Home > Fashion > Fashion Updates > เจาะลึกที่มาแฟชั่นในซีรีส์ Bridgerton ที่อิงมาจากยุครีเจนซี่อันแสนรุ่มรวยของอังกฤษ

แฟนซีรีส์ที่เคยเกาะติดเรื่องราวความรักของตระกูล Bridgerton มาแล้วจากซีซั่นแรก อีกเพียงอึดใจเดียวในวันที่ 25 มีนาคมนี้ ซีซั่นสองจะลงฉายทาง Netflix ให้หายคิดถึงกัน ระหว่างนี้ใครที่ลืมเลือนเรื่องรักสุดแสนโรแมนติกไปแล้วสามารถย้อนชมซีซั่นแรกรอได้ ส่วนทาง HELLO! ขอพาเหล่าคอซีรีส์และสายแฟชั่นไปเจาะลึกถึงที่มา แฟชั่นใน Bridgerton ที่แฟนๆ ชื่นชอบกัน ไม่ว่าจะเป็นดีเทลของเดรสสุดหรูหราและซิลลูเอตพลิ้วไหวงดงามอันเป็นภาพจำของซีรีส์ ทั้งหมดล้วนได้แรงบันดาลใจมาจากยุครีเจนซี่แห่งความหรูหรารุ่มรวยของชาวอังกฤษนั่นเอง

แฟชั่นใน Bridgerton
บริดเจอร์ตัน ซีซั่นสอง

แรงบันดาลใจจากความรุ่มรวยของยุครีเจนซี่

เรื่องราวในซีรีส์ Bridgerton เกิดขึ้นในช่วงราวค.ศ. 1813 ซึ่งตรงกับ ยุครีเจนซี่ (Regency Era) ของอังกฤษ โดยยุคนี้กินเวลาประมาณ 9 ปี ตั้งแต่ค.ศ. 1811 ถึงประมาณค.ศ. 1820 และยุครีเจนซี่ที่ว่านี้เรียกได้ว่าเป็นยุคที่เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในนิยายโรแมนติกเลยก็ว่าได้ เพราะผู้คนต่างใช้ชีวิตกันอย่างหรูหราและรุ่มรวยด้วยรสนิยม ทุกวันจะมีงานเลี้ยงเต้นรำและการประลอง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หลายครั้งที่เราพบว่า “ยุครีเจนซี่” ถูกนำไปใช้พูดถึงสไตล์และรสนิยมอันหรูหรางดงามมากกว่าจำเพาะเจาะจงในช่วงปีของมัน

แฟชั่นใน Bridgerton

ความงดงามจากสมัยกรีกโรมัน

แฟชั่นใน Bridgerton เองได้แรงบันดาลใจมาจากเทรนด์การแต่งกายในยุครีเจนซี่ และนำมาปรับรายละเอียดให้ดูทันสมัยโมเดิร์นยิ่งขึ้น ต้องบอกเลยว่าแฟชั่นของยุครีเจนซี่เป็นสิ่งที่มีเอกลักษณ์มากชนิดที่เห็นแค่แวบแรกก็รู้เลยว่านี่คือ “รีเจนซี่” ไม่ว่าจะเป็นเดรสผ้าพลิ้วไหวที่รัดแค่ช่วงใต้อก ทิ้งชายยาวปล่อยไม่เข้ารูป ไปจนถึงการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าจำนวนน้อยชิ้นน้อยขั้นตอน แตกต่างจากยุคก่อนหน้าและหลังจากนั้นของอังกฤษที่เน้นการใส่คอร์เซ็ตรัดรูป ส่วนช่วงล่างถัดจากเอวลงไปจะต้องสวมสุ่มและกระโปรงหลายชั้นให้ดูพองมากที่สุด

สาเหตุก็เพราะในยุครีเจนซี่ ผู้คนได้แรงบันดาลใจการแต่งกายมาจากศิลปะสมัยกรีกโรมัน ที่ขับเน้นรูปร่างตามธรรมชาติทว่าไม่รัดรึง ให้ความเบาสบาย พลิ้วไหว งดงาม เกิดเป็นเทรนด์การแต่งตัวนีโอคลาสสิกแบบ ‘Undress’ ที่ผู้คนนิยมแต่งกายสบายๆ ไม่เป็นทางการ โดยช่วงกลางวันมักนิยมสวมใส่เดรสทรงหลวมผ้ามัสลินบางเบา ขณะที่งานกลางคืนอาจจะขยับมาใส่เดรสผ้าซาตินเงางาม

