[bttseo_breadcrumb]

เมื่อพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย ต้องยอมรับเลยค่ะว่าภาพใต้ เป็นอีกหนึ่งโซนที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพราะเสน่ห์ของทะเลประเทศไทย นั่นได้รับการพูดถึงและยอมรับระดับโลกเลยทีเดียว และวันนี้ค่ะ HELLO! มีโอกาสได้ไปเยือนถิ่นขนอม จ.นครศรีธรรมราช เมืองดังที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในภาคใต้ เรียกว่าถ้าไม่ได้มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แบบในปัจจุบันนี้แล้วล่ะก็ บอกเลยว่าตั๋วเครื่องบินไฟลท์เต็มแบบที่ต้องจองล่วงหน้ากันเลยทีเดียวค่ะ

เพราะอะไรทราบมั้ยเอ่ย….? บอกให้แบบไม่ต้องเดาค่ะ เพราะนอกจากความสวยงาม ความเป็นธรรมชาติของรูปแบบเมืองที่ค่อนข้างเงียบสงบ ไม่ได้พลุกพล่านแบบจ.ภูเก็ต หรือจ.กระบี่ เลยทำให้เป็นเสน่ห์ที่น่าหลงใหลของ จ.นครศรีธรรมราช นอกจากนี้ยังรวมถึงความศักสิทธิ์ของ วัดเจดีย์ (วัดไอ้ไข่) อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ของนักท่องเที่ยวสายมู ที่ยอมรับเลยว่ากระฉ่อนจนทุกคนขอปักหมุดว่าต้องมาให้ได้สักครั้งเลยทีเดียว แต่ทริปนี้ไม่ได้มีไฮไลต์แค่ที่วัดไอ้ไข่ เท่านั้นนะคะ เรายังมีจุดอื่นๆที่น่าสนใจ อยากชวนแฟนๆนิตยสารเฮลโลไปเชคอินกัน ไม่รอช้าไปดูกันเลย

ไหว้พระประจำจังหวัด ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

เมื่อมาเยือนต่างบ้านต่างเมืองทั้งทีไม่ควรพลาดกับการแวะเวียนมาศักการะพระประจำจังหวัด ที่ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ศาสนสถานที่สำคัญจนได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก โดย ยูเนสโกเมื่อปี พ.ศ.2556 รูปแบบการจัดวางองก์เจดีย์ที่สวยงาม ซึ่งในอดีตเคยตั้งอยู่บนสันทรายโบราณนครศรีธรรมราชซึ่งเรียกว่า “หาดทรายแก้ว” เหตุนี้ทางวันจึงได้ถมพื้นด้วยทรายสีขาวละเอียดบริเวณโดยรอบของเจดีย์ทั้งหมด เรียกว่าเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่สวยงามมากๆเลยทีเดียว ภายในยังมีกิจกรรมที่เหล่านักท่องเที่ยวนิยมปฏิบัติเพื่อความเป็นสิริมงคล ด้วยการแห่ผ้าเหนือศรีษะ และเวียนรอบองก์พระเจดีย์ด้านใน และยังพระบรมสารีริกธาตุให้ศักการะบูชาอีกด้วยล่ะค่ะ

Blue Terrance Café & Bar – คาเฟ่บรรยากาศสุดคลูชมวิวทะเล 3 สี อ่าวขนอมแบบ 360 องศา

เรียกว่าได้เหงื่อกันมาพอประมาณ แต่ก็อิ่มบุญจริงมั้ยล่ะค่ะ เรามาชิวต่อกันที่แลนด์มาร์คใหม่ที่ต้องบอกเลยว่า วิวสวยอย่าบอกใคร ที่สำคัญคือเมนูอาหารที่เสิร์ฟก็หลากหลายสไตล์ฟิวชั่น ที่ได้รับรับการปรุงจากเชฟมากฝีมือจากโรงแรมดังเลยทีเดียว ร้าน “บลู เทอเรส คาเฟ่ แอนด์ บาร์” Blue Terrace Cafe’ & Bar ตั้งอยู่บนเขากลางป่ที่ขนอม เป็นคาเฟ่เห็นวิวทะเลทุกมุม วิวหลักล้าน สามารถเดินทางมาได้ทั้งทางขนอม และทาง “ถนนเลียบชายทะเล สิชล-ขนอม” มีทั้งโซนคาเฟ่ห้องแอร์ นั่งสบายๆ ฟินๆ โซนด้านนอก โซนบาร์ โซนใต้ต้นไม้ และอีกหลายๆ มุม รองรับลูกค้าได้ถึง 800 คน

