Home > Hello Lists > วาสนา อินทะแสง

วาสนา อินทะแสง

เมย์ภ

กว่าจะมีวันนี้ของผู้บริหารสาวร่างเล็ก ‘คุณวาสนา อินทะแสง’ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง CEO, REVOMED (Thailand) เส้นทางความสำเร็จที่เริ่มต้นจากการเป็นเพียงลูกชาวนาชาวร้อยเอ็ดที่เข้ามาเรียนไปทำงานไปในกรุงเทพฯ ทั้งล้างจาน เสิร์ฟอาหาร ขายเสื้อผ้า ขายเพชร ขายประตู-หน้าต่าง ขายยารักษาโรค ซึ่งบ่มเพาะทักษะจนกลายเป็นสุดยอดนักขาย ก่อนที่เธอจะเข้าสู่วงการยาและอาหารเสริมที่บริษัท Pacific Health Care ในฐานะเซลส์คนแรกของแผนกที่เรียนจบราชภัฏและไม่ได้เรียนมาด้านเภสัชศาสตร์ 

ปีแรกเธอเป็นเซลส์ยอดขายอันดับหนึ่ง ปีที่ 2 ขึ้นเป็นซีเนียร์เซลส์ ปีที่ 2 ครึ่งขึ้นเป็นซูเปอร์ไวเซอร์ ปีที่ 3 ขึ้นเป็นเซลส์แมเนเจอร์ และจบด้วยตำแหน่ง National Sales Manager ซึ่งได้รางวัล Performance ดีที่สุดในทีมทุกปี และเมื่อย้ายไปทำงานที่บริษัท Medicalmap International เธอได้ตำแหน่งบริหารเป็น Sales Director ในวัยไม่ถึง 30 ปี 

ตำแหน่งของเธอในเวลาต่อมาจนถึงปัจจุบันของคุณเมย์คือ ‘ซีอีโอ’ เมื่อก่อตั้งบริษัทของตนเองในชื่อ Revomed (Thailand) ในปี 2016 ให้บริการผลิตสินค้าความงามและอาหารเสริมครบวงจรที่มีลูกค้าทั้งดารา นักธุรกิจ องค์กรต่างๆ นับพันแบรนด์ โดยใช้หลักบริหารงานสไตล์ซีอีโอเมย์คือทำทุกอย่างให้ ‘ดีเกินมาตรฐาน’ ไม่ว่าจะเป็นเครื่อง HPLC รุ่นใหม่ล่าสุด เป็นเครื่องแรกและเครื่องเดียวในประเทศไทย ซื้อสารสกัดจากเปลือกสนฝรั่งเศส ‘พิกโนจีนอล® (Pycnogenol®) กิโลกรัมละ 3.5 แสนบาทคือสาร Tetra SOD มากที่สุดในประเทศไทย ไปจนถึงการสร้างโรงงานใหม่แห่งที่ 3 เป็นระบบ Revomed Smart Warehouse ด้วยทุนสร้างถึง 400 ล้านบาท จนทะยานขึ้นเป็นบริษัทระดับ Top 3 ในแวดวงผู้ให้บริการผลิตสินค้าความงามและอาหารเสริมที่กวาดรายได้กว่า 800 ล้านบาทในปีเดียว 

ความสำเร็จของซีอีโอวัย 37 ปี ผู้ภาคภูมิใจในรากเหง้าลูกอีสานเสมอมาคือการทำงานด้วยแพสชั่นและ “เพราะเราไม่มีโอกาสได้เลือกค่ะ เราเริ่มต้นมาด้วยการที่ชีวิตไม่มีทางเลือก มีงานอะไรเราก็ทำ แม้แต่เสื้อผ้าเรายังไม่มีสิทธิ์ได้เลือกของใหม่ ใช้แต่ของเก่าจากพี่ๆ เราเลือกไม่ได้ที่จะไม่ล้างจานหรือเสิร์ฟอาหาร วันนี้เรามีสิทธิ์เลือกแล้วเราเลยเลือกแต่สิ่งที่ดีที่สุด” 

สิ่งที่ดีที่สุดนั้นสะท้อนในมาตรฐานการทำงานและในชีวิตที่ซีอีโอคุณแม่ลูกสองเป็นนักช็อปสายเปย์ที่เก็บสะสมงาน Rare จากแบรนด์ระดับท็อปเท่านั้น เช่น กระเป๋า Hermès นาฬิกา Richard Mille และไฮจิวเวลรี่ ของ Cartier ซึ่งเธอเคยทำสถิติช็อปครั้งเดียว 24 ล้านบาทมาแล้ว “โดนสะกดจิตกลับจากที่เราเคยไปสะกดจิตเขาเวลาขายของค่ะ” เธอกล่าวกลั้วหัวเราะ

เป้าหมายในวันที่ชีวิตได้หมดแล้วในทุกสิ่งที่หวังคุณเมย์กล่าวถึงเป้าหมายต่อไปว่าไม่ใช่เพื่อตัวเอง “ที่ผ่านมาบริษัทโตขึ้นมาก มีความสำเร็จของลูกค้าที่งอกเงยมากขึ้น มีลูกค้าที่เตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ มีคนหน้าใหม่ที่เป็นเหมือนเราในอุตสาหกรรมนี้มากขึ้น มีพนักงานของเราที่เติบโต มีบ้าน มีรถ มันดีเสียยิ่งกว่าตัวเราได้อีกนะคะ หัวใจมันพองโต” คุณเมย์กล่าวอีกว่า “สิ่งที่อยากทำต่อจากนี้คือเมย์อยากยกระดับวงการสินค้า โดยอยากให้แบรนด์ลูกค้าประสบความสำเร็จมากขึ้นอีกเท่าตัว รวมไปถึงธุรกิจความงามและอาหารเสริมของเมืองไทย สร้างความเชื่อมั่นในของ Made in Thailand ว่ามีคุณภาพดีเหมือนระดับสากล และอยากทำให้คนรู้จักคำว่า ‘ดีเกินมาตรฐาน’ เป็นยังไง อยากปฏิวัติวงการนี้ให้โลกจำว่าเราทำของดีมีนวัตกรรม อยากให้ชื่อเราเป็นตำนาน ให้ ณ วันที่เราไม่อยู่แล้ว คนยังพูดถึงว่าเราทำสิ่งล้ำๆ ไว้เยอะ นี่ต่างหากที่เมย์อยากทิ้งไว้เป็นมรดกให้กับคนทำงานค่ะ”

Never miss an update

Subscribe to our newsletter to get the latest updates.

No Thanks
You’re all set

Thank you for your subscription.