‘คุณหมอรวงข้าว’ แห่ง Lovely Eye & Skin Clinic เผยโฉมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญศัลยกรรมดวงตา!!
‘คุณหมอรวงข้าว’ แห่ง Lovely Eye & Skin Clinic เผยโฉมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญศัลยกรรมดวงตา!!
Health & Wellness

‘คุณหมอรวงข้าว’ แห่ง Lovely Eye & Skin Clinic เผยโฉมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญศัลยกรรมดวงตา!!

สวยได้ไม่ต้องรอคิวอีกต่อไป กับการเสริมทัพทีมศัลยแพทย์ ‘Lovely Specialist’ ทีมแพทย์ชั่วโมงบินสูง และสามารถเสกสรรดวงตาคู่สวย ด้วยมาตรฐานและเทคนิคเดียวกันทุกประการ

ถ้าพูดถึงเรื่องการศัลยกรรมดวงตา บอกเลยว่าเป็นเรื่องที่เราต้องหาความรู้ ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทำ เพราะดวงตาเป็นสิ่งสำคัญ จนต้องบอกว่าเป็นอวัยวะสำคัญที่ไม่สามารถหาอะไหล่มาเปลี่ยนได้ ซึ่งเมื่อพูดถึงศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการศัลยกรรมดวงตา บอกเลยว่าชื่อของ 'คุณหมอรวงข้าว' หรือ พญ.คัมภีราภรณ์ สิริภคพันธ์ แห่ง Lovely Eye & Skin Clinic จะต้องติดอยู่ในอันดับต้นๆอย่างแน่นอน เพราะเหล่าเซเลบริตี้คนดังทั้งหลายต่างไว้วางใจจนคิวจองยาวเหยียด

(อ่านเพิ่มเติม : คุณหมอรวงข้าว-แพทย์หญิงคัมภีราภรณ์ ผู้บุกเบิกการทำตาสองชั้นโดยจักษุแพทย์)

และข่าวดีคือเราไม่ต้องรอคิวคุณหมอข้ามปีอีกต่อไป เพราะล่าสุดคุณหมอรวงข้าวได้เปิดตัว ‘Lovely Specialist’ ทีมแพทย์ที่ไม่เพียงมีชั่วโมงบินสูง แต่ยังสามารถเสกสรรดวงตาคู่สวย ด้วยมาตรฐานและเทคนิคเดียวกันกับเธอทุกประการ ซึ่งน้อยคนนักที่จะทราบจุดเริ่มต้นว่า กว่าที่คุณหมอรวงข้าวจะมีฝีมือและมีชื่อเสียงอย่างทุกวันนี้ ต้องอาศัยการฝึกปรือในด้านเทคนิคการทำตาสองชั้น การเรียนรู้อย่างรอบด้าน การพัฒนาตนเองอย่างมาก ซึ่งทั้งหมดนี้ได้รับแรงบันดาลใจความชื่นชอบตั้งแต่วัยเด็กที่ผลักดันให้คุณหมอเริ่มต้นเข้าสู่เส้นทางจักษุแพทย์จนถึงทุกวันนี้

'คุณหมอรวงข้าว' หรือ พญ.คัมภีราภรณ์ สิริภคพันธ์ แห่ง Lovely Eye & Skin Clinic

“หมอถนัดงานฝีมือมากค่ะ ชอบแกะสลักเย็บปักถักร้อยมาตั้งแต่เด็ก แต่ด้วยความที่คุณพ่อเป็นเภสัชกร คุณแม่เป็นพยาบาล พี่ๆ ก็เป็นหมอ เราจึงถูกปลูกฝังว่าต้องเรียนแพทย์ ปกติช่วงเรียนปีสุดท้าย นักศึกษาแพทย์จะได้ฝึกงานแผนกละหนึ่งเดือน พอไปถึงแผนกจักษุ หมอถูกใจสุดขีดเลยค่ะ เพราะได้เห็นการทำงานของอาจารย์หมอที่ไม่ต่างจากการทำงานฝีมือ เนื่องจากตาเป็นอวัยวะเล็กๆ ที่ต้องอาศัยทั้งความใจเย็น มือที่นิ่ง และสมาธิการมองกล้องผ่าตัด” 

เมื่อตัดสินใจศึกษาต่อเฉพาะทางด้านดวงตา คุณหมอรวงข้าวจึงมุ่งมั่นจนผ่านการคัดเลือกเป็นแพทย์ใช้ทุนแผนกจักษุ ซึ่งรับปีละ 2 คนเท่านั้น เธอจึงสามารถใช้ทุนไปพร้อมๆ กับการเรียนเฉพาะทางและสั่งสมประสบการณ์ในแผนกตาได้ถึง 5 ปี ต่างจากแพทย์ท่านอื่นๆ ที่ต้องใช้ทุนในแผนกทั่วไป 2 - 3 ปี จึงเหลือเวลากลับมาเรียนต่อเฉพาะทางเพียง 3 ปี 

