Home > Lifestyle > Travel > 9 สถานที่พักหาดสวย ที่ HELLO! ต้องขอแนะนำเตรียมวางแผนทริปต้อนรับวันหยุด

ใกล้เข้าหน้าร้อนเข้ามาเต็มที แน่นอนว่าปลายทางที่เที่ยวของหลาย ๆ คนคงจะเป็นทะเลเพื่อไปรับลม สัมผัสกับทรายเม็ดละเอียดริมหาด พักผ่อนอย่างมีสไตล์ในวันหยุด รวมถึงถ่ายรูปอัพลงโซเชี่ยลพร้อมกับชุดว่ายน้ำตัวโปรด และในวันนี้ HELLO! ก็ได้นำ 9 สถานที่พักหาดสวย มาแนะนำทุกท่านสำหรับแผนวันหยุดยาวในอนาคต ที่ขอบอกเลยว่าทั้งหรูหรา พักผ่อนสบาย และสามารถถ่ายรูปสวย ๆ ถูกใจสายโซเชียลแน่นอน!

Centara Reserve Samui

มาเริ่มกันที่ Centara Reserve Samui รีสอร์ทที่ตั้งอยู่บนมุมที่สงบที่สุดของหาดเฉวง และเป็นรีสอร์ทแห่งแรกในเครือ Centara ที่สร้างออกมาในคอนเซ็ปต์ลักชัวรีที่สุด การออกแบบมาในธีมสีขาว ให้คุณได้ผ่อนคลาย เพลิดเพลินไปกับอาหารและเครื่องดื่มแสนพิเศษ ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศที่แสนประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นหาดทรายขาวที่ทอดยาว หรือจะเป็นสวนสไตล์ทรอปิคอล ตัดกับท้องฟ้าใสผสมผสานบรรยากาศแห่งการพักผ่อนอย่างมีระดับไว้ได้อย่างลงตัว และนอกจากส่วนของห้องพักที่มีให้เลือกหลากหลายแล้ว ทางรีสอร์ทเองก็ยังมีห้องอาหารและบาร์ให้ได้ลองถึง 6 ร้านที่แตกต่างกัน สนุกไปกับบรรยากาศหรูหราแต่ผ่อนคลาย ที่บีชบาร์ริมชายหาดแห่งใหม่ล่าสุดบนเกาะสมุย ไปจนถึงการรับประทานอาหารแนวโมเดิร์นที่ยังคงรสชาติต้นตำรับ หรือจะเลือกจิบค็อกเทลผสมเหล้าจินที่รังสรรค์มาเป็นพิเศษ ณ จินบาร์ (The Gin Run) และถ้าพูดถึงอาหารก็ต้อง Salt Society ร้านอาหารและบีชบาร์ เสิร์ฟทั้งอาหารประเภทซีฟู้ดในสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ และเครื่องดื่มที่รังสรรค์มาเป็นพิเศษ และจะพลาดไม่ได้กับ Sunday Brunch ที่บีชบาร์นี้  หรือจะลองอาหารแนวใหม่อย่าง ทาปาสสไตล์ไทย ที่มาพร้อมรสชาติต้นตำรับที่แสนอร่อยปรุงแต่งในแบบสมัยใหม่โดยมาสเตอร์เชฟที่รังสรรค์จานพิเศษจากครัวเปิดที่ Sa-Nga หรือ “สง่า” ในภาษาไทย การันตีเลยว่า Centara Reserve Samui จะเป็นอีกหนึ่งที่พักในดวงใจของทุกท่านแน่นอน

