Home > Fashion > Fashion Updates > ยลโฉมชุดสายลับ 007 ฝีมือดีไซเนอร์คนไทย ‘สุทธิรัตน์ แอนน์ ลาลาภ’ ใน No Time To Die

อาจพูดได้ว่า No Time To Die คือหนึ่งในภาพยนตร์สายลับ 007 ที่แฟนๆ ต่างคาดหวังและรอชมมากที่สุด เพราะนี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ แดเนียล เครก นักแสดงหนุ่มผมสีบลอนด์ตาสีฟ้าจะมารับบทบาทเป็น เจมส์ บอนด์ นอกจากฉากแอคชั่นสุดลุ้นระทึกที่เหล่าแฟนคลับชื่นชอบแล้ว ก็เห็นจะเป็นเสน่ห์ล้นเหลืออย่างร้ายกาจที่มัดใจสาวๆ ทุกคนไว้อยู่หมัด และหนึ่งในสิ่งสำคัญที่ช่วยส่งให้มาดหล่อเนี้ยบของ เจมส์ บอนด์ โดดเด่นกว่าใคร ก็คือเครื่องแต่งกายที่ได้รับการรังสรรค์อย่างประณีตนั่นเอง

‘สุทธิรัตน์ แอนน์ ลาลาภ’ คือคอสตูมดีไซเนอร์ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จอันงดงามของภาพยนตร์ No Time To Die ในครั้งนี้ และที่พิเศษสุดคือเธอเป็นหนึ่งในไม่กี่คนไทยที่ได้มีโอกาสทำงานในวงการฮอลลีวูดนั่นเอง โดยทั้งพ่อและแม่ของเธอเป็นชาวไทยที่ได้ทุนเรียนต่อ Fulbright จากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ก่อนคุณพ่อของเธอจะลงหลักปักฐานเป็นศัลยแพทย์ทรวงอกที่นั่น ทำให้เธอเกิดและเติบโตขึ้น ณ สหรัฐอเมริกา

ด้วยความสนใจด้านศิลปะและความสามารถของคุณสุทธิรัตน์ พาเธอก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยเยล หลังจากนั้นเธอยังได้มีโอกาสข้ามฟากไปศึกษาต่อด้านการดีไซน์สำหรับละครเวทีที่กรุงลอนดอนอีกด้วย เรียกว่าโปรไฟล์ของเธออัดแน่นไปด้วยความรู้ความสามารถทั้งฝั่งการละครเวทีและภาพยนตร์เลยทีเดียว

ช่วงแรกของเส้นทางในวงการฮอลลีวูด คุณสุทธิรัตน์ได้โชว์ฝีมือในฐานะผู้กำกับศิลป์ อย่างเช่นในภาพยนตร์เรื่อง Men in Black II ก่อนจะเบนเข็มมาให้ความสนใจด้านแฟชั่นมากขึ้นในปี 2007 และเดินสายคอสตูมดีไซเนอร์อย่างเต็มตัวหลังจากนั้นเป็นต้นมา ผลงานของเธอปรากฏให้เห็นในภาพยนตร์ชื่อดังมากมาย อาทิ Slumdog Millionaire, 127 Hours, Steve Jobs และเรื่องล่าสุดอย่าง No Time To Die

สำหรับเครื่องแต่งกายของ เจมส์ บอนด์ ในภาคสุดท้ายนี้ยังคงคอนเซปต์ความหล่อเนี้ยบเป๊ะเช่นเคย โดยเธอทำงานร่วมกับแบรนด์ระดับโลก Tom Ford ในการออกแบบและตัดเย็บชุดสูทแบบเทเลอร์เมดสำหรับ แดเนียล เครก และตัวละครสายลับ 007 คนใหม่อย่าง ลาชานา ลินช์

คุณสุทธิรัตน์เผยถึงเบื้องหลังการทำงานครั้งนี้กับสื่อ Forbes ว่า “ชุดสูทหลายชุดของแดเนียลจะต้องสามารถใส่เล่นฉากแอคชั่นสุดโลดโผนได้ ทำให้เราต้องเตรียมชุดแบบเดียวกันเป๊ะถึง 33 ชุด” โดยเธออธิบายว่าราว 10 ชุดเป็นของสตันท์ที่จะต้องเสริมนวมด้านในเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ หรือรองรับฉากบู๊สุดระทึก

ขณะที่อีกกว่า 20 ชุดเป็นของแดเนียลสำหรับซีนต่างๆ ตั้งแต่เวอร์ชั่นที่หล่อเนี้ยบที่สุด ไปจนถึงชุดหลังผ่านเหตุการณ์ระเบิด ผ่านการตกน้ำ ไปจนถึงชุดที่เปื้อนเลือด แต่จุดที่สำคัญและยากที่สุดคือทุกชุดจะต้องดูสมบูรณ์แบบราวกับตัดเย็บขึ้นมาเพื่อเขาโดยเฉพาะเสมอ

Credit: 007, Nicola Dove, Wikipedia and Forbes