Home > Lifestyle > Top 5 รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสุดพรีเมี่ยมที่น่าครอบครอง!

เรียกได้ว่ากระแสรถยนต์พลังงานไฟฟ้านั้นมาแรงอย่างมาก ค่ายรถยักษ์ใหญ่ทั่วทุกมุมโลกต่างให้ความสนใจในระบบพลังงานไฟฟ้าในรถยนต์ เพราะสามารถช่วยลดพลังงานและมลพิษของโลก ทั้งยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับโลกแห่งยานยนต์ในอนาคตอีกด้วย วันนี้ HELLO! ขอพามาดู 5 รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสุดพรีเมี่ยมที่น่ามีไว้ในครอบครองอย่างมาก

Tesla Model X

เริ่มต้นกันด้วย ‘Tesla Model Y’ จากค่าย ‘Tesla’ ค่ายรถยนต์หน้าใหม่ที่มีชื่อเสียงและโด่งดังอย่างมากในวงการรถยนต์ไฟฟ้า เรียกได้ว่าเป็นค่ายรถยนต์ที่ทำออกมาแต่รถยนต์ไฟฟ้าเพียงเท่านั้นและเป็นแถวหน้าเจ้าแรกๆเลยก็ว่าได้ในวงการนี้ และอยู่ภายใต้เจ้าของอย่าง ‘อีลอน มัสก์’ นักธุรกิจ, วิศวกร และนักประดิษฐ์ชื่อก้องโลก โดยเจ้าตัว ‘Tesla Model X’ เป็นรถยนต์แบบ SUV (Sport Utility Vehicle) ที่สามารถนั่งได้ถึง 7 คนด้วยกัน แต่ยังคงความเรียบหรูและไฮเทคอย่างมาก เรียกได้ว่าเหมาะสำหรับเป็นรถครอบครัวสุดๆ โดยมีค่าตัวอยู่ประมาณ 6,458,014 บาท

Porsche Taycan Cross Turismo

มาต่อกันที่แบรนด์กบสุดเท่จากฝรั่งเยอรมนีอย่าง ‘Porsche’ ที่มาพร้อมรถไฟฟ้าเวอร์ชั่นออฟโรดสุดพรีเมี่ยมที่พัฒนามาจากเจ้า ‘Porsche Taycan’ รุ่นมาตรฐาน มาเป็น ‘Porsche Taycan Cross Turismo’ ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง พร้อมชุดแต่งสไตล์ ‘Off-road’ สุดเท่น่าดึงดูดที่มารอบคันอาทิ ซุ้ม, ล้อ, กันชนหน้า-หลัง และสเกิร์ต โดยมีค่าตัวอยู่ที่ 6,790,000 – 10,190,000 บาท

Audi e-Tron Sportback 55 quattro S line

มาถึงกันที่อีกหนึ่งค่ายรถชื่อดังอย่าง ‘Audi’ ที่มาพร้อมรถครอสโอเวอร์ทรงสปอร์ตคูเป้พลังงานไฟฟ้าจากมอเตอร์ไฟฟ้าแบบคู่สุดโฉบเฉี่ยวอย่างเจ้า ‘Audi e-Tron Sportback 55 quattro S line’ ที่ถูกดีไซน์มาให้ดูล้ำสมัยอย่างมาก แต่ยังคงเอกลักษณ์ของ Audi พร้อมทั้งเสริมความเท่เข้าไปอีกกับชุดแต่ง ‘S-line’ ทั้งภายในและภายนอก และมี ‘Sport Air suspension’ ที่ทำให้ระบบช่วงล่างมั่นใจได้ทุกการขับขี่ โดยมีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 5,099,000 บาทนั่นเอง

Mini Cooper SE

Cr. Mini

‘Mini Cooper’ ก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าใคร โดยส่งเจ้า ‘Mini Cooper SE’ รถพลังงานไฟฟ้าสุดน่ารักรุ่นแรกของค่าย ที่ถูกส่งตรงมาจากเกาะอังกฤษ ทั้งยังคงเอกลักษณ์และรูปทรงของ ‘Mini Cooper’ ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แต่แฝงไปด้วยความทันสมัยและเทคโนโลยี พร้อมเพิ่มโลโก้ตัว E ให้เป็นสัญลักษณ์ของรถพลังงานไฟฟ้าให้เห็นอย่างเด่นชัดอีกด้วย โดยสามารถชาร์จไฟได้ 80% ภายใน 2.5 ชั่วโมง และเต็ม 100% ได้ใน 3.5 ชั่วโมง เท่านั้นเอง ส่วนในเรื่องของค่าตัวนั้น เริ่มต้นเพียง 2,290,000 บาท 

Lexus UX 300E

ปิดท้ายกันด้วย ‘SUV’ สุดพรีเมี่ยมจากค่าย ‘Lexus’ กับเจ้า ‘Lexus UX 300E’ ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบ 100% เป็นแบรนด์รถยนต์สุดพรีเมี่ยมนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ที่ดีไซน์ผสมผสานความโฉบเฉี่ยวกับเทคโนโลยีได้อย่างพอดิบพอดี  ทั้วงยังขับง่ายทรงตัวดีควบคุมได้ดั่งใจอีกด้วย ทั้งนี้ใช้เวลาเพียง 50 นาที จาก 0-80% ในการชาร์จแบต ส่วนในเรื่องของราคานั้นเรียกได้ว่าคุ้มค่าอย่างมากเพียงเริ่มต้น 3,490,000 บาท เท่านั้น