Home > Events > เหล่าเซเลบริตี้ร่วมฟร้อนต์โรว์แฟชั่นโชว์คอลเล็กชั่น ‘THE RISE OF ASIAN’ 

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงจัดงาน แฟชั่นโชว์คอลเล็กชั่น ‘THE RISE OF ASIAN’ (เดอะไรส์ออฟเอเชียน) คอลเล็กชั่นทรงออกแบบประจำฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2022 ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI และ S’Homme ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยมีเหล่าเซเลบริตี้ร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ นวลพรรณ ล่ำซำ, ม.ล.ภูมิใจ ชุมพล, ฉัตรเบญจา นันทาภิวัฒน์, ม.ล.จิราธร จิรประวัติ, สุพรทิพย์ ช่วงรังษี, พล-อลิสา อินทเสนี, วัลยา แก้วรุ่งเรือง, ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์, ศุภกิจ – ธันย์ชนก ฟักอุดม, กิติภัค เกษรสิริธร, รติรส จุลชาต, เศรณี ชาญวีรกุล และ ชนม์ทิดา อัศวเหม เป็นต้น

THE RISE OF ASIAN
THE RISE OF ASIAN

สำหรับ คอลเล็กชั่นทรงออกแบบประจำฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2022 ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI และ S’Homme ในชื่อ ‘THE RISE OF ASIAN’ เป็นการถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากความหลากหลายของศิลปวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งมีความงดงามและเก่าแก่ไม่แพ้อารยธรรมจากทวีปอื่น ๆ ประกอบด้วยจำนวนเสื้อผ้าทั้งสิ้น 53  ลุค แบ่งเป็นเสื้อผ้าสุภาพสตรีของ SIRIVANNAVARI  45 ลุค และเสื้อผ้าสุภาพบุรุษของ S’Homme 8 ลุค

THE RISE OF ASIAN
วัลยา แก้วรุ่งเรือง และ ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์
THE RISE OF ASIAN
พาสินี ลิ่มอติบูลย์ และ เกตุวลี นภาศัพท์

คอลเล็กชั่นเสื้อผ้าสุภาพสตรีมีความโดดเด่นหลากหลาย งดงามด้วยงานปักชั้นสูงจาก SIRIVANNAVARI Atelier and Academy ที่นำเสนองานปักหลายรูปแบบมาตกแต่งบนบริเวณต่าง ๆ ของเสื้อผ้า ขณะที่ลายพิมพ์ภาพกราฟิกฝีพระหัตถ์อันโดดเด่น ทรงนำเอาภาพวาดฝีพระหัตถ์ลายต่าง ๆ อาทิ ดอกเบญจมาศ (สื่อถึงความมั่งคั่ง), นกกระเรียน (สื่อถึงอายุยืน)  และภาพหญิงสาว  (สื่อถึงการเพิ่มอำนาจ) มาประกอบเป็นภาพคอลลาจให้เป็นลายพิมพ์ประจำซีซั่น นอกจากนี้ยังทรงนำผ้าบาติกลาย ‘S’ Motif  (เอส โมทีฟ) และลายผ้าบาติกแบบชวาทรงออกแบบมาตัดเย็บ และยังมีลายพิมพ์ Horseshoe monogram (ฮอร์สชู โมโนแกรม) ที่เป็นลายโมโนแกรมประจำฤดูกาล

THE RISE OF ASIAN
กิติภัค เกษรสิริธร และ รติรส จุลชาต
ศุภกิจ – ธันย์ชนก ฟักอุดม

เติมคาแรคเตอร์ของหญิงสาวให้สวยเต็มร้อยในช่วงซัมเมอร์ด้วยคอลเล็กชั่นเครื่องประดับ อาทิ ต่างหูประดับมุกและปะการังที่ทำจากโลหะทองลงยา, แหวนลงยาลายคลื่นประดับโลโก้ S และหินสีต่าง ๆ, ต่างหูแม่และลูกกุญแจ, ต่างหูนกออริกามิ เชนลิงค์ (Chain link), กำไลข้อมือทองประดับโอปอล ไปจนถึงสร้อยสังวาลย์ประดับลำตัว ส่วนคอลเล็กชั่นเครื่องหนังมีความโก้หรูและสนุกสนาน ลงตัวกับคอลเล็กชั่นรองเท้าที่มีความโก้หรู ดูน่าสนใจด้วยเทคนิคการตัดเย็บหนังชั้นสูงจากอิตาลีอันมีความละเอียดอ่อนโดยผสมผสานหนังลูกวัวเข้าไว้ด้วยกัน และคอลเล็กชั่นแว่นตากันแดดรูปทรงเอกลักษณ์ ที่มีกรอบแว่นเป็นทรงแปดเหลี่ยมและผลิตจากอาซิเตตชั้นดี สามารถพับเก็บได้สองทบให้มีขนาดกะทัดรัดพกพาสะดวก