นอกจากนี้ อีกหนึ่งไลฟ์สไตล์อันแสนรุ่มรวยหรูหราของผู้คนในยุคนั้นคือการเปลี่ยนชุดทุกครั้งที่ทำกิจกรรมใดก็ตาม ทำให้คนชั้นชั้นกลางถึงชนชั้นสูงในยุครีเจนซี่จะมีชุดสำหรับจิบน้ำชายามบ่าย ชุดสำหรับเดินเล่น ชุดสำหรับไปเที่ยว ชุดสำหรับงานกลางคืน เป็นต้น

แฟชั่นใน Bridgerton
บริดเจอร์ตัน ซีซั่นสอง

ซิลลูเอตอันเป็นเอกลักษณ์ของยุค

สิ่งที่หลายคนเห็นแล้วจำได้ทันทีว่านี่คือเอกลักษณ์ของยุครีเจนซี่คือ “เดรสเข้ารูปช่วงใต้อก” ซึ่งก่อนหน้านี้หญิงสาวจะนิยมสวมใส่คอร์เซ็ตเพื่อให้ช่วงเอวเหนือสะโพกคอดเล็กที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่เมื่อมาถึงยุครีเจนซี่ เทรนด์แฟชั่นเปลี่ยนไปเป็นการชื่นชมรูปร่างตามธรรมชาติ รวมถึงยังได้รับอิทธิพลซิลลูเอตเสื้อผ้าจากเทรนด์แฟชั่นนีโอคลาสสิกของฝรั่งเศส ที่ขยับเส้นเอวจากบริเวณสะดือขึ้นมาเป็นช่วงใต้อกอีกด้วย

ซิลลูเอตแบบนี้มีชื่อเรียกว่า Empire Silhouette ที่เปลี่ยนการเข้ารูปช่วงเอวบริเวณสะดือ ขยับสูงขึ้นมาเป็นใต้อก รวมถึงเปลี่ยนโครงชุดจากที่เคยนิยมกระโปรงบานฟูฟ่องเหลือเพียงชุดเดรสทิ้งตัวพลิ้วไหวบางเบา และด้วยความที่ยุคนี้นิยมความพลิ้วไหว เนื้อผ้าที่เลือกใช้ตัดเย็บจึงโปร่งบางตามไปด้วย

อีกหนึ่งเอกลักษณ์สำคัญคือนอกจากจะเป็นเดรสพลิ้วไหวบางเบาโทนสีอ่อนแล้ว สาวๆ ยังนิยมให้เดรสของพวกเธอดูประณีตงดงามด้วยการตกแต่งประดับลูกไม้ ริบบิ้น ไปจนถึงงานปักเย็บคริสตัลละเมียดละไม

แฟชั่นใน Bridgerton
บริดเจอร์ตัน ซีซั่นสอง

เดรสกลางวัน vs เดรสกลางคืน

หนึ่งสิ่งที่เราเห็นบ่อยจาก แฟชั่นใน Bridgerton ซีซั่นแรกคือผู้หญิงทุกคนล้วนมีชุดสำหรับพบปะออกไปนอกบ้านตอนกลางวัน และชุดสำหรับออกงานตอนกลางคืน ซึ่งดูเหมือนว่าทีมผู้สร้างเองจะได้แรงบันดาลใจจากเทรนด์ในยุครีเจนซี่ไม่น้อย เพราะนอกจากจะหยิบซิลลูเอตแบบ Empire มาใช้แล้ว หลายครั้งที่เสื้อผ้าของตัวละครยังรังสรรค์ตามเทรนด์แฟชั่นในสมัยนั้นจริงๆ

ในยุครีเจนซี่นั้นหญิงสาวจะสวมใส่เดรสที่คอค่อนข้างสูง มีแขนยาว สำหรับงานกลางวัน ไม่ว่าจะเป็นการพบปะสังสรรค์ ออกไปทานข้าว หรือนั่งคุยจิบน้ำชายามบ่าย ในทางตรงกันข้ามสำหรับงานกลางคืนเดรสจะคอลึกลงมาจนถึงช่วงเนินอก มาพร้อมแขนเสื้อสั้นที่พองคล้ายทรงตุ๊กตา อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเดรสไหนก็ล้วนเข้ารูปที่ช่วงใต้อกและทิ้งชายยาวพลิ้วเหมือนกัน

