Home > Lifestyle > Food & Drink > จับคู่วิสกี้ Old Pulteney กับเมนูอะไร จะช่วยเพิ่มอรรถรสให้กับมื้ออาหารของคุณ

เมื่อวันก่อน HELLO! ได้มีโอกาสไปร่วมงานเผยภาพลักษณ์ใหม่ของวิสกี้แบรนด์ Old Pulteney (โอลด์ พุลท์นี่ย์) พร้อมกับจับคู่ดื่มด่ำกับมืออาหารระดับมิชลินสตาร์แบบเอ็กซ์คลูซีฟที่ห้องอาหาร Elements ในโรงแรม The Okura Prestige 

เราต้องขอออกตัวก่อนเลยว่าเราไม่ได้เป็นคอวิสกี้สักเท่าไหร่ การดื่มในครั้งนี้จึงเพื่ออยากทราบอรรถรสในการจับคู่กับมื้ออาหารเบาๆ เท่านั้น

ก่อนอื่นต้องขอเล่าก่อนว่า โอลด์ พุลท์นี่ย์เป็นซิงเกิ้ลมอลต์ สก็อตช์วิสกี้ ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน และเป็นต้นตำรับมอลต์แห่งท้องทะเลที่กลั่นและหมักบ่มด้วยอิทธิพลจากทะเล โดยการดื่มจับคู่กับอาหารมื้อพิเศษนี้ก็ได้ มร. มัลคอล์ม แวริง (Malcolm Waring) Pulteney Distillery Manage บุคคลที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ผู้ที่อยู่คู่โรงกลั่น โอลด์ พุลท์นี่ย์ มาเป็นผู้บอกเล่าเกี่ยวกับวิวัฒนาการการผลิตทุกขั้นตอนแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

อ่ะ เรามาเริ่มที่การจับคู่กินของเรากันเลยดีกว่า…บนโต๊ะที่เรานั่งอยู่นั้นด้านหน้าจะจัดวางวิสกี้คอลเลกชั่นใหม่ 4 รุ่น เรียงจากซ้ายไปขวาโอลด์ พุลท์นี่ย์ รุ่น 12 ปี,โอลด์ พุลท์นี่ย์ รุ่น 12 ปี,โอลด์ พุลท์นี่ย์ รุ่น 15 ปี และโอลด์ พุลท์นี่ย์ รุ่น 18 ปี ข้างรุ่น 18 ปีก็จะเป็นน้ำเปล่า ที่มีผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่งในคอร์สอาหารมื้อนี้บอกกับเราว่า หากดื่มวิสกี้เข้าไปเยอะแล้วรู้สึกมัน ให้ดื่มน้ำตามเยอะๆ มันจะช่วยขับออกมา

เมื่อเมนูแรกถูกจัดเสิร์ฟ Chesse Waffle วาฟเฟิลกรอบ ด้านบนท็อปด้วยเบอร์รี่อบแห้ง รสชาติเค็มที่ปลายลิ้นและหอมมัน  กินคู่กับโอลด์ พุลท์นี่ย์ รุ่น 12 ปี ซึ่งมีกลิ่นอายทะเล (เนื่องจากโรงกลั่นอยู่ห่างจากทะเลเพียง 115 เมตรเท่านั้น) หอมกลิ่นซิตรัสอ่อนๆ วนิลา และคาราเมล ผสานกับถังไม้โอ๊กอเมริกัน Bourbon ที่มีรสชาติหวานปลายลิ่นหน่อยๆ แต่เข้ากันสุดๆ

เมนูที่ 2 ขนมปังชาร์โคลกับกุ้งทาร์ทาร์ (Pumkin & Ebi) ขนมปังชาร์โคลตัดเป็นวงกลมพอดีคำ ด้านบนประกอบไปด้วยเนื้อกุ้งทาร์ทาร์สดและฟักทอง เข้ากับวิสกี้รุ่นไฮไลต์ของ โอลด์ พุลท์นี่ย์ รุ่น Huddart (ตั้งชื่อตามถนนที่ตั้งโรงกลั่นโอลด์ พุลท์นี่ย์) ที่มีรสชาติออกเผ็ด  ส่วนความพิเศษของรุ่นนี้เป็น non-age statement คือมีกรรมวิธีบ่มถึง 2 ถัง คือ อเมริกันโอ๊ก Bourbon และจบด้วยถังไม้โอ๊ก ex-peated cask

เมนูต่อมา Lamb Skewer เนื้อแกะย่างเสียบไม้เล็กๆ  ราสซอสพิเศษรสชาติออกเค็มนิดๆ โอลด์ พุลท์นี่ย์ รุ่น 15  ปีเมื่อเราสูดดมจะได้ของผลไม้แห้งหลายชนิด แอปเปิ้ล ซิตรัส รวมถึงวนิลากลิ่นวนิลา และกลิ่นช็อคโกแลต ที่ดับกลิ่นของเนื้อแกะไปได้หมดเกลี้ยง แถมยังได้รสชาติหวานโดยไม่ต้องสืบเลยว่าแก้วนี้จะมีรสชาติหวานแต่กลมกล่อมจากสิ่งใด ซึ่งก็เข้ากับรสชาติของอาหารเมนูที่สามอย่างลงตัว

เมนูสุดท้าย Wagyu Tartare เราขอยกให้เป็นเมนู ‘ที่สุด’ ของที่สุด ทั้งเนื้อวากิวที่สับอย่างละเอียดและค่อนข้างมีเดียมแรร์ โดยส่วนตัวผู้เขียนไม่กินเนื้อ และก่อนหน้านี้ก็ไม่ทราบว่านี่คือเนื้อเช่นกัน แต่! เกิดอะไรขึ้นรู้ไหมคะ เมื่อชิมคำแรกไม่รู้สึกถึงรสชาติและกลิ่นของเนื้อเลย ยิ่งฟินสุดๆ เมื่อกินกับ โอลด์ พุลท์นี่ย์ รุ่น 18 ปี ที่ร้องแทบกรี๊ดออกมาว่า “นุ่มนวลเหลือเกิน”

จุดเด่นของรุ่นนี้มีคาแร็กเตอร์และสีเฉพาะตัวของถังไม้อเมริกันโอ๊กและไม้เชอร์รี่สเปน ได้กลิ่นของช็อคโกแลต วนิลา น้ำผึ้ง และเครื่องเทศ ทำให้รสชาติที่ออกมาเข้มข้นและอบอุ่นอย่างเรียบร้อยโรงเรียนโอลด์ พุลท์นี่ย์ เลยล่ะ

บอกเลยว่าเป็นการปิดท้ายมื้ออาหารด้วยความฟินและความเอ็กซ์คลูซีฟที่หาที่ไหนไม่่ได้นอกจากที่ โอลด์ พุลท์นี่ย์ (เซ็นทรัลชิดลม) และห้องอาหาร Elements The Okura Prestige Bangkok