ได้ลวดลายสีสันที่เหมือนกับเกลียวคลื่นซัดสาดส่องประกาย ใช้เวลากว่า 1,000 ชั่วโมงในการรังสรรค์ชุดสุดพิเศษนี้ขึ้นมา

อีกหนึ่งชุดที่สวยปังรับมง ก็คือชุดของสาว ‘แอนเดรีย เมซา’ ตัวแทนจากเม็กซิโก เจ้าของตำแหน่ง Miss Universe คนที่ 69 ในปีนี้นั่นเอง โดยชุดโอต์กูตูร์สีแดงสดทรงคล้องคอของเธอก็ระยิบระยับด้วยงานปักคริสตัลกว่า 40,000 ชิ้นลงบนผ้าแพรโปร่ง ฝีมือการรังสรรค์ของ Micheloacano ดีไซเนอร์แห่งแบรนด์ Ivis Lenin

ตามมาติดๆ กับตัวแทนสาวบราซิล ‘จูเลีย กามา’ ผู้คว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 ไปครองในปีนี้ โดยชุดรับมงของเธอก็ปังไม่แพ้ชาติไหนๆ กับชุดราตรีสีเดียวกับผิว โดดเด่นด้วยงานปักเลื่อมสีน้ำเงินเข้มเป็นลวดลายสวยงามตลอดทั้งตัว

ต่อกันด้วยสาวสวยตัวเก็ง ‘จานิค มาเซตา เดล กัสตีโย’ มิสเปรูที่คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ไป ซึ่งชุดในค่ำคืนที่ผ่านมาของเธอนับว่าสวยสะกดทุกสายตาจริงๆ กับชุดราตรีผ้าโปร่งสุดเย้ายวน ฝีมือการรังสรรค์ร่วมกันของ Maritza Mendoza Studio ประณีตด้วยงานปักที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมอินคา และสุริยเทพอินติที่ชนพื้นเมืองนับถือสูงสุด

สำหรับเจ้าของตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 3 คือ ‘แอดลีน คาสเตลิโน’ ที่ทะลุมาถึงรอบ 5 คนสุดท้ายได้อย่างงดงาม ซึ่งชุดสุดท้ายสำหรับการประกวดนี้เป็นฝีมือการสร้างสรรค์ของ Falguni Shane Peacock India แบรนด์เสื้อผ้าที่ยังคงศิลปะคงอินเดียไว้ได้ครบถ้วน พร้อมถ่ายทอดให้มีความทันสมัยขึ้นได้อย่างลงตัว

และสาวสวยผู้เข้าสู่รอบ Top 5 พร้อมคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 4 ไปก็คือ ‘คิมเบอร์ลี ฆิเมเนซ’ จากสาธารณรัฐโดมินิกัน ซึ่งเธอปรากฏตัวในชุดราตรีพาดไหล่สีทองอร่าม พร้อมดีไซน์กระโปรงแปลกตา เข้าคู่กับต่างหูและรองเท้าส้นสูงที่แวววาวส่องประกายไม่แพ้กัน

ลุคที่เจ็ดจากหนึ่งใน 10 สาวงามสุดท้ายรอบไฟนอล ‘เอสเตฟาเนีย โซโต ทอร์เรส’ กับเดรสสุดแหวกแนวที่ไม่ค่อยได้เห็นบนเวทีมิสยูนิเวิร์สนัก ด้วยดีไซน์ท่อนบนเป็นผ้าซีทรูแขนยาว ประดับด้วยเปลือกหอยเพื่อแสดงออกถึงความเป็นหมู่เกาะใจกลางทะเลแคริบเบียนของปวยร์โตรีโก พร้อมด้วยขอบกระโปรงประดับคริสตัล ดีไซน์หัวเข็มขัดเป็นรูปโบ และดีเทลกระโปรงที่สวยปังอลังการทุกครั้งที่เธอหมุนตัว

สาวคนถัดมา ตัวแทนของออสเตรเลีย ‘มาเรีย แดทธิล’ ในชุดราตรีสุดอลังการจาก ALIN LE’ KAL ถึงแม้บนเวทีรอบ 10 คนสุดท้ายเธอจะไม่ได้สวมกระโปรงตัวนอกที่มีความยาว 120 เมตร น้ำหนักรวม 36 กิโลกรัม แต่ชุดด้านในก็ยังเป๊ะปังอลังเว่อร์อยู่ดี โดยชุดนี้ใช้ฝีมือการปักไข่มุกกว่า 90,000 เม็ด และคริสตัลกว่า 36,000 ชิ้นในการรังสรรค์ความวิจิตรงดงามนี้ขึ้นมา ทั้งยังเกิดจากการระดมฝีมือและความสามารถของผู้เชี่ยวชาญถึง 29 คน ด้วยเวลาการทำกว่า 1,789 ชั่วโมงทีเดียว

ต่อกันด้วยตัวแทนจากคอสตาริกา ‘ไอวอนนี เคอร์ดาส’ ที่มาในชุดสีแดงเพลิงสุดร้อนแรง อีกหนึ่งชุดเข้ารูปที่งดงามประณีตด้วยงานปักตลอดทางตัว พร้อมดีไซน์พาดไหล่เฉียงและเว้นช่วงซีทรูกึ่งกลางอกแฝงความเซ็กซี่เล็กน้อย เพิ่มความปังด้วยกระโปรงตัวนอกที่ล้อลวดลายงานปักเข้ากัน แถมยังช่วยเสริมความอลังการเวลาเธอเดินทิ้งสะโพกสวยๆ ได้เป็นอย่างดี

ปิดท้ายกันไปด้วยสาวงามคนสุดท้าย ‘มิเกล-ซีโมน วิลเลียมส์’ ตัวแทนจากจาเมกา กับชุดราตรีเกาะอกสีเงินเป็นประกายหลากสี มาพร้อมดีไซน์กระโปรงแหวกสูงด้านเดียว แมตช์กับต่างหูคริสตัลระย้าเข้ากันกับลุคสุดระยิบระยับนี้ บอกได้คำเดียวว่าสวยปังสมศักดิ์ศรี 10 คนสุดท้ายของมิสยูนิเวิร์สปีนี้จริงๆ