งดบริโภคนมเนยดีต่อสุขภาพจริงหรือ?
งดบริโภคนมเนยดีต่อสุขภาพจริงหรือ?
Health & Wellness

งดบริโภคนมเนยดีต่อสุขภาพจริงหรือ?

ในซูเปอร์มาร์เก็ตเดี๋ยวนี้มีนมสารพัดชนิดขาย ทั้งนมอัลมอนด์ นมมะพร้าว นมถั่วเหลืองและน้ำนมข้าว คุ้มค่าหรือไม่ ถ้าจะเลิกกินนมโคอย่างที่เคยแล้วหันมาบริโภคนมที่ว่านี้แทนหรือว่าความจริงที่เขาอ้างมีประโยชน์ต่อสุขภาพนั้นมันน้อยนิด

พวกเราส่วนใหญ่พยายามตัดผลิตภัณฑ์นมเนยออกจากอาหารที่กินในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นเพราะต้องการลดน้ำหนักหรือลดคลอเลสเตอรอลก็ตาม หรือแค่ไม่อยากให้ตัวบวม หรือเพื่อไม่ให้อาการไซนัสอักเสบกำเริบ รวมทั้งโรคภูมิแพ้ต่างๆ ด้วย ไหนจะโรคผิวหนังอย่างโรคสะเก็ดเงิน สิว โรซาเชีย และโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง ดูเหมือนผลิตภัณฑ์นมเนยถูกมองเป็นผู้ร้ายในการทำให้เกิดโรคต่างๆ ที่ว่ามา แต่ความจริงล่ะ การรับประทานอาหารโดยปราศจากผลิตภัณฑ์นมเนยเกิดความแตกต่างกับสุขภาพของเราจริงหรือ หรือแค่เป็นกระแสที่ใครๆ ก็ทำกัน

www.pixabay.com

“คำตอบก็คือใช่และไม่ใช่” อแมนด้า ฮามิลตัน นักโภชนาการผู้ที่เป็นแบรนด์ แอมบาสซาเดอร์ของ Vita Coco บอก “แน่นอนถ้าคุณเป็นคนที่ร่างกายไม่สามารถย่อยแลคโตสได้ นั่นคือคุณผลิตแลคทีส เอนไซม์ที่ต้องการใช้ในการย่อยน้ำตาลที่พบในนมไม่ได้  คุณก็ต้องทำตามหลักโภชนาการโดยการกินอาหารที่ปลอดผลิตภัณฑ์เนยนม ส่วนคนอื่นจะติดขัดเรื่องไม่อยากละเมิดสิทธิของสัตว์ก็ว่ากันไป ฉันจะแนะนำเสมอว่าสำหรับคนที่โตเต็มวัยหรือเป็นผู้ใหญ่นั้นเลิกบริโภคผลิตภัณฑ์เนยนมไปได้เลย หรือไม่ก็พยายามกินเฉพาะที่ออร์แกนิก เพราะยังมีปัญหาเรื่องการใช้ยาปฏิชีวนะและการใช้สารเร่งโกรธฮอร์โมนในการผลิตนมเนยแบบปริมาณมาก ซึ่งยังเป็นประเด็นกันอยู่ ดังนั้นถ้าเลิกได้ก็เลิกหรือเลี่ยงอย่างที่แนะนำ

“ในมุมมองของนักโภชนาการ ผู้ใหญ่ไม่จำเป็นต้องบริโภคเนยนมก็ไม่ขาดสารอาหารหรอกค่ะ ดังนั้นกินบ้างเป็นครั้งคราวยามที่ร่างกายต้องการดีกว่าบริโภคทุกวันเป็นกิจวัตร”

ในอังกฤษมีคนแพ้นมเนยประมาณแค่ 5% แต่สำหรับประเทศอื่นทั่วโลกนั้นมีถึง 65% ที่หนักสุดคือคนในเอเชียตะวันออกที่ว่ากันว่ามีมากถึง 90% ที่ได้รับผลกระทบ

www.pixabay.com

“ถ้าคุณแพ้นมเนยมากๆ คุณจะรู้ตั้งแต่ยังเด็กเลย เพราะคุณจะมีอาการป่วยหลังจากบริโภคผลิตภัณฑ์นมเนยหรือหลังดื่มนมโคเข้าไป” อแมนด้าบอก “แต่ถ้าคุณแพ้แบบอ่อนๆ คุณจะรู้สึกอืดๆ บวมๆ คลื่นไส้ ท้องแข็งหรือท้องเสีย เหนื่อยและจะรู้สึกปวดตัว บางครั้งจะมีอาการผื่นแพ้ทางผิวหนัง และเป็นโรคผิวหนังอักเสบ ผื่นจะเห่อขึ้นเรื่อยๆหลังจากกินนมเนยทุกวัน

