Home > Lifestyle > Home & Living

นอกจากจะเป็นเมซงจิวเวลรีที่มาอายุมานานเกินร้อยกว่าปีแล้ว Cartier มีสิ่งหนึ่งที่หลายคนยังไม่รู้คือ Cartier นำความงามเข้ามาสู่ชีวิตประจำวันของผู้คน ผ่านเครื่องใช้สารพันในคอลเลกชั่น ‘Everyday Objects’ เป็นเวลานานกว่าร้อยปีเช่นกัน

Everyday Objects

สำหรับคอลเลกชั่น ‘Everyday Objects’ เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 1880 ราวร้อยกว่าปีก่อนเมซงเริ่มสร้างสรรค์เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน จนถึงกับเคยมีนิทรรศการจัดแสดงของใช้ที่สาขานิวยอร์ก 

“นักทำจิเวลรีอย่างเรามีความสามารถจะประดับประดาไหล่ของสุภาพสตรีให้สวยงามด้วยสร้อยคอเพชร เฉกเช่นเดียวกับที่เข้าไปเติมกระเป๋าของพวกเธอให้งดงามด้วยตลับแป้ง กระจก หวีอันน้อยหรือนามบัตร” Louis Cartier ทายาทรุ่น 3 ของเมซงกล่าวไว้ในยุค 1930 หลังจากเปิดตัว S for Silver แผนกสร้างสรรค์ของขวัญชิ้นหรูและเครื่องใช้ต่างๆ อาทิ ไฟแช็ก เข็มขัดหรือนาฬิกาพกครั้งแรก เพื่อตอกย้ำว่า  Cartier เป็นมากกว่าเมซงทำเครื่องประดับเลอค่าเท่านั้น

มาถึงคอลเลกชั่น Everyday Objects ในปี 2020 คาร์เทียร์ได้เพิ่มของแต่งบ้านที่สามรถส่งต่อถึงรุ่นสู่รุ่น ซึ่งประกอบไปด้วย 4 คอลเลกชั่น ได้แก่ ของแต่งบ้าน เครื่องเขียน ของใช้เด็ก และเกม โดยร้อยเรียงเข้าด้วยกันผ่านสัญลักษณ์ไอคอนิกต่างๆ ของเมซง ไม่ว่าจะเป็นเสือแพนเธอร์ที่ปรากฏตัวครั้งแรกในปี 1914 บนนาฬิกา ซึ่งในปี 2020 เสือแพนเธอร์สำแดงลายจุดดำอันลือลั่นบนงานกระเบื้องพอร์ซเลนและงานกระดาษ เช่น ถาดใส่เครื่องประดับ แจกัน เกมไพ่ สมุดบันทึกและการ์ดเชิญ

สิงสาราสัตว์มากมายอยู่ในงานดีไซน์ของเมซงตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 จนเรียกได้ว่าเป็น Cartier Zoo หรือ Cartier Circus ก็ย่อมได้ คอลเล็กชั่นล่าสุดนี้เหล่าผีเสื้อ กระต่าย แพนด้าและสุนัขจิ้งจอกจะกลายเป็นเพื่อนเล่นของเบบี๋ตัวน้อย เมื่อปรากฏตัวอย่างคึกคักใน Baby Collection เช่น ถ้วยใส่ไข่ต้ม ของเล่นเขย่ามีเสียง กรอบรูปเงินและผ้าห่มแคชเมียร์  

ลาย Double C เป็นลายที่หลุยส์ คาร์เทียร์ ออกแบบ เดิมทีเขาใช้เป็นตราประทับส่วนตัว ต่อมากลายเป็นตราประทับประจำเมซง Cartier บ่งบอกความเป็นของขวัญชิ้นเอ็กซ์คลูซีฟ เหมาะเจาะอย่างยิ่งกับคอลเลกชั่นล่าสุดนี้ เมื่อริบบิ้นที่คลี่ตัวเป็นโลโก้ Double C และตรา Double C บนขี้ผึ้งสีแดง ประทับบนภาชนะใส่ของชิ้นสำคัญ เช่น กล่องใส่เครื่องประดับ กล่องใส่นาฬิกาและถาดเครื่องประดับ

ส่วน ‘สีแดง’ หนึ่งในสัญลักษณ์ของ Cartier ที่แสดงถึงความสนุกสนาน แฝงอยู่ในรูปหัวใจ เบลล์บอย กล่องสีแดงขอบทองไปจนถึงเลดี้เบิร์ด และมาในไซส์จิ๋วซุกซ่อนอยู่ตามกล่องดนตรี กระปุกออมสิน สมุดบันทึก กล่องดินสอ และกรอบรูป 

ตั้งแต่แรกเริ่มทำ Everyday Objects ขึ้นมาในปี 1880 จนถึงปัจจุบัน Cartier ยึดถือปรัชญาเดิมที่ว่า ข้าวของเครื่องใช้ใช่เป็นเพียงวัตถุ หากเป็นตัวแทนคำขอบคุณ การให้กำลังใจ การสร้างเซอร์ไพรส์ และแม้แต่เป็นคำบอกรักก็ได้เช่นกัน