Home > Events > ที่สุดแห่งความภาคภูมิใจ การเดินทางของ ‘โอสถสภา’ คู่คนไทยมากว่า 130 ปี

จากต้นตำรับ ‘ยากฤษณากลั่น’ ในวันนั้น กลายเป็นบริษัทมหาชนที่ผลิตสินค้าชั้นนำในวันนี้! ไม่น่าเชื่อเลยว่า ‘เต๊กเฮงหยู’ ร้านขายยาเล็กๆ ในย่านสำเพ็ง จะสร้างเส้นทางประวัติศาสตร์อันยาวนานถึง 130 ปี ด้วยการส่งต่อธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่น จนกลายเป็น ‘โอสถสภา’ อันเป็นที่คุ้นหูและไว้วางใจของคนไทยมาจวบจนถึงทุกวันนี้!

บริษัท โอสถสภา (เต๊กเฮงหยู) จำกัด ถนนเจริญกรุง

จุดเริ่มต้นธุรกิจ

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2434 เมื่อครั้งที่ ‘นายแป๊ะ แซ่ลิ้ม’ เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากประเทศจีน ก่อนลงหลักปักฐานที่ตึกเล็กๆ หนึ่งคูหาในย่านสำเพ็ง โดยใช้ชื่อว่า ‘เต๊กเฮงหยู’ อันเป็นร้านขายยาแผนโบราณ ต้นกำเนิดของยากฤษณากลั่น ที่มีสรรพคุณช่วยบรรเทาโรคท้องร่วง ซึ่งนายแป๊ะได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าหัว รัชกาลที่ 6 เพื่อนำไปช่วยเหล่าทหารในกิจการเสือป่า ให้ปลอดภัยจากโรคท้องร่วง และด้วยความที่ยากฤษณากลั่นใช้ได้ผลดี จึงทำให้ได้รับความนิยม ขายดิบขายดี จนกลายเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และยังมีจำหน่ายอยู่จนถึงทุกวันนี้!

ที่มาของชื่อ ‘เต๊กเฮงหยู’

ส่วนชื่อร้าน ‘เต๊กเฮงหยู’ นั้น เป็นการผสมคำภาษาจีน 3 คำ นั่นก็คือคำว่า ‘เต๊ก’ หมายถึงคุณธรรม ‘เฮง’ หมายถึงความถาวรตลอดกาล และ ‘หยู’ คือความเต็มเปี่ยม อุดมสมบูรณ์ ซึ่งเมื่อนำมารวมกัน ก็หมายถึง…มีความอุดมสมบูรณ์และคุณธรรม ความดีที่ยืดยาวตลอดกาล หรือ ‘การสร้างความเจริญรุ่งเรืองจากการช่วยเหลือผู้อื่น’ เช่นเดียวกับคำว่า ‘โอสถานุเคราะห์’ ที่มาจากคำว่า ‘โอสถ’ และ ‘อนุเคราะห์’ ซึ่งเป็นนามสกุลพระราชทานจากรัชกาลที่ 6 จากการที่นายแป๊ะนำ ‘ยากฤษณากลั่น ตรากิเลน’ ไปช่วยบำบัดโรคท้องร่วงในกิจการเสือป่านั่นเอง โดยปีนี้เป็นปีที่นามสกุลโอสถานุเคราะห์มีอายุครบ 108 ปี

ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

จากจุดเริ่มต้นในวันนั้น ‘โอสถสภา’ เป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ และดำเนินกิจการเรื่อยมาจนถึงทายาทรุ่น 2 ‘คุณสวัสดิ์ โอสถานุเคราะห์’

“ในสมัยของคุณตา (คุณสวัสดิ์ โอสถานุเคราะห์) ท่านได้ต่อยอดธุรกิจด้วยการประยุกต์หลักมาร์เกตติ้งของฝรั่ง ริเริ่มการสร้างความน่าเชื่อถือ และการเข้าถึงแหล่งชุมชนทั้งทางบกและทางน้ำด้วยวิธีต่างๆ ไม่แพ้แนวทาง Marketing Activation ในสมัยนี้เลย มีการใช้หนังกลางแปลง หรือหนังขายยาของหน่วยปลูกนิยม เป็นเครื่องมือในการโฆษณาสินค้าอย่างแยบยล และยังมีการโฆษณาออกอากาศทางสถานีวิทยุศาลาแดง ซึ่งเป็นวิทยุชุมชนแห่งเดียวในสมัยนั้น” คุณธนา ไชยประสิทธิ์ รักษาการ CEO บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) ในฐานะรุ่นที่ 4 ของตระกูลโอสถานุเคราะห์ กล่าว

