[bttseo_breadcrumb]

การสิ้นพระชนม์ของ ‘เจ้าหญิงมารีแห่งลิกเตนสไตน์’ พระชายาใน ‘เจ้าชายฮันส์-อดัมที่ 2’ พระประมุขของประเทศลิกเตนสไตน์ นับว่าสร้างความสะเทือนใจให้แก่ชาวลิกเตนสไตน์เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการสิ้นพระชนม์อย่างกะทันหัน หลังจากเสด็จไปทรงประทับที่โรงพยาบาลในเมืองกรับส์ (Grabs) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อรักษาพระอาการประชวรจากโรคหลอดเลือดสมองเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2564 ได้เพียง 3 วัน สำนักพระราชวังมีการออกแถลงการณ์ว่าเจ้าหญิงมารีได้สิ้นพระชนม์เมื่อเวลา 16.43 น. ของวันที่ 21 สิงหาคม 2564 ในพระชันษา 81 ปี

พิธีฝังพระศพเจ้าหญิงมารี ณ มหาวิหารเซนต์ฟลอริน เมืองวาดุซ

หลังการสิ้นพระชนม์ประเทศลิกเตนสไตน์ได้ประกาศให้มีการถวายความอาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 7 วัน ก่อนมีพิธีฝังพระศพอย่างสมพระเกียรติเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยเจ้าชายฮันส์-อดัมที่ 2 เสด็จพร้อมด้วยพระโอรสและพระธิดา พระวงศานุวงศ์ และสมาชิกราชวงศ์ยุโรป ไปทรงร่วมพิธี ณ มหาวิหารเซนต์ฟลอริน เมืองวาดุซ ในการนี้ อดีต ‘สมเด็จพระราชินีโซเฟียแห่งสเปน’ ซึ่งเคยเสด็จฯ ไปทรงร่วมพิธีเสกสมรสของเจ้าชายฮันส์-อดัมและเจ้าหญิงมารีในปี พ.ศ. 2510 ได้เสด็จฯ ไปทรงร่วมอำลาเจ้าหญิงมารีเป็นครั้งสุดท้ายด้วย

เจ้าชายฮันส์-อดัมที่ 2 และพระบรมวงศานุวงศ์ร่วมพิธีฝังพระศพเจ้าหญิงมารี

พิธีฝังพระศพเจ้าหญิงมารีจัดขึ้นตามหลักศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิก ประกอบพิธีโดยอาร์ชบิชอปโวล์ฟกัง ฮาสส์ แห่งวาดุซ ขณะที่โลงพระศพถูกคลุมด้วยธงสีเหลืองแดงของราชวงศ์ลิกเตนสไตน์ ประดับด้วยพระรูป ดอกไม้สีเหลือง และช่อกุหลาบแดงจากเจ้าชายฮันส์-อดัมที่ 2 หลังจากเสร็จสิ้นพิธีโลงพระศพถูกอัญเชิญไปยังสุสานหลวงภายใต้มหาวิหารเซนต์ฟลอรินโดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิง เนื่องจากประเทศลิกเตนสไตน์เป็นประเทศที่ไม่มีกองกำลังทหาร

อดีตสมเด็จพระราชินีโซเฟียแห่งสเปน เสด็จฯ ทรงร่วมพิธีฝังพระศพเจ้าหญิงมารี
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงอัญเชิญโลงพระศพเจ้าหญิงมารีไปยังสุสานหลวง

ส่วนการถวายความอาลัยของประชาชน เนื่องจากต้องจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมพิธี สำนักพระราชวังจึงอนุญาตให้ประชาชนร่วมถวายความอาลัยแด่เจ้าหญิงมารีเฉพาะตอนอัญเชิญพระศพไปไว้ที่มหาวิหารช่วงก่อนเริ่มพิธีเท่านั้น และเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก จึงมีการถ่ายทอดสดพิธีผ่านช่องทางออนไลน์

ภาพจาก royal central, Daniel Schwedener, Roland Korner