Home > Fashion > Fashion Updates > สู่ความคลาสสิกของ Chanel กับแฟชั่นสไตล์ทูโทนที่กำลังจะกลับมาฮิตอีกครั้งแน่นอน!

เมื่อโลกแฟชั่นของเรากำลังลบเส้นแบ่งของยุคสมัยออกไป เทรนด์ต่างๆ ก็ถูกหยิบจับขึ้นมาพูดถึงอีกครั้งด้วยหลายๆ เหตุผล เช่นเดียวกับ Chanel เมซงระดับลักชัวรี่จากเมืองน้ำหอมที่เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของตัวเองผ่านคอลเลกชั่น Resort 2019 และถึงแม้ว่าบนรันเวย์จะมีสีสันมากมาย แต่ HELLO! ขอนำเสนอความสวยคลาสสิกแบบทูโทน ซึ่งแต่งได้ง่ายในทุกสถานการณ์

กางเกงลายทางสไตล์กะลาสี และท้อปปักลายโลโก้ CC

บนรันเวย์ของ Chanel คอลเลกชั่น Resort 2019 ได้เนรมิตเรือลำเบ้อเริ่มขึ้นมาชื่อว่า ‘La Pausa’ ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับบ้านพักตากอากาศของมาดาม ‘โคโค่ ชาเนล’ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งแถมนอกจากนั้น ใน Press Release ของโชว์นี้ ยังระบุไว้ด้วยว่ามาดามเคยพาลูกค้าระดับท้อปสเปนเดอร์ไปท่องเที่ยว ณ โดวิลล์ เมืองชายฝั่ง ซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้คงจะเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเรือลำยักษ์นี้ขึ้นมา

ท้อปและกระโปรง ปักประดับไปด้วยเลื่อมและไข่มุก โชว์ความสามารถแห่งกูตูริเยร์ชั้นนำได้เป็นอย่างดี

‘คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์’ ครีเอทีฟ ไดเรกเตอร์ ประจำแบรนด์และผู้ครีเอทโชวนี้ขึ้นมา พาจินตนาการของตัวเองกลับไปในยุค ’80 โดยหยิบยืมซิกเนเจอร์การออกแบบและตัดเย็บมาปัดฝุ่นเล่าใหม่อีกครั้ง ทั้งเทคนิคผ้าคิลท์ (การเย็บผ้าแบบบุนวม), การใช้ผ้าทวีด, กางเกงกะลาสี, การปักมุกลงไปบนตัวเสื้อ และการใช้ผ้าสกอตติช แคชเมียร์ ผสมผสานกับรูปทรงแนวเฟมินีน ขับเน้นพลังหญิงได้อย่างชัดเจน

ลุคสำหรับซัมเมอร์ปีหน้า!
การผสมผสานระหว่างกระโปรงและเลกกิ้งแบบผู้หญิง และแจ๊คเก็ตสุดเท่แบบมัสคิวลีน

สำหรับสีขาวและดำซึ่งเป็นคู่สีคลาสสิกตลอดกาล ก็โดดเด่นมากๆ ในคอลเลกชั่นนี้ โดยเป็นตัวเดินเปิดในโชว์ด้วยเสื้อไหล่กว้างสีขาว ปักโลโก้ CC พร้อมกางเกงลายทางและหมวกเบเร่ต์ซึ่งเป็นตัวแทนของประเทศฝรั่งเศสในแบบที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ ตามมาด้วยเลกกิ้งสีขาว และแจ๊กเก็ตตัวเท่แบบ Double Breast อีกลุคที่ชอบมากๆ ก็คือเดรสสีขาว จับจีบและแต่งกระดุมที่เอว แมตช์กับกระเป๋าทรงเมสเซนเจอร์ซึ่งเสริมความเท่แบบทะมัดทะแมงได้ในพริบตา

Chanel Resort 2019

เรียกว่าทั้งแรงบันดาลใจ และเรือสำราญต่างเป็นตัวแทนของการเดินทาง ที่ไม่ได้ล่องถอยหลัง หากแต่เป็นการลอยลำไปข้างหน้าโดยมีประวัติศาสตร์ร้อยกว่าปีเป็นแรงขับเคลื่อน สร้างแรงบันดาลใจให้กับเหล่าแฟชั่นนิสต้าที่กำลังหาแนวทางของตัวเองอยู่


Photo Credit: Yannis Vlamos