ต่อยอดความคิดพัฒนาชีวิตแบบยั่งยืนกับ แนวความคิด BIODIVERSITY จาก IZUMI PARK TOWN สู่ LIFE สาทร เซียร์รา by AP Thailand
ต่อยอดความคิดพัฒนาชีวิตแบบยั่งยืนกับ แนวความคิด BIODIVERSITY จาก IZUMI PARK TOWN สู่ LIFE สาทร เซียร์รา by AP Thailand
Home & Living

ต่อยอดความคิดพัฒนาชีวิตแบบยั่งยืนกับ แนวความคิด BIODIVERSITY จาก IZUMI PARK TOWN สู่ LIFE สาทร เซียร์รา by AP Thailand

จะดีแค่ไหน..ถ้าเรามีโอกาสได้ใช้ชีวิตดีๆ บนพื้นที่สีเขียวใจกลางเมืองตามแบบฉบับของชาวญี่ปุ่น!!

นวัตกรรมเข้ามามีบทบาทเรียกได้ว่าแทบจะทุกเสี้ยววินาทีของชีวิต ทำให้ลึกๆแล้วคนเราล้วนแต่กำลังมองหาความสวยงาม และการพักผ่อนหย่อยใจ จากธรรมชาติ และพื้นที่สีเขียวโดยไม่ทันตั้งตัว และหากพูดถึงประเทศที่มีความล้ำหน้าอย่างมากในเรื่องของเทคโนโลยีแล้วล่ะก็ ประเทศญี่ปุ่น คือลำดับแรกที่ใครต่อใครคิดถึง และหากพูดถึงคุณภาพชีวิตที่ดี ญี่ปุ่นเองก็เป็นอีกประเทศที่พัฒนา และคิดถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนไม่น้อยเลยทีเดียว ลองตั้งคำถามกับตัวคุณเองดูสิคะว่า ... “จะดีแค่ไหน..ถ้าเรามีโอกาสได้ใช้ชีวิตดีๆ บนพื้นที่สีเขียวใจกลางเมืองตามแบบฉบับของชาวญี่ปุ่น??”

และเรียกว่าเป็นโอากาสดีๆ ที่ทาง AP Thailand ได้จัดทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟพาเราไปเยี่ยมชมเมือง IZUMI PARK TOWN ที่เมืองเซนได ประเทศญี่ปุ่น ที่เรียกได้ว่าเป็นเสมือนเมืองต้นแบบในการพัฒนาพื้นที่สีเขียวตามปรัชญา BIODIVERSITY ที่ต่อยอดมาสู่การพัฒนาโครงการในเครือของ AP Thailand ในอนาคตอีกด้วย

The Cafe by Aman

บรรยากาศภายในร้าน The Cafe by Aman

ย้อนเวลากลับไปถึงช่วงการพัฒนาย่านไดมารูยู ที่นับว่าเป็นย่ายธุรกิจศูนย์กลางสำคัญที่ครอบคลุมตั้ง Marunouchi ถึง Otemachi-Yurakucho แวดล้อมไปด้วยบริษัทชื่อดัง ดูไม่ร่มรื่น เพราะมีแต่อาคารสำนักงาน จนเมื่อบริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในย่านนี้เช่นกัน ลุกขึ้นมาพัฒนาเมืองด้วยการแต่งเติมชีวิตชีวา และสีสันของธรรมชาติลงไป ด้วยแนวความคิดที่ต้องการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืนจนทุกวันนี้นับได้ว่าย่านไดมารูยู เป็นปอดของเมืองที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงคนเมืองเข้ากับธรรมชาติได้อย่างแนบเนียนเลยล่ะค่ะ ดูได้จากร้าน The Cafe by Aman ที่เรามีโอกาสได้แวะไปเยี่ยมเยียนลิ้มรสชาติอาหารสไตล์ฟิวชั่นสุดเลิศรส ท่ามกลางสวนป่าธรรมชาติ Marunouchi Forest ขนาด 3,600 ตารางเมตร แทบไม่อยากจะเชื่อเลยล่ะค่ะว่านี่เรากำลังนั่งอยู่ในย่านธุรกิจสำตคัญกลางกรุงโตเกียว

บรรยากาศความร่วมรื่นของสวนป่าธรรมชาติ Marunouchi Forest ขนาด 3,600 ตารางเมตร

ความน่าทึ่งของเมืองยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะไฮไลต์สำคัญก็อยู่ที่การเยี่ยมชม ศึกษาแผนการพัฒนาเมืองต้นแบบโดย Mitsubishi Estste ณ IZUMI PARK TOWN เมืองที่ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 50 ปี ภายใต้แนวความคิด BIO NET INITIATIVE ซึ่งหมายถึงคอนเซ็ปต์การพัฒนาที่อยู่อาศัย เพื่อรักษาสมดุลและการเชื่อมต่อของระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ  ซึ่งต่อยอดมาจากแนวปรัชญา BIODIVERSITY การคงไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพ เรียกง่ายๆว่าเชื่อต่อธรรมชาติกับธรรมชาติด้วยกันเอง และเชื่อมต่อคนกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว

IZUMI PARK TOWN

โซนพื้นที่สำหรับอยู่อาศัย (Living)

วิวพื้นที่โซนในเมืองสำหรับเป็นที่ตั้งของโรงเรียน การพบปะสังสรรค์  (Urbanization)