นวลพรรณ ล่ำซำ
ม.ล.ภูมิใจ ชุมพล, ฉัตรเบญจา นันทาภิวัฒน์, ม.ล.จิราธร จิรประวัติ และ สุพรทิพย์ ช่วงรังษี

ด้านคอลเล็กชั่นสุภาพบุรุษมีความโก้หรูสไตล์แมสคิวลีน ซึ่งนำเอาโครงเสื้อแบบคลาสสิกมาดัดแปลงโดยใช้เทคนิคต่าง ๆ ทำให้มีสไตล์ที่ดูโมเดิร์นและโก้หรูมากยิ่งขึ้น ในขณะที่คอลเล็กชั่นรองเท้านำเสนอทั้งรองเท้าหนังจระเข้พิมพ์ผูกเชือกที่ตกแต่งด้วยตราสัญลักษณ์ตัว S สีทองและรองเท้าโลเฟอร์ (Loafer) หนังจระเข้พิมพ์และหนังลูกวัว 3 สี ได้แก่ สีดำ สีน้ำเงิน สีม่วงเผือก ที่ประดับด้วยโลหะประทับลายนกยูง ส่วนคอลเลคชั่นกระเป๋านำเสนอกระเป๋าคลัทช์หนังสานลายดอกพิกุลสีดำและน้ำตาล และกระเป๋าที่ตัดเย็บจากผ้าใบ Horseshoe monogram อีกด้วย อาทิ กระเป๋าดัฟเฟิล กระเป๋าโท้ต และกระเป๋าใส่กระติกน้ำ คอลเลคชั่นล่าสุด ยังนำเสนอผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อย่างครบครัน ตั้งแต่แฟชั่นจิวเวลรี่ อาทิ แหวน สร้อยคอ เข็มกลัดประดับเสื้อสูท (Pinsuit) และคัฟลิงค์

ชนม์ทิดา อัศวเหม และเศรณี ชาญวีรกุล
เคลลี่ ธนะพัฒน์, พลอยไพลิน ภมรมนตรี, รศ. ดร.กฤษติกา คงสมพงษ์, จิตรลดา ดิษยนันทน์ และ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI ทรงมีพระดำรัสว่า “สำหรับคอลเล็กชั่นล่าสุดนี้ ข้าพเจ้าได้นำเอางานศิลปะและสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่โดดเด่นในภูมิภาคเอเชียมาผสมผสานกับเทคนิคการตัดเย็บแบบเซมิกูตูร์ (Semi Couture) และฟิวเจอริสติค (Futuristic) อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาผสมผสานกับรายละเอียดของศิลปะแบบเอเชีย เพื่อลุคโมเดิร์นที่โดดเด่นด้วยความสวยงามของผู้หญิง”

“ศิลปะของเอเชียมีความสวยงามมาก ข้าพเจ้าจึงหยิบเอาสัญลักษณ์ที่โดดเด่นมาใช้ อาทิ เทคนิคการพับกระดาษออริกามิของญี่ปุ่นที่ข้าพเจ้าถ่ายทอดออกมาเป็นเสื้อเพ็บลั่ม (Peblum) ที่ตัดเย็บจากผ้า toile (โทวล์) ซึ่งทำให้รูปร่างของผู้สวมใส่ดูมีมิติขึ้นมาทันที หรือจะเป็นการนำเอาลายสัญลักษณ์นกกระเรียนของญี่ปุ่นมาปักลงบนเดรสผ้าบุหงาด้วยขนนกจึงทำให้ชุดเดรสนั้นดูโก้และเซ็กซี่มาก ไปจนถึงการนำเอาเทคนิคการสานลายดอกพิกุลแบบไทยมาดัดแปลงเป็นกระโปรงหนังสานลายดอกพิกุล ซึ่งเป็นการยกระดับศิลปะไทยให้ดูโมเดิร์นเข้ากับงานแฟชั่นช่วงซัมเมอร์เป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังได้นำผ้าเดนิมมามัดย้อมเพื่อให้เกิดเป็นเอฟเฟ็กต์ลายท้องฟ้าอีกด้วย”   

ศักดิ์สิทธิ์ พิศาลสุพงศ์, ภูภวิศ กฤตพลนารา, พลพัฒน์ อัศวะประภา และ พิสิฐ จงนรังสิน
พล-อลิสา อินทเสนี

Never miss an update

Subscribe to our newsletter to get the latest updates.

No Thanks
You’re all set

Thank you for your subscription.