Kimpton Kitalay Samui

บนหาดเชิงมน อีกหนึ่งจุดไฮไลท์ของเกาะสมุยก็มีรีสอร์ทจากแบรนด์ชื่อดังอย่าง Kimpton ที่มาเปิดรีสอร์ทในชื่อ Kimpton Kitalay Koh Samui ที่ยกเอกลักษณ์ของแบรนด์มาไว้ที่นี่อย่าง Pet-Friendly เปิดโอกาสให้แขกสามารถพาน้องหมาน้องแมวมาพักได้ที่รีสอร์ท เรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นที่หาได้ยากมาก ๆ การดีไซน์ตกแต่งทำออกมาในแบบร่วมสมัย ผสมผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ให้บรรยากาศหรูหราแต่เข้าถึงได้ง่าย จึงมีความคล้ายกับหมู่บ้านประมงเล็กน้อย และในส่วนของห้องพักก็กว้างใหญ่ ให้ความรู้สึกถึงการมาพักผ่อนเพื่อรับลมทะเลจริง ๆ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ก็สามารถขอได้ไม่ว่าจะเป็น Bath Bomb หรือ Face Masks ต่าง ๆ เพราะทางรีสอร์ทต้องการให้แขกทุกท่านได้รับการพักผ่อนจริง ๆ รวมถึงบริการต่าง ๆ สำหรับสัตว์เลี้ยงอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและเครื่องดื่มในรีสอร์ทอีก 5 แห่ง เริ่มจาก LANAI Bar & Lounge ห้องสมุดรูปแบบใหม่ที่นำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วยเมล็ดกาแฟที่ผ่านคัดสรรมาอย่างดี รวมถึงกาแฟไทย Single Origin ใบชาที่ถูกเก็บเกี่ยวมาด้วยมือ (Artisan Tea) และสุราท้องถิ่น ต่อกันที่ Fish House Restaurant & Bar ที่เป็นร้านอาหารซีฟู้ดริมชายหาด ที่มาพร้อมกับการรังสรรค์เมนูแบบใหม่ การันตีได้เลยว่าไม่เหมือนที่ไหนแน่นอน รวมถึงรับประทานอาหารที่คาเฟ่สไตล์ไทย ๆ ได้ที่ Boho ได้ทั้งวัน นอกจากนี้ หากใครคิดว่าจะไม่มีอะไรทำก็ไม่ต้องกลัว เพราะรีสอร์ทมีกิจกรรมต่าง ๆ อีกมากมายรองรับทุก ๆ ความต้องการของแขกทุกท่านแน่นอน

Soneva Kiri Koh Kood

ข้ามกันไปที่เกาะกูดกับรีสอร์ทระดับ 6 ดาว ที่พร้อมให้ทุกท่านสัมผัสกับความหรูหราที่ผสมกับธรรมชาติอย่างเต็มอิ่มที่ Soneva Kiri Koh Kood สัมผัสประสบการณ์แบบเอ็กคลูซีฟตั้งแต่กรุงเทพฯ ข้ามกันไปที่เกาะกูดกับรีสอร์ทระดับ 6 ดาว ที่พร้อมให้ทุกท่านสัมผัสกับความหรูหราที่ผสมกับธรรมชาติอย่างเต็มอิ่มที่ Soneva Kiri Koh Kood สัมผัสประสบการณ์แบบเอ็กคลูซีฟตั้งแต่กรุงเทพฯ อำนวยความสะดวกตั้งแต่ยังไม่ทันย่างก้าวเข้าที่พัก เพราะทางรีสอร์ทมีบริการเครื่องบินส่วนตัวจากสนามบินสุวรรณภูมิมาถึง สนามบินไม้ซี้ จ.ตราด และนั่งเรือสปีดโบ้ดไปถึงรีสอร์ทอีกเพียง 5 นาทีเท่านั้น นอกจากน้ำใส ๆ บรรยากาศสุดไพรเวทที่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติแล้ว ทางรีสอร์ทยังมาด้วยคอนเซ็ปต์ ‘No News No Shoes’ ที่อยากจะให้แขกทุกคนได้ใช้เวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ และแน่นอนว่าสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องพักก็มีมาให้ครบครัน รวมถึงสัดส่วนการแบ่งโซนของห้องพักก็ทำได้อย่างลงตัว และห้องพักของที่นี่จะเป็นแบบ Pool Villa ทั้งหมด รวมถึงห้องอาหารเองก็มีมาให้ลองหลากหลาย ถูกใจสายกินอย่างแน่นอน อย่างครัวแม่ตุ๊ก ห้องอาหารไทยริมป่าโกงกาง ที่ไม่มีเมนูเพราะอาหารในแต่ละวันจะขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่ได้ และ The View ร้านอาหารญี่ปุ่นฟิวชั่น ที่คงไม่ต้องพูดถึงความสดของปลาที่นี่ รวมถึงวิวของร้านที่ทำให้เรามองเห็นทะเลแบบสุดขอบฟ้า รวมถึงบรรยากาศในยามพระอาทิตย์ตกก็โรแมนติกไม่เบาทีเดียว รวมถึงร้านอาหารอีกมากมายที่รอให้ทุก ๆ ท่านไปลองชิมกัน