สำหรับ IZUMI PARK TOWN ถือเป็นเมือนที่ผสมผสานความเป็นอยู่ วัฒนธรรม ธรรมชาติ และเทคโนโลยีเข้ากันได้อย่างลงตัวโดยเมืองจะแบ่งออกเป็น โดยมี 4 โซนสำคัญได้แก่ โซนพื้นที่สำหรับอยู่อาศัย (Living) ที่เป็นรูปแบบของบ้านเดี่ยว โดยมีการควบคุมสิ่งปลูกสร้าง และวัสดุในการก่อสร้าง สีและทิศทางการออกแบบให้ไปในทิศทางเดียวกัน และส่วนสำคัญคือที่ IZUMI PARK TOWN จะไม่มีรั้วที่ทำจากอิฐ แต่จะใช้การปลูกต้นไม้ให้เป็นแนวรั้ว เพราะวิธีนี้จะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้อีกหลายเท่าเลยทีเดียว , โซนพื้นที่ในเมืองสำหรับเป็นที่ตั้งของโรงเรียน การพบปะสังสรรค์  (Urbanization) เป็นสังคมขนาดใหญ่เลยล่ะค่ะ เพราะที่ IZUMI PARK TOWN ครบวงจรด้วยโรงเรียนที่มีตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาล จนถึงระดับชั้นมหาวิทยาลัย และยังมีบ้านพักคนชรา , โรงพยาบาล , ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ , โซนพื้นที่สำหรับการพักผ่อน เหมาะสำหรับการออกกำลังกาย หรือกิจกรรมสันทนาการต่างๆ (Recreation)ไม่ว่าจะเป็นสนามกอล์ฟ สนามเทนนิส สวนสาธารณะ และสนามเบสบอล ปิดท้ายด้วยโซนอุตสาหกรรม แหล่งธุรกิจสำคัญของเมืองที่รวมไปถึงเขตโรงงาน เขตสำนักงานต่างๆ (Working)

LIFE สาทร เซียร์รา

ท้ายที่สุดแล้วนี่เป็นต้นแบบการพัฒนาเมืองที่ทาง AP Thailand ได้นำมาปรับใช้โดยเริ่มต้นโครงการแรกที่ LIFE สาทร เซียร์รา โดยนำต้นแบบแห่งการอยู่อาศัยแนวตั้ง (Vertical Living) ที่ยั่งยืนและสมดุล แตกต่างด้วย FOREST PARK IN THE CITY คอนเซ็ปต์ การสร้างป่าในเมือง บนพื้นที่ส่วนกลางกว่า 8,400 ตารางเมตร ให้เป็นหุบเขาต้นไม้กลางเมืองที่ปกคลุมด้วยพันธ์ไม้นานาชนิด เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อทุกเรื่องราวของ มนุษย์ แมลง เมือง สิ่งก่อสร้าง ต้นไม้ใหญ่ และสภาพแวดล้อมโดยรอบ ให้เกี่ยวเนื่องเป็นอันหนึ่งอันเดียวและนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคตร่วมกัน 

นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กร และการสร้างสรรค์ บม จ. เอพี (ไทยแลนด์)

“จากปรัชญา BIODIVERSITY หรือการให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลของระบบนิเวศของทางญี่ปุ่นนั้น เราได้ต่อยอดแนวคิดดังกล่าวมาสู่การสร้างป่าในเมืองที่โครงการ LIFE สาทร เซียร์ราให้เกิดขึ้น ซึ่งเรามุ่งหวังให้พื้นที่สีเขียวของโครงการ LIFE สาทร เซียร์รานี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่จะเชื่อมต่อพื้นที่สีเขียวอื่นๆ ที่อยู่โดยรอบทั้งในวันนี้และอนาคต จนนำไปสู่การมีระบบนิเวศที่สมบูรณ์เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ส่งเสริมให้การอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และสิ่งแวดล้อมยืนยาวอย่างแท้จริง ซึ่งเราได้นำเทคโนโลยีการออกแบบงานก่อสร้างอาคารสูงอัจฉริยะ 7 มิติ ที่เรียกว่า AI BIM (Artificial Intelligence Building Information Modeling) เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการวางมาสเตอร์แพลนทั้งโครงการ เพื่อควบคุมทั้งคุณภาพงานก่อสร้าง การออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายใน ตลอดจนการออกแบบภูมิทัศน์ (Landscape) ของโครงการ โดยคำนึงถึงทิศทางของแสงแดด ความแรงของลม ควบคู่ไปกับการเลือกพันธุ์ไม้ที่รองรับการดูแลในช่วงทุกช่วงฤดูกาล เพื่อให้มั่นใจว่า LIFE สาทร เซียร์รา จะเป็นต้นแบบของการสร้างป่าในเมืองที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง นายวิทการ จันทวิมลกล่าว  

LIFE สาทร เซียร์รา

LIFE สาทร เซียร์รา

เรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ แต่ส่งผลที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตเลยล่ะค่ะ ถ้าหากหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ และภาคเอกชนเองให้ความสำคัญในการสร้างพื้นที่สีเขียวร่วมกันให้ขยายมากยิ่งขึ้น ก็จะช่วยส่งผลในการพัฒนาชีวิตของคนเมืองให้เติบโตไปได้อย่างยั่งยืน ... นี่ล่ะค่ะชีวิตดีๆ ที่เราสามารถช่วยการสร้างได้!!