แฟชั่นใน Bridgerton
บริดเจอร์ตัน ซีซั่นสอง

เครื่องหัว สัญลักษณ์ของความร่ำรวยหรูหรา

ในยุครีเจนซี่ อิทธิพลของยุคคลาสสิกจากสมัยกรีกโรมันยังส่งต่อมาถึงเครื่องประดับหัวและทรงผมอีกด้วย โดยทรงผมยอดนิยมในสมัยนั้นคือการดัดลอนผมด้านหน้าและข้างหู ขณะที่ผมด้านหลังจะถูกม้วนเก็บเป็นมวยหลวมๆ หรือที่เรียกกันในชื่อ Psyche knots (มวยผมของไซคี) อีกทรงหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันก็คือการแสกกลางกลางและรวบตึงเป็นมวย

หญิงสาวคนไหนที่แต่งงานแล้วมักจะนิยมสวมหมวกคลุมผมผ้าลินินที่ปิดครอบถึงใบหู ส่วนสาวสังคมชั้นสูงที่ชื่นชอบการแต่งตัวจะสวมหมวกประดับผมในงานกลางวัน ซึ่งหมวกเหล่านั้นมักประดับประดาหรูหราตามสไตล์ของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็น ขนนก คริสตัล หรือริบบิ้น นอกจากนี้บางรายยังชื่นชอบการสวมวิกอีกด้วย

แฟชั่นใน Bridgerton
บริดเจอร์ตัน ซีซั่นสอง

Bridgerton เป็นผลงานการสร้างของ Shondaland และผู้สร้าง คริส แวน ดูเซน โดยซีซั่นที่ 2 จะเป็นการติดตามเรื่องราวของลอร์ดแอนโทนี่ บริดเจอร์ตัน (รับบทโดย โจนาธาน ไบลีย์) บุตรชายคนโตและไวส์เคานต์ของตระกูล ในเส้นทางการตามหาคู่ครองที่คู่ควร เขาจึงมีหน้าที่ที่ต้องเชิดชูวงศ์ตระกูล และการตามหาสาวเดบูตองต์ที่มีคุณสมบัติครบตามมาตรฐานที่เกินจริงของแอนโทนี่ก็ดูเหมือนจะไม่มีโชค

จนกระทั่งเขาได้พบเจอกับ เคท (รับบทโดย ซีโมน แอชลีย์) และน้องสาวของเธอ เอ็ดวิน่า (รับบทโดย ชาริธรา ชานดรัน) จากตระกูลชาร์มาที่เพิ่งเดินทางมาถึงจากอินเดีย เมื่อแอนโทนี่เริ่มเกี้ยวพาราสีเอ็ดวิน่า เคทได้ค้นพบถึงเจตนาที่แท้จริงของเขา ที่ไม่ได้คำนึงถึงรักแท้ในการเลือกคู่ครอง เคทจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อกีดกันทั้งสองออกจากกัน แต่ยิ่งกีดกัน การปะทะคารมของเคทและแอนโทนี่ก็ยิ่งนำพาทั้งสองให้ใกล้ชิดกัน ทำให้เรื่องราวของทั้งสองฝั่งทวีความซับซ้อน

ในขณะเดียวกันที่จัตุรัสกรอสเวเนอร์ ตระกูลเฟทเธอริงตันต้องต้อนรับทายาทคนใหม่ในบ้าน และ เพเนโลปี้ (รับบทโดย นิโคลา คอห์แลน) ก็ยังคงใช้ชีวิตต่อไปพร้อมกับการเก็บงำความลับที่ไม่สามารถเผยให้คนใกล้ชิดรู้เป็นอันขาด สามารถติดตามชมเรื่องราวความรักในยุครีเจนซี่ของหนุ่มสาวชนชั้นสูงได้พร้อมกัน วันที่ 25 มีนาคมนี้เป็นต้นไป

ข้อมูล : Courtesy of Wikipedia and Regency History / รูปภาพ : Courtesy of Netflix and Bridgerton

Never miss an update

Subscribe to our newsletter to get the latest updates.

No Thanks
You’re all set

Thank you for your subscription.