ไม่ว่าจะเป็น ‘พิซซ่าหน้ากระเพรา’ แป้งบางกรอบหอมกรุ่น กับรสชาติจัดจ้านของกระเพราหมูสับ แซบซี้ดอย่าบอกใคร หรือ ‘สันคอหมูย่าง จิ้มแจ่ว’ น้ำจิ้มรสแซบ ที่หอมข้าวคั่ว เนื้อหมูที่หมักจนเข้าเนื้ออร่อยสุดๆไปเลยค่ะ หรือจะเป็นเมนู ‘ซี่โครงหมูย่างบาร์ บีคิว’ ในขนาดพอดีทาน ซอสบาร์บีคิวเข้มข้น ซี่โครงหมูเปี่อยนุ่ม ละลายในปากดีสุดๆไปเลยค่ะ และเมนูเครื่องดื่มที่หลากหลายและน่าลิ้มลอง โดยเฉพาะ ‘สตอเบอรี่โยเกิร์ต สมูตตี้’ ที่เสิร์ฟมาในแก้วใหญ่โตอลังการจดอดใจไม่ถ่ายรูปไว้อวดไม่ได้เลยจริงๆค่ะ

อ่าวขนอมซีฟู้ด – ลิ้มรสอาหารทะเลสุดแซ่บ พร้อมเสิร์ฟเมนูซิกเนเจอร์ ท้าลอง

เรียกว่าถ้าพูดถึงอาหารทะเลสด ภาคใต้ก็เป็นจุดกำเนิดเลยล่ะค่ะ มาใต้ทั้งทีไม่ทานอาหารทะเลไม่ได้จริงๆ และต้องเป็นอาหารทะเลเมนูแบบชาวใต้ต้นตำรับ ที่พกมาทั้งความสดเด้งของวัตถุดิบ และความจัดจ้านของเครื่องแกงที่มีเอกลักษณืเรื่องความเผ็ดร้อน จนต้องร้องว่า “หร่อยจังหู้!!” ถ้าที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คุณกำลังตามหาแล้วล่ะก็ขอแนะนำให้มาเชคอินที่ร้านนี้เลยค่ะ

อ่าวขนอมซีฟู้ด ร้านอาหารซีฟู้ดเปิดใหม่ล่าสุดริมทะเล ติดถนนเลียบชายทะเล สิชล-ขนอม จุดเช็คอินแห่งใหม่ของขนอม รับอากาศบริสุทธิ์จากลมทะเล โปร่ง โล่ง สบาย  แบบ New Normal ที่ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “ครบจบในที่เดียว” ชั้นล่างจะเป็นร้านอาหารซีฟู้ด เน้นซีฟู้ดสดๆ จากทะเลใต้ และ มีอาหารญี่ปุ่น เมนูแนะนำ เช่น กุ้งแม่น้ำเผา กุ้งมังกรซาซิมิ แกงส้มปลากะพง แกงเนื้อปูใบชะพลูกับเส้นหมี่ ปลาหมึกโบราณ ใบเหลียงผัดไข่ ปูนิ่มผัดผงกะหรี่ ปูดำไข่นึ่ง

ชั้นสอง จะเป็นคาเฟ่ กิน ดื่ม ฟังเพลง แบบชิลๆ ซึ่งทั้งสองชั้นสามารถรองรับลูกค้าได้ถึง 1,000 คน และชั้นสาม จะเป็นรูปแบบรีสอร์ท ที่มีห้องพักแบบเอ็กคลูซีฟ จำนวน 5 ห้อง ชมวิวทะเล และวิวภูเขา ทั้งนี้ “อ่าวขนอม ซีฟู้ด” ตอบโจทย์ให้นักท่องเที่ยวได้กิน ดื่ม พักผ่อน ถ่ายรูป กันแบบเต็มพิกัด  