“สำหรับผู้ที่เป็นเช่นนั้น คำแนะนำแรกของฉันก็คือหยุดกินนมเนยไปก่อนเลย มันจะบรรเทาอาการลง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะคุณไม่เพียงเอาแลคโตสออก  แต่ยังมีน้ำตาลและเมล็ดข้าวเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย อย่างเช่นเวลาคุณดื่มลาเต้แก้วโต หรือซีเรียลชามโตในตอนเช้า”

ถ้าคุณตัดสินใจจะตัดนมเนยออกจากมื้ออาหาร อแมนด้ามีคำแนะนำ คือให้คิดถึงนมในแง่ของอาหารมากกว่าเครื่องดื่ม

“นมไม่ใช่สิ่งที่ผู้ใหญ่ควรจะดื่มแบบน้ำ” เธอบอก “สูตรของนมมีไว้เพื่อเร่งการเจริญเติบโต และในเมื่อเราโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว การโตอย่างเดียวที่จะออกก็คือขยายออกด้านข้าง ไม่ใช่การยืดตัวให้สูงขึ้น เราต้องมองหาวิธีอื่นที่จะไม่ทำให้เราขาดน้ำ และหาแคลเซียมเพิ่มขึ้นจากอาหาร ไม่ใช่จากนมเนย

“และตอนนี้ก็มีตัวเลือกอื่นเยอะแยะมากมาย คำถามก็คือจะหาอันไหนที่รสชาติดีและมีคุณค่าทางโภชนาการคล้ายคลึงกัน ฉันจะเติมนมในกาแฟและกินมันแค่วันละครั้งเท่านั้น ส่วนเวลาอื่นที่เหลือ ฉันจะมองหาตัวเลือกอื่น แถมลูกฉันก็ไม่ย่อยนมวัวเหมือนกันกันก็เลยต้องมองหาตัวที่มีแคลเซียมสูงให้แก สำหรับฉัน นั่นคือนมมะพร้าว และก็รสชาติดีกว่าตัวเลือกอื่นๆ ที่มี

“นมมะพร้าวมีแคลเซียมสูงกว่านมโคแบบออร์แกนิก (ที่ไม่ใช่โลว์แฟต) รวมทั้งแลคโตสและก็ไม่มีถั่วด้วย ดังนั้นจึงเป็นตัวเลือกที่ดีแทนนมวัว” เธอเสริม “และในบรรดาที่มี นมมะพร้าวก็มีคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลต่ำสุด รวมทั้งแคลอรี่ด้วย “ นมมะพร้าวมีโปรตีนสูงกว่าตัวเลือกอื่นรวมทั้งนมถั่วเหลืองด้วย และก็มีไฟเบอร์มากกว่านิดหน่อย

www,gettyimage.com

ประเด็นเรื่องแคลเซียม

เวลามองหาผลิตภัณฑ์ที่จะมาแทนที่นมนั้น อแมนด้าแนะนำว่าควรดูเรื่องไขมันและแคเลอรี่ด้วยถ้าคุณกังวลเรื่องน้ำหนัก แต่ถ้าไม่ห่วงเรื่องน้ำหนักก็ให้ดูเรื่องแคลเซียมแทน  คนส่วนใหญ่กังวลว่าถ้าเลิกดื่มหรือทานนมเนยร่างกายก็จะขาดแคลเซียม

“สำหรับคนที่โตเต็มวัยแล้ว อาหารที่เราทานกันในแต่ละวันให้ปริมาณแคลเซียมเพียงพอกับที่ร่างกายต้องการอยู่แล้ว คนบางประเทศเขาก็ไม่ดื่มนมแต่ก็ไม่เห็นว่าร่างกายจะขาดแคลเซียมเลย” อแมนด้าบอก

“เด็กเล็ก เด็กวัยกำลังหันเดินเตาะแตะและวัยรุ่นต้องการแคลเซียมสูงและวิตามินดีด้วยเพื่อให้ร่างกายเติบโตและกระดูกแข็งแรง ถ้ากลุ่มนี้ไม่แพ้นมวัว ฉันก็ไม่แนะนำให้พวกเขาเลิกกินนมเนยนะ แต่สำหรับผู้ใหญ่ คุณสามารถหาแคลเซียมและวิตามินดีที่ร่างกายต้องการได้จากอาหารง่ายๆอยู่แล้ว”

ทางการแนะนำให้กินวิตามินดีในรูปแบบอาหารเสริม ส่วนแคลเซียมคุณสามารถหาได้จากถั่ว ผักสีเขียว เช่น ผักโขม บร็อคโคลี่ บ็อคฉอย ผักคะน้า และปลาซาร์ดีน รวมทั้งปลาเล็กปลาน้อยอื่นๆ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่มีแคลเซียมสูง ซึ่งจริงๆ แล้วสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ควรกังวลสำหรับเด็กมากกว่าผู้ใหญ่

..............................................................................

Cr. www.gettyimage.com , www.pixabay.com