ครั้งหนึ่ง คุณหมอเคยให้สัมภาษณ์กับ HELLO! ว่าเธอสนุกกับการทำงานถึงขั้นรับเคสได้ตั้งแต่เช้ายันห้าทุ่ม “อันที่จริง หมอสนุกและมีความสุขมากตั้งแต่เรียนวันแรกเลยค่ะ ได้ทำงานละเอียดในแบบที่ใฝ่ฝัน ได้รักษาตาคนไข้ทุกอาการ โดยเฉพาะการแก้ไขหนังตาตก ทำให้นึกย้อนถึงตัวเองสมัยอายุ 18 ที่คุณแม่พาไปทำตาสองชั้น เพราะคนชอบหาว่าตาขวางแล้วไม่กล้าเข้ามาคุยด้วย คุณหมอหัวเราะขณะเล่าย้อนถึงสาวตาชั้นเดียวที่ดูไม่ค่อยเป็นมิตร “หลังทำตาชีวิตเปลี่ยนไปมากค่ะ เรามั่นใจมากขึ้นในทุกๆ ด้าน หมอเลยเข้าใจความรู้สึกของคนที่มีตาชั้นเดียวมากๆ จากนั้นทุกคนที่รู้ว่าหมอทำตาสองชั้นก็จะถามตลอดว่าทำที่ไหน แม้แต่ในปัจจุบัน คนไข้ก็จะบอกว่าเอาชั้นตาแบบหมอ เพราะดูเป็นธรรมชาติ” คุณหมอรวงข้าวถ่ายทอดประสบการณ์ตรง ก่อนเผยถึง 1 ใน 3 เคล็ดวิชา เนรมิตตาสองชั้นแบบ Lovely Eye & Skin Clinic 

โฉมหน้าของทีมแพทย์ ‘Lovely Specialist’ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มาพร้อมเทคนิคการทำศัลยกรรมดวงตาแบบ Lovely Eye & Skin Clinic

“แพทย์ที่ทำตาให้หมอเป็นญาติอาวุโสที่เรียนการผ่าตัดตาสองชั้นมาจากญี่ปุ่นค่ะ ท่านมีประสบการณ์ตรงนี้มา 50 ปี พอทราบว่าหมอเลือกเรียนเฉพาะทางด้านจักษุ ท่านจึงถ่ายทอดวิชาให้และหาเคสมาให้หมอได้ฝึกลงมือทำนอกเวลาเรียน ควบคู่ไปกับการเรียนในเวลา” เมื่อเรียนจบเป็นจักษุแพทย์เต็มตัว คุณหมอรวงข้าวยังได้บินไปศึกษาเพิ่มเติมที่เกาหลีซึ่งขึ้นชื่อ
ด้านศัลยกรรม “หมอเป็นรุ่นแรกๆ ที่เรียนเลยค่ะ เขาให้ลงมือผ่าตัดจริงกับคนไข้เลย ไม่ใช่แค่ไปศึกษาดูงานเหมือนสมัยนี้” ตอนนั้นหมอไม่ได้จริงจังกับการทำตาสองชั้นเพื่อความสวยงามมากนัก เพราะเป็นจักษุแพทย์ก็จะทำงานด้านการรักษาเป็นหลัก แต่ยุคนั้นหมอลองเซิจดูเล่นๆ แล้วยังไม่เจอที่ไหนที่มีรูปทำตาที่ถูกใจหมอเลย เลยมุ่งมั่นว่าหมอนี่แหละจะเป็นคนที่ทำตาคนไทยให้สวยที่สุดให้ได้” จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่คุณหมอพัฒนาตนเองเรื่อยมา  

เทคนิคเฉพาะของคุณหมอรวงข้าวในปัจจุบันจึงเกิดจากการผสาน 3 สุดยอดวิชาเข้าไว้ด้วยกัน นั่นก็คือการรักษาอาการต่างๆ ของดวงตาเพื่อการใช้งานที่สมบูรณ์แบบ การปั้นแต่งดวงตาคู่สวยด้วยเทคนิคการทำตาสองชั้นจากญี่ปุ่น และการเพิ่มเสน่ห์ให้ดวงตาดูกลมโตด้วยเทคนิคการเปิดหัวตา-หางตาจากเกาหลี การประยุกต์เทคนิคจากประสบการณ์ให้เหมาะสมกับคนไทยมากที่สุด ประกอบกับศิลปะในการออกแบบดวงตาเป็นรายบุคคล 

“ในการเย็บชั้นตา หมอจะใช้เทคนิคแบบญี่ปุ่นคือไม่ฝังปมไหมในตาค่ะ เปลือกตาจึงไม่ระคายเคือง และชั้นตาจะดูเรียบเนียนเป็นธรรมชาติไม่ค่อยมีพังผืดใต้เปลือกตา คุณหมอเล่าถึงการคัดสรรองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้ตลอดระยะเกือบ 10 ปี

