Home > Royalty > International > เพราะอะไร…ทำไม ‘เจ้าชายฟิลิป’ จึงไม่เป็นกษัตริย์แห่งราชวงศ์อังกฤษ !!

เสร็จสิ้นลงแล้วสำหรับพิธีฝังพระศพ ‘เจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ’ พระราชสวามีใน ‘สมเด็จพระนางเจ้าเอลิซาเบธที่ 2’ หลายคนอาจยังมีคำถามในใจว่าเหตุใดเจ้าชายฟิลิปจึงไม่เป็นกษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักร

แต่เดิมเจ้าชายฟิลิปประสูติในราชวงศ์กรีซและเดนมาร์ก ต่อมาเมื่อพระเจ้าจอร์จที่ 6 ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้พระองค์เสกสมรสกับเจ้าหญิงเอลิซาเบธ เจ้าฟิลิปทรงตัดสินพระทัยลาออกจากฐานันดรศักดิ์ในราชวงศ์กรีซ และเดนมาร์กมาใช้นามสกุล ‘เมาต์แบ็ตเทน’ ของพระมารดา และถือสัญชาติอังกฤษแทน กระทั่งวันก่อนพระราชพิธีอภิเษกสมรส 20 พ.ย. 1947 สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 ได้พระราชทานฐานันดรศักดิ์ HRH พร้อมสถาปนาเจ้าชายฟิลิป เป็น ดยุกแห่งเอดินบะระ, เอิร์ลแห่งเมริโอเนธ และบารอนกรีนิชแห่งกรีนิช

ดยุค และดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ในงานพระราชพิธีเคลื่อนหีบพระศพ

กฎหมายว่าด้วยการสืบพระราชสันตติวงศ์ของอังกฤษ เปิดโอกาสให้ทั้งพระราชโอรส และพระราชธิดาสามารถเสด็จขึ้นครองราชย์ได้โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องเพศ แต่กฏหมายสำหรับคู่สมรสของพระบรมวงศานุวงศ์มีกำหนดไว้สำหรับผู้หญิงและผู้ชายต่างกัน หากพระบรมวงศานุวงศ์ที่เป็นผู้ชายแต่งงาน คู่สมรสจะได้ตำแหน่งเดียวกัน เช่น ‘เจ้าชายวิลเลี่ยม’ เสกสมรสกับ ‘เคท มิดเดิลตัน’ และได้เลื่อนยศเป็นดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ขณะที่ หากพระบรมวงศานุวงศ์ที่เป็นผู้หญิงแต่งงาน คู่สมรสจะไม่ได้รับยศใด ๆ อย่างกรณี ‘เจ้าหญิงยูจินี’ เสกสมรสกับ ‘แจ็ก บรูคส์แบงก์’ ก็ยังคงเป็น “นาย” ตามเดิม

เจ้าหญิงยูจินี และพระสวามี ‘แจ็ก บรูคส์แบงค์’ในงานพระราชพิธีเคลื่อนหีบพระศพ

ดังนั้น แม้ว่าเจ้าหญิงเอลิซาเบธเสกสมรสกับเจ้าชายฟิลิป ฐานันดรศักดิ์ของเจ้าชายฟิลิปก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งหลังจากเจ้าหญิงอลิซาเบธเสด็จขึ้นครองบัลลังก์ในปี 1952 ได้สถาปนาเจ้าชายฟิลิปเป็นพระราชสวามี

และในปี1957 มีการพระราชทานฐานันดรศักดิ์ K.G., K.T. และ G.B.E. ให้เป็น เจ้าชายแห่งสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่ และไอร์แลนด์เหนือไวต์ฮอลล์ แต่เจ้าชายฟิลิปยังทรงไม่มีสิทธิ์ในราชบัลลังก์ 

อย่างไรก็ตาม แม้มียศเพียงเจ้าชายแต่พระองค์ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการเพื่อสนับสนุนสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 รวมถึงสหราชอาณาจักร เครือจักรภพ และหลายประเทศทั่วโลก โดยสำนักพระราชวังบักกิงแฮม ระบุว่า “เจ้าชายฟิลิปเสด็จเยือนประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกมาแล้วกว่า 143 ประเทศ ปฏิบัติพระกรณียกิจมากถึงปีละ 300 งาน และทรงเป็นองค์ประธานอุปถัมภ์องค์กรการกุศลมากกว่า 800 องค์กร.”