Home > Lifestyle > Food & Drink > 4 ห้องอาหารในโรงแรมหรู การันตีความหรูหรา ควรค่าแก่การไปลอง

ในทุก ๆ วันนี้หลาย ๆ ท่านคงเบื่อการกินอาหารที่บ้านกันแล้ว วันนี้ HELLO! จึงจะมาแนะนำ 4 ห้องอาหารในโรงแรมหรู สำหรับท่านที่กำลังต้องการที่จะเปลี่ยน Dinner อันแสนน่าเบื่อให้กลับมาตื่นเต้นอีกครั้ง โดยห้องอาหารที่เราเลือกมาในครั้งนี้ ก็จะมีธีมที่เป็นเอกลักษณ์มาก ๆ เรียกได้ว่าเป็นการเปิดประสบการณ์ที่แปลกใหม่และพิเศษแน่นอน

Sheraton Grande

เริ่มต้นกันที่โรงแรม Sheraton Grande Sukumvit โรงแรมหรูห้าดาวใจกลางอโศก ที่พร้อมนำเสนอวิธีการเสิร์ฟอาหารแบบใหม่ในธีม ‘Dine in the Dark’ หรือที่แปลเป็นภาษาไทยคือ การกินข้าวในที่มืด สัมผัสประสบการณ์มื้ออาหารในความมืดโดยลดการมองเห็น ซึ่งจะทำให้ต่อมรับรสที่เหลืออีก 4 มีประสาทสัมผัสที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การรับรส การดมกลิ่น และการได้ยิน บอกเลยว่าอาหารมื้อนี้จะเป็นมื้ออาหารที่แปลกแหวกแนวที่สุดเท่าที่เคยเจอเลย

โดยจะมีทีมงานที่เป็นผู้บกพร่องทางสายตาคอยให้คำแนะนำ และสำหรับแขกที่มา จะมีการบริจาคในทุก ๆ การจองให้กับมูลนิธิเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ซึ่งมื้อเย็นนี้จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 24 และวันเสาร์ที่ 25 มิถุนายนนี้

ติดต่อ: 02 649 8888

Kimpton Maa-Lai: ห้องอาหารในโรงแรมหรู

มาต่อกันที่ห้องอาหาร Craft ที่โรงแรม Kimpton Maa-Lai เพราะในเดือนมิถุนายนนี้ ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความส่งต่อความรัก การยอมรับ และความเท่าเทียมแก่ทุกคน ซึ่งทางห้องอาหาร Craft ก็เตรียมจัดเมนูอาหารเอาใจลูกค้า เนื่องจากมีคนถามถึงเมนู Kimpton Big dog กันมาอย่างมากมาย ด้วยไซส์ที่ใหญ่จุใจ ไม่ว่าจะเป็นรสชาติสไตล์ไทย เสิร์ฟพร้อมไส้กรอกอีสาน หรือจะเป็นไส้กรอกสไตล์อิตาเลียนที่เสิร์ฟมาพร้อมกับเฟรนฟรายส์ และอีก 2 รสชาติที่บอกเลยว่าโดนใจอย่างแน่นอน

นอกเหนือจากนี้ที่ Kimpton Maa-Lai ยังมีห้องอาหาร Ms.Jigger ที่จะมานำเสนอ Collection ใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ลูกแพร์ตุ๋นไวน์แดง หรือจะเป็น Homemade Ravioli ไส้ปูชิ้นโต ๆ เสิร์ฟพร้อมเห็ด Truffle และยังมี Pasta อีกหลากหลายเมนูมาให้เลือกกันอีกด้วย

ติดต่อ: 02 056 999

Rossini – ห้องอาหารในโรงแรมหรู

มาต่อกันที่ร้าน Rossini ห้องอาหารอิตาเลียนระดับมิชลิน ไกด์ ห้าปีซ้อน ประจำโรงแรม Sheraton Grande Sukumvit โดยในครั้งมี เชฟเกตาโน่ พาลุมโบ้ Excutive เชฟชื่อดังของโรงแรม ร่วมจับมือคู่กับ มาร์โค มิลานี่ จาก Zenato ผู้ผลิตเครื่องดื่มชื่อดังจากประเทศอิตาลี จนกลายมาเป็น ‘Zenato Amici Night’ ซึ่งต้องบอกเลยว่าเมนูอาหารก็ไม่ธรรมดาจริง ๆ มีตั้งแต่ แซวมอนรมควัน Cold cut เกรดพรีเมียม ไปจนถึง Pasta ชั้นยอด ที่จะมาปลุกความเป็นอาหารอิตาเลียนให้โดดเด่นขึ้นมา และยังมีเนื้อแก้มวัวตุ๋นละลายลิ้น เสิร์ฟให้ทานอีกด้วย ซึ่งแต่ละจานที่เสิร์ฟต่างเป็นสูตรที่ทางร้านคิดค้นขึ้นมาตั้งแต่ปี 2017 แล้วอีกด้วย

ติดต่อ: 02 649 8888

Bangkok 78

ปิดท้ายกันที่ห้องอาหารที่ถูกนำมาแปลงโฉมใหม่จนกลายเป็น Bangkok’78 เรียกได้ว่าปลุกความทรงจำในสมัยก่อนขึ้นมากับธีมร้านอาหารไทยย้อนยุค ไปในช่วงปี 1970 ที่โรงแรม Sindhorn Midtown Hotel Bangkok โดดเด่นไปกับการตกแต่งภายในร้านด้วย Concept ‘Retro’ ทำให้บรรยากาศร้านออกมาดูย้อนยุคชวนให้หลงไหลไปกับมนต์เสน่ห์องกรุงเทพฯ ยุคก่อน

ในส่วนของอาหารต้องขอยกให้จาน คอหมูย่าง นุ่มชุ่มฉ่ำ หอมกลิ่นย่างไฟ ต่อด้วยจาน เสือร้องไห้ ที่หมักด้วยเครื่องเทศสูตรพิเศษ ก่อนนำไปย่าง กลิ่นหอมน้ำลายไหลเลย

บอกเลยว่าเป็น การตกแต่งสไตล์ของ ยุคทองในกรุงเทพ ฯ จริง ๆ ด้วยแรงบันดาลใจจากถนนริมทาง ถ่ายทอดออกมาเป็นสีโทนเข้ม มีภาพวาดบนผนัง มีทั้งลายจักสาน สีสด โดดเด่น ทำให้รู้สึกถึงยุค 1970’ s แบบเต็ม ๆ เพิ่มพร็อพในการถ่ายรูปด้วย แผงขายของเก่า โรตีสายไหม และรถตุ๊ก ๆ ซึ่งทุกอย่างล้วนแล้วเป็น จุดเด่นของกรุงเทพ ฯ ทั้งนั้น

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 4 ห้องอาหารสุดหนูในโรงแรม บอกเลยว่าแต่ละห้องอาหารมีจุดเด่นที่บอกเลยว่าไม่ธรรมดาจริง ๆ รับรองว่าบรรยากาศสวยงามกว่าการกินข้าวที่บ้านแน่นอน!

Never miss an update

Subscribe to our newsletter to get the latest updates.

No Thanks
You’re all set

Thank you for your subscription.