The Standard Hua Hin

หัวหินเป็นแหล่งเที่ยวที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ อีกทั้งการเดินทางก็ไม่นานมาก จึงเป็นอีกหนึ่งชายหาดที่คนไปเที่ยวบ่อย The Standard รีสอร์ทใหม่ล่าสุดและฮิพที่สุดของหัวหิน ด้วยบรรยากาศริมทะเลสุดเก๋ กับการตกแต่งสไตล์ อาร์ตเดคโค (Art Deco Style) บนชายฝั่งทะเลของประเทศไทย การตกแต่งโดยนำเอาสไตล์และความเชี่ยวชาญของรีสอร์ทผสมผสานเข้ากับความรักในรูปแบบดั้งเดิม เติมแต่งให้รีสอร์ทนี้ดูน่ารักมากยิ่งขึ้น และให้บรรยากาศสบาย ๆ เหมาะกับพักผ่อนในวันหยุด รวมถึงห้องอาหารอร่อย ๆ และบาร์เครื่องดื่มก็มีมาให้เลือกไม่น้อย โดยเฉพาะ Lido ร้านอาหารอิตาเลียนที่ขอบอกว่าเหมือนได้ไปทานถึงอิตาลีจริง ๆ หรือจะเป็นร้าน Praça ร้านอาหารไทยฟิวชั่นที่นำเสนอเมนูต่าง ๆ ออกมาแบบไม่เหมือนใคร บอกได้แค่ว่าควรค่าแก่การไปลองชิม และแน่นอนว่าการบริการที่นี้ก็เน้นให้ความสบาย ๆ กับแขก รวมถึงสปาที่พร้อมให้บริการการผ่อนคลายกับทุกท่าน การันตีได้ว่าไปพักแล้วจะไม่ผิดหวังแน่นอน

Renaissance Pattaya Resort & Spa

พัทยายังคงเป็นจุดหมายปลางทางแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึงเสมอ และโรงแรมที่พักก็มีให้เลือกมากมาย แต่วันนี้เราขอแนะนำ Renaissance Pattaya Resort & Spa อีกหนึ่งรีสอร์ทที่จะทำให้การพักผ่อนของคุณเต็มไปด้วยความหรูหราและความเป็นส่วนตัวบนหาดจอมเทียน ปลีกตัวออกมาจากความวุ่นวายในเมืองพัทยา สู่ความเงียบสงบใกล้ชิดน้ำทะเลสีเขียวใส ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ฝั่งทะเลอันดามัน ยิ่งบรรยากาศตอนพระอาทิตย์ตกจะสวยเป็นพิเศษ เพราะหาดหน้ารีสอร์ทไม่มีเรือจอดให้รกสายตาเลย เรียกว่าแทบจะเหมือนไม่ได้อยู่ที่พัทยาจริง ๆ สิ่งอำนวยความสะดวกให้กับแขกก็มีมาพร้อม โดยเฉพาะสระว่ายน้ำกลางขนาดใหญ่ที่เหมาะกับการจะอัพรูปลงโซเชียล หรือว่ายน้ำออกกำลังกายก็กำลังดี และช่วงบ่ายทางรีสอร์ทก็มีบริการ Afternoon Tea ที่ต้องขอบอกเลยว่าหากใครได้ไป ห้ามพลาดเด็ดขาด และที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Renaissance ก็คืออาหารเช้าที่เสิร์ฟที่ห้องอาหาร 609 Kitchen ขอการันตีเลยว่าอาหารเช้าของที่นี่เขาดีจริง ๆ รวมถึงห้องอาหารที่เป็นไฮไลท์ของการเข้าพักที่นี่อย่าง Pebbles Bar and Grill ที่ครบเครื่องทุกอย่างทั้งวิว รสชาติอาหาร บรรยากาศ ในส่วนของห้องพักก็มีให้เลือกหลากหลายตามความต้องการ แต่ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คงจะเป็นห้องพักแบบ Beachfront Pool Villa ที่จะติดกับชายหาด ทำให้วิวจากห้องพักสวยมาก ๆ รวมถึงบริการสปาที่เปิด 24 ชม.