ความกล้าได้กล้าเสียบวกกับความรู้ความสามารถของ ‘คุณสวัสดิ์’ ยังทำให้เกิดระบบเครดิตขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยให้ร้านค้านำสินค้าไปขายก่อน แล้วค่อยจ่ายเงินทีหลัง จนทำให้บริษัทเจริญก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง และด้วยวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล คุณสวัสดิ์ได้ส่งลูกชายทั้งสี่คน ได้แก่ คุณสุวิทย์ คุณสุรัตน์ คุณสุรินทร์ และคุณเสรี ไปศึกษาต่อในต่างประเทศ และได้กลับมาทำงานและช่วยบริหารงานที่โอสถสภา ซึ่งนับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการสานต่อธุรกิจและนำโอสถสภาเข้าสู่ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคในเวลาต่อมา

เมื่อถึงทายาทรุ่นที่ 3 ‘คุณสุรัตน์ โอสถานุเคราะห์’ ที่ชอบทดลองอะไรใหม่ๆ และไม่กลัวที่จะแตกต่าง ได้ริเริ่มเปิดตลาด ‘เครื่องดื่มบำรุงกำลัง’ เป็นเจ้าแรก โดยนำเข้า ‘ลิโพวิตัน-ดี’ มาจากประเทศญี่ปุ่น และต่อมาได้พัฒนาเครื่องดื่มบำรุงกำลังขึ้นเองภายใต้แบรนด์ ‘เอ็ม-150’ ซึ่งเป็นผู้นำในตลาดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

‘ลิโพวิตัน-ดี’

“นอกจากการเริ่มนำสินค้ามากมายมาเปิดตลาดในไทยแล้ว คุณอายังมองถึงการสร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจ ท่านมุ่งมั่นที่จะนำธุรกิจของครอบครัวเข้าจดทะเบียนและระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เราจึงได้เตรียมตัวและเตรียมความพร้อมมาตั้งแต่ปี 2559 โดยปรับโครงสร้างบริษัทและเปลี่ยนแปลงองค์กรให้เหมือนบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ มีการตรวจสอบบัญชี งบดุลต่างๆ โดยใช้บริษัทตรวจสอบบัญชีชั้นนำ รวมทั้งใช้มาตรฐานเดียวกับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และทาบทามผู้บริหารมืออาชีพมาร่วมงานกับเรา” คุณธนา กล่าวเสริม

กลยุทธ์ของผู้บริหารมืออาชีพ

โอสถสภา ได้เปลี่ยนผ่านจากธุรกิจครอบครัว มาเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2561 ซึ่งนับเป็นอีกก้าวที่สำคัญ มั่นคง และยิ่งใหญ่ในเส้นทางธุรกิจ 

‘คุณวรรณิภา ภักดีบุตร’ เข้ามาเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ นำทัพธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งขยายออกไปยังต่างแดน เพื่อให้แบรนด์ไทยได้ผงาดในระดับสากล โดยนำระบบดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการ และบริหารงานด้วยหลัก ‘Agility’ หรือความฉับไว เพื่อให้บริษัทสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และสร้างการเติบโตได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

‘คุณวรรณิภา’ กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้มาร่วมงานกับโอสถสภาว่า “นับจากวันแรกที่เข้ามาทำงาน ก็รับรู้ได้ว่าองค์กรนี้มีประวัติศาสตร์อันสวยงาม และแบรนด์ ‘เอ็ม-150’ ก็เป็นแบรนด์ที่มี ‘พลัง’ มาก พนักงานมีความรักในองค์กร และทุ่มเทเพื่อองค์กรที่ตนรัก จนมาถึงวันนี้ โอสถสภามีความแข็งแกร่งขึ้นในทุกๆ ด้าน หลากหลายแบรนด์โตขึ้น และเป็นแบรนด์ที่คนไทยรัก”

การที่ ‘โอสถสภา’ สามารถยืดหยัดมาได้อย่างยาวนานถึง 100 กว่าปี สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ในการบริหารธุรกิจ ที่ต้องฝ่าฟันกับความเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัย ที่นับวันก็ยิ่งคาดเดาได้ยาก แต่ตระกูลโอสถานุเคราะห์ และคณะผู้บริหารมืออาชีพ ก็สามารถพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ‘พลังเพื่อเสริมสร้างชีวิต’ ที่มุ่งเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้บริโภค ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน และนวัตกรรมที่ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถสร้างความเติบโต และสืบทอดตำนานจากรุ่นสู่รุ่นอย่างยั่งยืนต่อไป