“ที่เกาหลีนิยมทำชั้นตาเล็กมากค่ะ เพราะพื้นฐานเปลือกตาคนเกาหลีหนังตาไม่เยอะ และสไตล์เกาหลีจะเป็นแบบหลบในหน่อยๆ ต่างจากคนไทย ที่ส่วนใหญ่เป็นสองชั้นอยู่แล้วแต่มีหนังตาเยอะ ตกลงมาปิดชั้นตาถ้าเย็บแบบเกาหลีจะทำให้หนังตาตกเร็วกว่าที่ควร หรือไม่เหมาะกับใบหน้าโดยรวม  มีคนไทยเชื้อสายจีนเพียงบางส่วนที่ดวงตาอาจจะเหมาะกับสไตล์เกาหลี หลายเคสบินไปทำที่เกาหลีแล้วต้องกลับมาให้หมอแก้ ด้วยปัญหาชั้นตาหลบในเกินไป หรือมีการเบิ่งกล้ามเนื้อตาที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ อีกอย่างเกาหลีเขานิยมฝังปมไหมไว้ด้านใน ซึ่งหมอมองว่าเหมาะกับบางเคสเท่านั้น ส่วนการเปิดหางตาให้ยาวนั้น หมอเชื่อว่าในไทยยังไม่มีใครทำนะคะ เพราะต้องใช้ความชำนาญสูง หมอเองก็ไม่ได้ใช้เทคนิคเขา 100% เพราะการเปิดหางตาของเกาหลีต้องแบะผิวใต้ตาด้วย ซึ่งระยะยาวหมอว่าอาจกระทบกับกายภาพของดวงตา เราจึงทำแบบที่เห็นผลดีแต่ปลอดภัยที่สุด"

“ยุคนี้การเพิ่มเสน่ห์ให้ดวงตา ไม่ใช่แค่ทำตาสองชั้นแล้วค่ะ บางคนชั้นตาสวยอยู่แล้ว แค่ต้องการปรับทรงให้เป็นตาในอุดมคติ นั่นก็คือรูปตาแบบเมล็ดอัลมอนด์ที่หัวตาและหางตาเป็นทรงแหลม นอกจากนี้ แพทย์ต้องประเมินก่อนว่าคนไข้มีปัญหาด้านอื่น เช่น กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ร่วมด้วยหรือเปล่า เพราะหากไม่ได้รักษาควบคู่กับการทำชั้นตา ผลลัพธ์คือตาอาจไม่เท่ากัน หรือได้ตา 3 ชั้นมาแทน” คุณหมอชี้ให้เห็นข้อได้เปรียบของการเนรมิตตาคู่สวยด้วยจักษุแพทย์ ซึ่งประเมินปัญหาได้อย่างรอบด้าน คำนึงถึงความปลอดภัย การใช้ดวงตาในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการดูแลรักษาที่ถูกวิธี

“คนไข้ที่มาปรึกษาเรื่องทำตาส่วนใหญ่กังวลเรื่องการพักฟื้นหลังทำ แต่หลังจากที่หมอนำ New Lovely Microlaser ที่เป็นหัวเลเซอร์ตัดหนังตาขนาดเล็กพิเศษ มีความแม่นยำสูงเข้ามาใช้ในการผ่าตัด ก็ทำให้หมดกังวลเรื่องอาการบวมช้ำ หรือรอยแผลหลังทำไปได้เยอะเลยค่ะ ส่วนไหมที่ใช้ คนไข้มักคิดว่าไหมละลายดีกว่า แต่จริงๆ แล้วปฏิกิริยาในการละลายของไหมจะส่งผลให้แผลไม่เรียบเนียน และใช้เวลาถึงเดือนครึ่งในการละลาย หมอจึงใช้ไหมไม่ละลายค่ะ เพราะไม่ทำปฏิกิริยากับผิว เดี๋ยวเดียวก็ตัดออกได้ สบายตาเร็วกว่า”

ทั้งนี้ ไม่เพียงเชี่ยวชาญด้านการปรับรูปตาให้สวย ด้วยความที่คุณหมอรวงข้าวมีความเชื่อด้านโหราศาสตร์ คนไข้บางท่านจึงขอคำแนะนำกระทั่งวันผ่าตัด “หมอดูจากวันเกิดให้นะคะ หรือบางคนเขาถือฤกษ์ผ่ามาเอง หมอก็จัดให้ได้ค่ะ” คุณหมอยิ้ม “หมอยินดีช่วยถ้าทำให้คนไข้รู้สึกมั่นใจ เพราะการทำงานตรงนี้เกิดจากแรงบันดาลใจที่หมออยากให้ทุกคนมีดวงตาคู่สวยในแบบที่ตัวเองต้องการค่ะ” คุณหมอคนเก่งกล่าวทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้มหวานผ่านดวงตา