Home > Royalty > International > พระราชประวัติ ‘สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3’ พระมหากษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักร

สืบเนื่องจาก การสวรรคตของ ‘สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2’ ในวันที่ 8 กันยายน 2022 สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักร และเครือจักรภพรวม 14 ประเทศ ต่อจากพระราชมารดา โดย สภาการขึ้นครองราชย์ (Accession Council) มีพระราชพิธีประกาศการครองราชย์อย่างเป็นทางการ ณ พระราชวังเซนต์ เจมส์ กรุงลอนดอน ในเวลา 10.00 น. ของวันเสาร์ที่ 10 กันยายน 2022 ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลา 16.00 น. ตามเวลาไทย) และมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

พระราชประวัติ สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3

‘สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3’ ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์โตใน ‘สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2’ และ ‘เจ้าชายฟิลิป’ ดยุคแห่งเอดินบะระ พระราชสมภพ ณ พระราชวังบักกิงแฮม เมื่อเวลา 21.14 น. วันที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 1948 ต่อมาในวันที่ 15 ธันวาคม ปีเดียว อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี ‘ดร.เจฟฟรีย์ ฟิชเชอร์’ ถวายพระนามว่า ‘ชาร์ลส์ ฟิลิป อาร์เธอร์ จอร์จ’ ที่ห้องดนตรี พระราชวังบักกิงแฮม

เมื่อครั้ง ‘เจ้าหญิงเอลิซาเบธ’ เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในฐานะพระราชโอรสองค์โตของพระมหากษัตริย์ สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ซึ่งขณะนั้นยังมีพระอิสริยยศเป็น ‘เจ้าชายชาร์ลส์’ ทรงกลายเป็นรัชทายาท เมื่อพระชนมายุเพียง 3 พรรษา และด้วยตำแหน่งรัชทายาท พระองค์ยังได้รับพระอิสริยยศเป็น ‘ดยุคแห่งคอร์นวอลล์’ ตามพระราชประเพณีภายใต้กฎบัตรพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 ปี ค.ศ. 1337 

ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระราชมารดา ที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ค.ศ. 1952 เจ้าชายชาร์ลส์ทรงมีพระชนมายุ 4 พรรษา หลายคนที่ชมพิธียังจำได้ดีว่าเจ้าชายพระองค์น้อยประทับนั่งระหว่าง ‘สมเด็จพระราชินีอลิซาเบธ’ สมเด็จพระอัยยิกา (ยาย) ‘สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2’ พระราชมารดา และ ‘เจ้าหญิงมาร์กาเร็ต’ พระมาตุจฉา (น้า)

พระราชประวัติ สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3

การศึกษา สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3

ครั้นเจริญพระชันษา ควีนเอลิซาเบธที่ 2 และเจ้าชายฟิลิป ตัดสินพระทัยว่าพระราชโอรสควรเสด็จเข้าโรงเรียน มากกว่ามีพระอาจารย์มาถวายการสอนที่วัง เจ้าชายชาร์ลส์จึงทรงเริ่มต้นศึกษาที่โรงเรียนฮิลล์ เฮาส์ (Hill House) เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ค.ศ. 1956 อีก 10 เดือนต่อมา ทรงย้ายไปเป็นนักเรียนประจำที่ Cheam School ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษาในเบิร์กเชียร์ โดยในปี ค.ศ. 1958 ระหว่างประทับที่เมือง Cheam ควีนเอลิซาเบธที่ 2 พระราชทานพระอิสริยยศเป็น ‘เจ้าชายแห่งเวลส์’ และ ‘เอิร์ลแห่งเชสเตอร์’ ขณะทรงมีพระชนมายุ 9 พรรษา

ต่อมาเจ้าชายชาร์ลส์ทรงศึกษาปริญญาตรีด้านโบราณคดีและมานุษยวิทยาที่วิทยาลัยทรินิตี้ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ในปี ค.ศ. 1967 และเปลี่ยนไปศึกษาด้านประวัติศาสตร์ ในช่วง 2 ปีหลัง ก่อนทรงสำเร็จการศึกษาด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับ 2 ในปี ค.ศ. 1970

พระราชประวัติ สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3

การทหารและการปกครอง

หลังมีพิธีรับพระอิสริยยศเป็นเจ้าชายแห่งเวลส์อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 1969 เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงใช้ระยะเวลากว่า 1 ปี ในการศึกษาภาษาเวลส์ที่ University College of Wales จากนั้นวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1970 ทรงดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกในสภาขุนนาง

ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1971 เจ้าชายแห่งเวลส์ทรงขับเครื่องบินยังสถานีกองทัพอากาศแครนเวลล์ ในลินคอล์นเชียร์ ด้วยพระองค์เอง เพื่อฝึกการเป็นนักบินเครื่องบินเจ็ตสกี ตามที่พระองค์ทรงได้รับใบอนุญาตการบินขณะทรงศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ กระทั่งเดือนกันยายน ค.ศ. 1971 หลังจากทรงร่วมขบวนพาเหรดที่แครนเวลล์ ทรงสมัครเป็นทหารเรือตามรอยพระราชบิดา ซึ่งหลังจากทรงศึกษาหลักสูตรหกสัปดาห์ที่วิทยาลัยกองทัพเรือดาร์ตมัธ ทรงร่วมปฏิบัติภารกิจบนเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถี HMS Norfolk และเรือรบสองลำ

พระองค์ได้รับใบอนุญาตการเป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์ในปี ค.ศ. 1974 ก่อนเข้าร่วมฝูงบินนาวี 845 ซึ่งดำเนินการโดยเรือบรรทุกคอมมานโด HMS Hermes โดยวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1976 ทรงได้รับภารกิจล่าทุ่นระเบิดชายฝั่ง HMS Bronington ในช่วง 9 เดือนสุดท้ายในกองทัพเรือ

พระราชประวัติ สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3

การอภิเษกสมรส

วันที่ 29 กรกฎาคม ค.ศ. 1981 เจ้าชายแห่งเวลส์อภิเษกสมรสกับเลดี้ไดอาน่า สเปนเซอร์ในอาสนวิหารเซนต์ปอล ทรงมีพระราชโอรส 2 พระองค์ คือ เจ้าชายวิลเลี่ยม ประสูติเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ค.ศ. 1982 และเจ้าชายแฮร์รี่ ประสูติเมื่อวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 1984 ซึ่งหลังอภิเษกสมรส เจ้าชายแห่งเวลส์และไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจร่วมกันหลายครั้งทั้งในสหราชอาณาจักรและต่างประเทศ

กระทั่งวันที่ 9 ธันวาคม ค.ศ. 1992 ‘จอห์น เมเจอร์’ นายกรัฐมนตรีอังกฤษขณะนั้น ประกาศว่าเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และเจ้าหญิงแห่งเวลส์ ทรงตัดสินพระทัยยุติความสัมพันธ์ และการอภิเษกสมรสสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ค.ศ. 1996 โดยไดอาน่ายังทรงเป็นสมาชิกในราชวงศ์ ประทับที่พระราชวังเคนซิงตัน และปฏิบัติกรณียกิจด้านสาธารณะเพื่อการกุศลมากมาย จวบจนสิ้นพระชนม์ในวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 1997

ต่อมา เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ อภิเษกสมรสกับ ‘คามิลล่า ปาร์คเกอร์ โบว์ลส์’ เมื่อวันที่ 9 เมษายน ค.ศ. 2005 โดยมีผู้ร่วมพิธีราว 800 คน ณ โบสถ์เซนต์จอร์จ ปราสาทวินด์เซอร์ ภายหลังจากการอภิเษกสมรส คามิลล่า ปาร์คเกอร์ ได้รับพระราชทานพระอิสริยยศเป็น ‘ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์’

พระราชประวัติ สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3

พระราชกรณียกิจโดยสังเขป

ที่ผ่านมาในฐานะมกุฎราชกุมารแห่งสหราชอาณาจักร เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงมีพระราชภารกิจหลักในการปฏิบัติพระกรณียกิจสนับสนุนการทรงงานของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ตั้งแต่การเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชาติ ทำให้เกิดความสามัคคีด้วยการสร้างความมีส่วนร่วม แสดงถึงความมั่นคง และความสำเร็จต่าง ๆ ตลอดจนเป็นแบบอย่างและเน้นย้ำให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการปฏิบัติหน้าที่ด้วยจิตสาธารณะ ผ่านการทรงงานทั้งในด้านการทหาร, ต่างประเทศ และความยั่งยืน นอกจากนี้ยังทรงดูแลทุกข์สุขของราษฎรในเวลส์, สก็อตต์แลนด์ ในฐานะทรงเป็นดยุคแห่งรอธเซย์ ตลอดจนดินแดนไอร์แลนด์เหนือ

ทรงให้ความสนพระทัยกับชีวิตประชาชนทุกด้านมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ ทรงมีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งองค์กรการกุศลมากกว่า 20 แห่งตลอด 40 ปี รวมถึง The Prince’s Trust, The Prince’s Foundation และ The Prince of Wales’s Charitable Fund (PWCF) รวมถึงทรงงานใกล้ชิดกับหลายองค์กร เพื่อสนับสนุนประชาชนหลากหลายด้านตั้งแต่สิ่งแวดล้อม ชุมชนในชนบท ศิลปะ การดูแลสุขภาพ และการศึกษา เป็นต้น

Images Credit: The Royal Family

Never miss an update

Subscribe to our newsletter to get the latest updates.

No Thanks
You’re all set

Thank you for your subscription.