Home > Lifestyle > Home & Living > เปิดบ้านพักสถาปัตยกรรมไสตล์ Art Deco ของคุณ ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี ศิลปินพอร์เทรตรุ่นใหญ่ กับความเชื่อหลักฮวงจุ้ย

บนถนนราชดำเนิน ผู้คนอาจจะเคยเห็นตึกสูงตั้งตระหง่าน กลางหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง เอกลักษณ์โดดเด่น จนแทบจะตะโกนคำว่า’อาร์ททิส’ออกมา ด้วยการตกแต่งสไตล์ Art Deco ที่แฝงไปด้วยความเชื่อ หลักฮวงจุ้ย ซึ่ง ซึ่งเจ้าของไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นพำนักส่วนตัวของคุณ ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี ศิลปินพอร์เทรตชื่อดัง และคุณ ศศิวิมล โรจนพรพันธุ์ หรือคุณสร้อย ภรรยาสุดเก๋ ที่ทั้งเป็น Muse ของคุณ ศักดิ์วุฒิเองอีกด้วย

เปิดบ้าน ไสตล์ Art Deco ของคุณ ศักดิ์วุฒิ กับศาสตร์ความเชื่อ หลักฮวงจุ้ย
คุณ ‘ศศิวิมล โรจนพรพันธุ์‘ และคุณ ‘ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี’

HELLO! เองก็เคยไปเยี่ยมบ้านของทั้งสองท่านหลายรอบ แต่การได้มาเยี่ยมชมบ้านหลังใหม่นี้ ที่คุณศักดิ์วุฒิออกแบบเองกับมือ นั้นทำเอาชาว HELLO! ประทับใจในทุกๆ รายละเอียดของการดีไซน์ เหมือนเดินอยู่ในอาร์ทแกลอรี่ชั้นเยี่ยม

เมื่อเดินเข้าบ้านมา ทั้งคุณศักดิ์วุฒิ และคุณศศิวิมล ก็รอต้อนรับเราเป็นอย่างดี พร้อมกับรูปพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 แขวนสง่าอยู่โถงทางเข้า ซึ่งเป็นคำแนะนำที่เข้าได้รับจากซินแส อาจารย์วันชัย รวยอารี คุณศักดิ์วุฒิกล่าวอธิบายว่า

“เขาเชื่อว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นเทพ แล้วเขาแนะนำว่าบ้านหลังนี้ต้องเปิดมาเจอในหลวง จริงๆทางซ้ายมือต้องเป็นพระรูปปั้นในหลวงด้วย แต่ผมยังคิดไม่ออกว่าจะทำยังไง ก็เลยติดไว้ก่อน เมื่อก่อนมีบันไดตรงนี้ด้วย แต่เขาบอกให้ทุบทิ้ง บ้านต้องมีบันไดเดียว และบ้านหลังนี้อยู่ตรงข้ามบ้านร้างเป็นพลังลบ ถ้าเปิดไปเจอทุกวันจะไม่ดี เขาบอกว่าแรง พอเปลี่ยนมาเข้าด้านข้างปุ๊ป จึงเป็นการปิดกั้นพลังงานลบ ซึ่งผมว่าการทำตามหลักฮวงจุ้ยนั้นดี”

ห้องครัวใหญ่ๆ

ถึงแม้จะเป็นห้องครัว ก็ยังไม่พ้นการเลือกใช้อุปกรณ์เข้าชุดที่มีลวดลายสวยงามอย่าง เครื่องปิ้งขนมปัง กาต้มน้ำ และตู้เย็น SMEG X Dolce and Gabbana กับจานชามบลูแอนด์ไวท์ที่ได้จากการเดินตลาดนัดในต่างประเทศ

ที่เด่นชัดคงจะเป็นเครื่องครัวอลังการณ์ มีทั้งเครื่องดูดควันสองหัวใหญ่ เตาอบขนาดใหญ่ และไอส์แลนด์พร้อมอ่างบ้างจานขนาดใหญ่ อุปกรณ์ขนาดใหญ์ทั้งครัวแบบนี้ คงไม่พ้นความจริงที่ว่า คุณสร้อยนั้นชอบทำอาหาร และชอบสังสรรค์จัดอาหารเลี้ยงผองเพื่อน ซึ่ง HELLO! เองก้ได้ลิ้มรสฝีมือแอปเปิ้ลสตรูเดลของคุณสร้อย ที่เพิ่งอบใหม่ๆ สร้างความหอมอบอวลไปทั้งครัว เธอได้เสริมว่า “วันไหนถ้าอยู่บ้าน เช้าขึ้นมาก็ทำอาหารเช้า ผ่านไปไม่นานก็กลางวันละ ทำมื้อเที่ยงอีก ตกบ่ายทำขนม แล้วก็มื้อเย็น สร้อยชอบทำอหารเพราะมีความสุข และยังคลายเครียดได้ด้วยค่ะ”