The Tubkaak Boutique Resort Krabi

มากันที่ฝั่งทะเลอันดามันกันบ้าง ‘กระบี่’ เป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีทะเลสวยไม่แพ้ที่ไหนในโลกเลย การได้ไปเที่ยวที่กระบี่สักครั้งจึงอาจจะเป็นเป้าหมายของใครสักคน และที่หาดทับแขก หาดที่ใกล้กับเกาะห้องมากที่สุด ก็มีรีสอร์ทอย่าง The Tubkaak Boutique Resort Krabi ตั้งอยู่เป็นจุดหมายในการมาพักผ่อนที่นี่ รวมถึงการไปทัวร์เกาะห้องด้วยเรือหางยาวที่ให้บริการจากรีสอร์ทเองก็เป็นกิจกรรมที่ควรค่าแก่การมามาก ๆ รับลมทะเลสบาย ๆ ไอแดดอุ่น ๆ ยามเช้า ถ่ายรูปกับหัวเรือลงโซเชียลสวย ๆ หรือจะเป็นการถ่ายรูปหน้าหาดทรายสีขาว พร้อมน้ำทะเลใส ๆ ที่มีเกาะห้องเป็นฉากหลัง ในส่วนของอาหารก็มีมาให้ครบครัน ตั้งแต่อาหารเช้าแบบอลาคาร์ทหรือมินิบุฟเฟ่ต์ก็มีให้เลือกสรรมากมาย และโดยเฉพาะอาหารเย็นจากเชฟเดวิด เชฟมิชลินสตาร์ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทยของห้องอาหาร ARUNDINA ก็ได้รังสรรค์เมนูอาหารไทยและอาหารใต้ให้แขกทุกท่านได้ลิ้มรสชาติของวัตถุดิบจากท้องถิ่นและวัตถุดิบชั้นเลิศเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่แขกทุกท่าน รวมถึงห้องอาหารอิตาเลียนอย่าง DI MARE ที่เปิดแค่ช่วงเย็นเท่านั้น รวมถึงหากใครไม่อยากทานอะไรหนัก ๆ ก็สามารถเลือกเป็นปิกนิคริมหาดพร้อมอาหารทานเบา ๆ ได้เช่นกัน ห้องพักก็จะแยกเป็นสองโซน คือโซนหน้าหาดและโซนสระว่ายน้ำและสวน ห้องพักจะเป็นสไตล์มินิมอล ขาว ๆ สบายตา มีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นนิด ๆ

Rayavadee Krabi

เรียกว่าเป็นที่พักที่ใคร ๆ ก็อยากจะไปสักครั้งในชีวิตหากได้ไปกระบี่อย่าง Rayavadee Resort ที่โดดเด่นทั้งความสวยงาม ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ ผสมผสานความหรูหราและการพักผ่อนแบบลักชัวรี่ ตัวรีสอร์ทตั้งอยู่บนแหลมพระนางที่ล้อมรอบไปด้วยหาดสวย ๆ ถึง 3 หาดอย่าง หาดน้ำเมา หาดไร่เลย์ และหาดพระนางที่เป็นที่ขึ้นชื่อของการมาเที่ยวกระบี่ทั้งหมด เรียกได้ว่าแค่โลเคชั่นก็ปังสุด ๆ แล้ว รวมถึงทรายสีขาวเม็ดละเอียดที่ตัดกับน้ำทะเลสีมรกตใสที่ระยิบระยับกับแดดที่ตกกระทบ แค่นี้ก็เรียกว่าเป็นการพักผ่อนที่คุ้มที่สุดแล้ว และด้วยความที่รีสอร์ทมีขนาดใหญ่และตั้งอยู่บนเกาะ ทำให้แขกทุกท่านจะได้ใกล้ชิดธรรมชาติแบบสุด ๆ รวมถึงมีน้องลิงคอยอยู่กับเราบนเกาะตลอดเวลา เรียกว่าพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติแบบสุด ๆ และในส่วนของที่พักเองส่วนใหญ่จะเป็นบ้านพักเดี่ยวที่ให้ความเป็นส่วนตัวสุด ๆ และสำหรับใครที่มาเที่ยวแบบครอบครัวก็มีห้องพักสำหรับครอบครัวเช่นกัน รวมถึงบริการ Butler ส่วนตัวของแต่ละห้องพัก รับรองได้เลยว่ามาพักที่นี่จะได้ความผ่อนคลายและความสุขจากการพักผ่อนกลับไปแน่นอน และส่วนของห้องอาหารเองทางรีสอร์ทก็มีห้องอาหาร The Grotto ที่อยู่ภายในภูเขาหินปูนของหาดพระนาง อาหารรสชาติ กับบรรยากาศที่โรแมนติกที่ไม่เหมือนที่ไหนบนโลก และยามค่ำคืนก็มีอาหารบาร์บีคิวให้บริการอีกด้วย ห้องอาหารอื่น ๆ ของรีสอร์ทเองก็ดีไม่แพ้กัน และเซ็ท Afternoon Tea ยามบ่ายเองก็อร่อยอย่าบอกใครเลย