ล่องเรือชมปลาโลมาสีชมพู ณ หาดขนอม

อีกจุดแลนด์มาร์คที่พลาดไม่ได้ก็คือการล่องเรือชมปลาโลมาสีชมพูนี่ล่ะค่ะ สิ่งสำคัญของกิจกรรมนี่คือ เตรียมครีมกัดแดดให้พร้อม กล้องถ่ายรูปต้องมาพร้อมอุปกรณ์เซฟตี้กันตก และพกดวงค่ะ แม้ว่าน้องโลมาจะคุ้นเคยกับเหล่านักท่องเที่ยวที่มักแวะเวียนมาเยี่ยมชมแล้ว แต่บางครั้งก็มีเล่นตัวอยู่บ้างเหมือนกัน ซึ่งปลาโลมาสีชมพูที่เราเห็นกันนั่น คือปลาโลมาที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปแล้วนั่นเองค่ะ

และออกเรือมาทั้งทีอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือ การแวะสักการะ ‘หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด’ ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะ ว่ากันว่าเป็นหลวดปู่ทวดที่เป็นพระอาจารย์ของไอ้ไข่ วัดเจดีย์อีกด้วยล่ะค่ะ ซึ่งที่เกาะนี้มีบ่อน้ำจืดอยู่ 3 บ่อด้วยกัน หากโชคดีไปตอนน้ำลงก็จะสามารถเดินไปตัดน้ำจืดในบ่อกลับไปบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลได้อีกด้วย สำหรับบ่อน้ำจืดนี้ว่ากันว่าเป็นอภินิหารขององค์หลวงปู่ทวดที่เมื่อท่านเหยียบย่างลงไปพื้นที่น้ำเค็มบริเวณนั้นก็กลับกลายเป็นน้ำจืดให้เหล่าชาวประมงที่ผ่านมาได้ใช้รับประทานกัน

วัดเจดีย์ (วัดไอ้ไข่) อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช

ปิดท้ายที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สายมูต้องห้ามพลาด ที่หลายคนมากราบไหว้ขอพรในเรื่องโชคลาภ การงาน ค้าขาย ความร่ำรวย หลายคนสมหวังก็จะกลับมาไหว้แก้บนกันเป็นจำนวนมาก จนมีคนตั้งฉายาให้ว่า “ไอ้ไข่ ขอได้-ไหว้รับ” อีกด้วย 


ซึ่งทริปนี้เราได้เลือกพักกันที่ “ราชาคีรี รีสอร์ท แอนด์ สปา” เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว มีเนื้อที่ประมาณ 16 ไร่ ตั้งอยู่บนเนินผาริมหาดในเพลา วิวทะเลแบบพาโนรามาของอ่าวไทย รายล้อมด้วยขุนเขา ทะเล และโขดหิน มี “สะพานรักทะเลใต้” ที่ทอดยาวลงสู่ทะเลเป็นแลนด์มาร์ค ตกแต่งด้วยสไตล์โคโลเนียล สมัยต้นรัชกาลที่ 5 แบบประยุกต์กับบ้านทรงไทยปักษ์ใต้ ที่ผสมผสานความเป็นไทยกับความเป็นสากลได้ลงตัว โดยมีห้องพักสไตล์วิลล่า 12 ห้อง สปาสวีท 16ห้อง มินิสวีท 3 ห้อง และแกรนด์สวีท 2 ห้อง ตกแต่งด้วยเครื่องเรือนไทย ในแบบศิลปะแบบไทยร่วมสมัย ซึ่งลงตัวกับแนวคิดเล่นระดับลดหลั่นไปตามไหลเขา เหมือนมองทะเลมาจากภูเขา ให้ความรู้สึกที่ดี มีจุดเด่นที่เป็นภูเขา หันหลังก็คือภูเขา แล้วก็ตรงกลางคือทะเลที่เป็นอ่าวสวยน้ำใส โอบล้อมด้วยภูเขาสูงที่เป็นภาพที่ลงตัวในทุกๆ มุมมอง

การเดินทาง : สามารถขึ้นเครื่องบินจากกรุงเทพฯ ลงที่ จ.สุราษฎร์ธานี หรือ จ.นครศรีธรรมราช ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง และเดินทางต่อด้วยรถยนต์เพียง 50 นาทีจากสนามบิน