น้ำชนน้ำ และประตูเจ้าปัญหา

เมื่อขึ้นมาถึงชั้นบน เราก็ได้พบกับประตูห้องน้ำเจ้าปัญหาที่อาจารย์ซินแสได้เตือนคุณศักดิ์วุฒิไว้ โดยได้เล่าคำเตือนไว้ว่า “ถ้าคุณทำห้องนอนติดกับทางน้ำสามแพร่ง อยู่ได้แค่ 6 ปีตาย เพราะคุณเป็นธาตุไฟ แล้วน้ำพุ่งมาหาคุณทุกคืน แต่โชคยังดีที่เป็นน้ำนิ่งในบึง ไม่ใช่ทางน้ำธรรมชาติ เพราะถ้าเป็นทางน้ำธรรมชาติอยู่ไม่ได้ใหญ่เลย แนะนำให้ให้ทำห้องน้ำแทน เพื่อน้ำจะได้ชนน้ำ และย้ายห้องนอนไปอยู่อีกฝั่ง พอตื่นเช้าปุ๊ปให้ออกจากห้องนอนทันทีเลย”

ในส่วนของห้องน้ำที่ว่า ถูกตกแต่งด้วยอ่างอาบน้ำวินเทจสีขาวสะอาด ที่อยู่ติดหน้าต่างบานยาว สามารเห็นวิวทางน้ำสามแพร่งที่ว่า ถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้เขียวขจี ถูกกั้นโดยประตูบานพับโบราญ อายุนับร้อยปี ที่ถูกเพ้นอย่างสวยงาม เป็นความลงตัวที่เหมือนงานศิลปะ แต่ประตูเจ้ากรรมนี้กลับถูกตักเตือนจากอาจารย์ซินแส ว่าต้องเอาออก เนื่องมาจากภาพที่ถูกเพ้นท์ คือภาพของเทพเจ้ากวนอู ห้ามอยู่ในห้องน้ำ ด้วยความลงตัวที่สุดจะเพอร์เฟค คุณศิกดิ์วุฒิจึงยอมที่จะผิด หลักฮวงจุ้ย และเก็บประตูโบราญนี้ไว้

เชื่อดวงจนได้ดี

สตูดิโอหลังคาสูงไม่มีเพดาน ที่อยู่ในตึกแฝดอีกฝั่ง ถูกทำขึ้นตามหลักสตูดิโอศิลปะ ที่ต้องใช้แสงเหนือธรรมชาติ กลับถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยพอดีโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งภายในสตูดิโอยังมีชุดเครื่องเสียงและแผ่นเสียงไวนิลที่เขาสะสมไว้เป็นล็อตใหญ่ ไว้ฟังประกอบการทำงาน บางทีก็เพลงคลาสสิก บางทีก็เพลงลูกทุ่ง ลูกกรุง และบางทีก็เป็นการพอดแคสต์ทำนายดวง เขาเล่าว่า

“ฟังพอดแคสต์ทำนายดวง 3-4 ราย ทุกคนพูดเหมือนกันหมดเลยว่า ปีนี้จะเป็นปีทองของคนที่เกิดลัคนาราษีเมษ ต้องทำอะไรที่มันเทาๆ อะไรที่จับต้องไม่ได้ หรือทำอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อน เช่น เล่นโซเชียลมีเดียต่างๆ แล้วเงินจะเข้า งานจะปัง พอดแคสต์ยังบอกต่ออีกว่าโลกอนาคตจะเป็นโลกเสมือนจริงหมด แต่ผมไม่เข้าใจหรอก ผมยังฟังสุนทราภรณ์อยู่เลย… แต่ผมเชื่อเรื่องดวง”

การอยู่ร่วมกับศิลปะ Art Deco

โดยรวมแล้ว คอนเซ็ปต์ของบ้านหลังใหญ่นี้คือ การอยู่ร่วมกับศิลปะ ที่เหมือนใช้ชีวิตอยู่ในแกลอรี่ คอยซึมซับวิจิตรศิลป์ โดยที่ส่วนตัวคุณศักดิ์วุฒเองก็ชื่นชอบศิลปะสไตล์อาร์ตเดโคอยู่แล้ว และอยากมีบ้านสไตล์นี้ มาโดยตลอด โดยกล่าวว่า

“คิดว่าวันหนึ่งถ้าวันหนึ่งเรามีบ้าน ก็อยากเป็นบ้านสไตล์ Art Deco และตอนอาจารย์ศิลป์เข้ามาเมืองไทยก็ตรงกับยุค Art Deco พอดี ซึ่งเป็นยุคที่ประเทศไทยมีถนนราชดำเนิน มีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แล้วผมเรียนศิลปากร ก็จะเห็นสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ทุกวัน ทำให้รู้สึกอินและฝังใจตลอด”

ถึงแม้เขากำลังจะเข้าสู่เฟสใหม่ในชีวิต คุณ ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี ก็ยังคงสนุกสนานกับชีวิตที่เรียบง่าย และทำงานที่เขารักภายในบ้านที่เต็มไปศิลปะและความลงตัวที่เพียงพอสำหรับเขา

Never miss an update

Subscribe to our newsletter to get the latest updates.

No Thanks
You’re all set

Thank you for your subscription.