Sri Panwa Phuket

ข้ามจากกระบี่มาที่ภูเก็ตกันบ้าง โดยภูเก็ตมีลักษณะเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของไทย ล้อมรอบด้วยทะเลอันดามัน และยังมีชื่อเรียกอีกว่า ไข่มุกอันดามัน ที่การันตีได้เลยว่าหาดของภูเก็ตจะต้องสวยงามมาก ๆ แน่นอน และที่พักที่เรามาแนะนำกันในวันนี้ก็ตั้งอยู่บริเวณทางใต้ของเกาะ ตรงแหลมพันวาอย่าง Sri Panwa รีสอร์ท 6 ดาว ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาของแหลมพันวา พร้อมด้วยวิวพาโนรามิคของภูเก็ตที่ด้านล่างเป็นน้ำทะเลสีเขียวมรกตใส สลับกับท้องฟ้าผืนใหญ่ สัมผัสบรรยากาศของวิวธรรมชาติที่สวยงามที่สุดไม่แพ้ต่างประเทศเลย สไตล์ห้องพักจะออกโทนสีอุ่นสบายตา สร้างมู้ดการพักผ่อนที่สบายและความหรูหราที่ไม่ต้องพูดถึง อาหารเช้าของรีสอร์ทก็อร่อยมาก ๆ และยิ่งบวกกับวิวของทะเลยามเช้าแล้ว เรียกว่าบรรยากาศดีสุด ๆ และรวมถึง Baba Nest จุดชมวิว 360 องศาที่ควรค่าแก่การมาดูพระอาทิตย์ตกสุด ๆ รับรองว่าถ้ามากับคนพิเศษจะต้องโรแมนติกมาก ๆ ห้องพักจะเป็น Pool Villa ทั้งหมด แขกทุกท่านสามารถมองเห็นวิวของทะเลได้ทั้งหมด รวมถึงร้านอาหารที่มีให้เลือกหลากหลายทั้งอาหารไทย ญี่ปุ่นจากร้าน Baba Iki ที่ไม่ต้องบอกถึงความสดของวัตถุดิบ

Le Meridien Phuket

และแล้วก็มาถึงที่สุดท้ายของ 9 สถานที่พักหาดสวย Le Meridien Phuket รีสอร์ทหรูระดับ 5 ดาว ที่ติดหาดกะรนน้อย ซึ่งความพิเศษของหาดนี้คือมีรีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เดียว เปรียบได้ว่าหากเราไปพักก็เหมือนไปพักที่หาดส่วนตัว และขึ้นชื่อว่าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินสวยที่สุดแห่งหนึ่ง จุดเด่นอย่างหาดที่ยาวกว่า 500 เมตร พร้อมทรายสีขาวละเอียด เหมาะกับการนำมาขัดผิดสุด ๆ จุดถ่ายรูปสวย ๆ มีอยู่รอบ ๆ ที่พัก รวมถึงกิจกรรมมากมายที่แทบจะไม่ต้องออกไปไหนเลย แค่เดินเข้ามาที่ล็อบบี้ก็สัมผัสถึงบรรยากาศสบาย ๆ จากการตกแต่งแบบ Open-Air รับลมทะเลเย็น ๆ เตรียมพักผ่อนอย่างเต็มที่ในวันหยุด ห้องพักของที่นี่จะมีความกว้างขวาง ให้ความรู้สึกโปร่ง ไม่อึดอัด ตกแต่งด้วยสีขาวเป็นส่วนใหญ่ สบายตาสุด ๆ ห้องอาหาร Tonson Restaurant & Bar เป็นห้องอาหารเสิร์ฟแบบ A La Carte เมนูอาหารนานาชาติ และมีอาหารไทยด้วย ที่พิเศษคือในคืนวันเสาร์จะมีจัดบุฟเฟต์แบบจัดเต็ม รวมถึงอาหารทะเลที่คงไม่ต้องอธิบายถึงความสดของวัตถุดิบ รวมถึงห้องบริการ Kids Club สำหรับแขกตัวน้อยที่มากันเป็นครอบครัวอีกด้วย

Never miss an update

Subscribe to our newsletter to get the latest updates.

No Thanks
You’re all set

Thank you for your subscription.