นายแพทย์แนะ ‘ฝากไข่เมื่อสาย อาจเสียดายทีหลัง!’
นายแพทย์แนะ ‘ฝากไข่เมื่อสาย อาจเสียดายทีหลัง!’
View Gallery
Health & Wellness

นายแพทย์แนะ ‘ฝากไข่เมื่อสาย อาจเสียดายทีหลัง!’

นายแพทย์พูลศักดิ์ ไวความดี ผู้อำนวยการคลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก BDMS Wellness Clinic แนะนำต้องเริ่มให้ความสำคัญกับการฝากไข่ตั้งแต่ยังสาว

จากสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่ส่งผลให้คนจำนวนไม่น้อยตัดสินใจมีบุตรช้า การมีบุตรยากจึงกลายเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญของหลายครอบครัว ซึ่งแท้จริงสามารถแก้ไขได้ง่ายเพียงเปลี่ยนมุมมองว่าการวางแผนครอบครัวควรเริ่มต้นแต่เนิ่น พร้อมกับเปิดรับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการแพทย์ด้านการเจริญพันธุ์ที่พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างครอบครัวให้สมบูรณ์ในอนาคต

นายแพทย์พูลศักดิ์ ไวความดี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเจริญพันธุ์และการรักษาผู้มีบุตรยาก คือหนึ่งในบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการวางแผนครอบครัว

“สิ่งที่แพทย์ต้องการให้ความรู้คือการวางแผนครอบครัวก็ไม่ต่างจากการวางแผนการเงิน ต้องสำรวจตัวเองว่าเกษียณแล้วจะมีเงินใช้หรือไม่ ไม่ควรเข้าใกล้วัยเกษียณแล้วค่อยมาขยันเก็บเงิน เช่นกันเราจะรอให้ถึงอายุ 40 แล้วค่อยมีลูกก็ไม่ควร อาจทำให้เสียโอกาสไป ที่สำคัญโอกาสนั้นไม่สามารถหวนกลับมาได้อีก

ปัจจุบันเราเน้นว่าเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ก็ควรให้ความสนใจเรื่องการวางแผนครอบครัวได้เลย ซึ่งการเข้าถึงการตรวจในยุคนี้ก็ทำได้ง่ายขึ้น ราคาถูกลง และแม่นยำขึ้น โดยเฉพาะผู้หญิงต้องเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการฝากไข่ อย่างผมมีคนไข้ผู้หญิงท่านหนึ่งอายุ 25 ปี แต่งงานไป 2 ปีแล้วไม่มีลูก พอได้ทำการตรวจปรากฏว่าไข่มีการลดจำนวนลงเหมือนคนอายุ 40 ปี แต่ก็โชคดีที่เขามาปรึกษาช่วงอายุ 25 ปี เพราะความสามารถในการมีบุตรของเขายังเหลือให้เราช่วยรักษาได้อีก 2-3 ปี แต่ถ้าคนไข้มาหาผมตอนอายุ 35 ปี ประจำเดือนอาจจะไม่มาแล้ว”

เพื่อให้เห็นภาพของการฝากไข่ ตัวอ่อนอสุจิ และการทำเด็กหลอดแก้วที่ชัดเจน นายแพทย์พูลศักดิ์ ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมไว้ดังนี้

“เรื่องการเก็บไข่อาจไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่คนไข้จะได้รับเพิ่มเติมในปัจจุบันคือเรื่องความปลอดภัยและความเสถียร เรามีการศึกษาการแช่แข็งไข่และตัวอ่อนอสุจิย้อนหลังไปในอดีต ที่ผ่านมาเราทำการแช่ได้ก็จริง แต่ยังไม่มีเทคนิคการแช่ที่เสถียร เมื่อทำการละลายออกมามีโอกาสสูญเสียไข่ไปถึง 70% ไข่ที่ใช้ได้จริงเหลือไม่ถึงครึ่ง แต่ทุกวันนี้เรามาถึงจุดที่เกือบจะเรียกว่าดีที่สุดแล้ว คือสามารถนำมาใช้ได้อย่างปลอดภัยและหวังผลได้ ส่วนการทำเด็กหลอดแก้ว 30 ปีที่แล้วให้ผลได้เพียง 10% แต่ ณ เวลานี้เราได้ใช้เทคโนโลยีสูงสุด การตั้งครรภ์มีโอกาสสูงขึ้นไปถึง 80% จะเห็นว่าเราเดินทางมาไกลมาก”

เมื่อเกิดความเช้าใจในการวางแผนครอบครัวและพร้อมก้าวไปกับเทคโนโลยีอันล้ำหน้า อีกสิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือการเลือกสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือ หนึ่งในนั้นคือคลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก BDMS Wellness Clinic ที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์นานถึง 30 ปีอย่าง นายแพทย์พูลศักดิ์ มาดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการ

“ศูนย์ฯ ของเราเปิดมาได้ไม่นาน เพิ่งจะเข้าปีที่สอง แต่ทีมงานที่มาร่วมกันทำงานมีประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 30 ปี และเมื่ออยู่ในเครือของ BDMS คนไข้ก็สามารถวางใจได้ นอกจากเราจะเป็นผู้นำทางด้านการรักษาพยาบาล เรายังมีเครือข่ายมากที่สุด และพร้อมด้วยงบประมาณในการลงทุนด้านเทคโนโลยีและงานวิจัย คลินิกของเรามีเซตอัพในระดับโลก เราร่วมทำวิจัยกับสถาบันชั้นนำที่สหรัฐเอมริกาอย่าง Oregon Health Science Center มีการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและวิธีการรักษา เพราะฉะนั้นการเข้าถึงสถาบันที่มีความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้เราก้าวทันเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดและดีที่สุดกับคนไข้แต่ละคนอย่างแน่นอน แม้กระทั่งการตรวจความผิดปกติไปถึงระดับดีเอ็นเอก็สามารถทำได้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง”

นายแพทย์พูลศักดิ์ ยังได้ฝากปิดท้ายถึงทุกครอบครัวให้มีความสุขกับประสบการณ์การเป็นพ่อแม่ เพราะด้วยพลังงานที่ดีระหว่างทางจะสามารถส่งผ่านไปถึงลูกน้อยได้ และปลายทางคือความสมบูรณ์แบบที่สามารถออกแบบได้นับตั้งแต่วันนี้

“การมีบุตรในปัจจุบันเป็นหมุดหมายในชีวิตของทุกคน จึงไม่อยากให้คนไข้มีประสบการณ์ที่ไม่ดี ยกตัวอย่างคนไข้ท่านหนึ่งที่ฝังใจกับการแท้งหรือสูญเสียลูกครั้งแรกไป แล้วไม่ยอมมีลูกอีกเลย ทั้งที่เรามีเทคโนโลยีที่ช่วยได้ ดังนั้นเราอยากให้ประสบการณ์การตั้งครรภ์ของทุกครอบครัวทำให้คุณพ่อคุณแม่ประทับใจ ไม่ควรเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ซึ่งแน่นอนว่าความกังวลของผู้ตั้งครรภ์ก็ส่งผลกับอารมณ์ของเด็ก อยากให้มองเทคโนโลยีที่อยู่ใกล้ตัวเรามากที่สุดในปัจจุบัน เพียงให้ความสนใจ ถ้าเรามีข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับตัวเอง ก็สามารถไปสู่จุดที่ที่สมบูรณ์ทั้งการงาน การเงิน และครอบครัวได้”