ค่ำคืนงานเลี้ยงฉลองขึ้นครองราชย์จักรพรรดินารุฮิโตะ ด้วยเมนูWashoku แบบญี่ปุ่นแท้ดั้งเดิม
ค่ำคืนงานเลี้ยงฉลองขึ้นครองราชย์จักรพรรดินารุฮิโตะ ด้วยเมนูWashoku แบบญี่ปุ่นแท้ดั้งเดิม
Royalty, Wine & Dine, World Gourmet

ค่ำคืนงานเลี้ยงฉลองขึ้นครองราชย์จักรพรรดินารุฮิโตะ ด้วยเมนูWashoku แบบญี่ปุ่นแท้ดั้งเดิม

สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารในค่ำคืนงานเลี้ยงเฉลิมฉลองพิธีราชาภิเษกอาคันตุกะที่เรียกว่า "Kyoen no gi" ด้วย วะโชกุ หรือ 'Washoku' โดยได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติของภูมิประเทศญี่ปุ่น

ภาพนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นายชินโซ อาเบะ กราบบังคมทูล “เหล่าข้าพระพุทธเจ้า ชาวญี่ปุ่น จะเคารพพระจักรพรรดิในฐานะสัญลักษณ์แห่งรัฐ และความเป็นเอกภาพของชาวญี่ปุ่น” ก่อนจะเปล่งเสียงคำว่า “บันไซ!” หรือที่แปลว่า “ทรงพระเจริญหมื่นปี” 3 ครั้ง ถูกฉายออกทั่วโลกโดยสื่อออนไลน์นอกเหนือจาก Youtube และผ่านสำนักข่าวทั่วโลกหลายร้อยสำนัก

สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ ทรงเข้าพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นโดยสมบูรณ์แล้วเมื่อวันอังคารที่ 22 ตุลาคม พุทธศักราช 2562 ที่พระราชวังหลวงในกรุงโตเกียว

พิธีราชาภิเษกเป็นไปอย่างเรียบง่าย กระชับ และ สมพระเกียรติยิ่งนัก

สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ ทรงประทับอยู่บนบัลลังก์ที่อยู่ในซุ้มที่มีพระวิสูตร (ผ้าม่าน)ปิดไว้ ระหว่างพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในกรุงโตเกียว ภาพจาก Getty Images

รายงานสำนักข่าว Kyodo News ของญี่ปุ่น ระบุว่า สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ ทรงฉลองพระองค์แบบโบราณ เสด็จฯ เข้ามายังท้องพระโรง ประทับบนพระราชบัลลังก์ และ สมเด็จพระจักรพรรดิ ทรงประกาศการขึ้นครองราชย์และมีพระราชดำรัสดังนี้ “ข้าพเจ้าขอสัญญาว่าข้าพเจ้าจะสวดภาวนาให้เกิดความสุขแก่ชาวญี่ปุ่น และสันติภาพของโลก และโดยเคียงข้างชาวญี่ปุ่น ข้าพเจ้าจะทำหน้าที่ของข้าพเจ้าในการเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่น และความสามัคคีของชาวญี่ปุ่น” สมเด็จพระจักรพรรดิมีพระราชดำรัส หลังพระราชพิธีมีการยิงสลุตเพื่อเฉลิมฉลองพระราชพิธีเป็นอันเสร็จสมบูรณ์ ท่ามกลางผู้ร่วมงานกว่า 2,000 คน ที่รวมไปถึงพระราชอาคันตุกะ พระราชวงศ์ต่างประเทศ ผู้แทนพระองค์ฯ บุคคลสำคัญ ผู้นำระดับสูงจากหลายประเทศ เจ้าหน้าที่รัฐ และ สื่อมวลชนจากทั่วโลกฯ

 แขกสำคัญกว่า 450 คน ได้มางานเลี้ยงฉลองในคืนวันเดียวกัน มีทั้งพระราชอาคันตุกะ เชื้อพระวงศ์ และ ผู้นำระดับสูงจากกว่า 180 ประเทศ ได้แก่ สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเปที่ 6 แห่งสเปน และสมเด็จพระราชินีเลตีเซีย แห่งสเปน, เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งราชบัลลังก์อังกฤษ, สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และพระราชินีแห่งภูฏาน, สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์ แห่งบรูไน พร้อมด้วยเจ้าชายอับดุล มาทีน, สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ แห่งสวีเดน พร้อมด้วยเจ้าหญิงวิกตอเรีย มกุฎราชกุมารีแห่งสวีเดน, เจ้าชายอาลแบร์ที่ 2 องค์อธิปัตย์แห่งโมนาโก, สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส นครรัฐวาติกัน, สมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลม-อเล็กซานเดอร์และสมเด็จพระราชินีแม็กซิมาแห่งเนเธอร์แลนด์ พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี, สมเด็จพระราชาธิบดีฟีลิปและสมเด็จพระราชินีมาตีลด์แห่งเบลเยี่ยม, เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดิอาระเบีย, เจ้าชายเฟรเดอริก มกุฎราชกุมารแห่งเดนมาร์ก และ เจ้าหญิงแมรี มกุฎราชกุมารีแห่งเดนมาร์ก, แกรนด์ดยุก เฮนรี่แห่งลักเซมเบิร์ก, เจ้าผู้ครองรัฐของกาตาร์ เชค ตะมีม บิน ฮะมัด อัษษานี และ ซาอิด อัลซาส บิน ทาริก บิน ไทเมอร์ อัลซาส รองนายกรัฐมนตรีและผู้แทนพระองค์ของสมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านกอบูส บิน ซะอีด อัสซะอีด แห่งโอมาน

อีกทั้งยังมีผู้นำประเทศและตัวแทนรัฐบาล ได้แก่ ประธานาธิบดีโปแลนด์ อันด์แชย์ ดูดา และภริยา, ประธานาธิบดีมัลดีฟส์ มุฮัมมัด วะฮีด ฮะซันและภริยา, ประธานาธิบดีเยอรมนี ฟรังค์-วัลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์และภริยา, ประธานาธิบดีปากีสถาน อาริฟ อัลวี และภริยา ซามินา อัลวี, อดีตประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสคนที่ 23 นิกอลา ซาร์กอซี, ประธานาธิบดีบราซิล ฌาอีร์ โบลโซนารู, นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ อี นัก-ย็อน, ประธานาธิบดียูเครน วอลอดือมือร์ แซแลนสกึยและภริยา, ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมโรมาเนีย เคลาส์ โยฮันนิสและภริยา, รองประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน หวังฉีซาน, ประธานาธิบดีฟินแลนด์ เซาลี ไวนามา นีนิสเตอ และภริยา, นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนมองโกเลีย นายอุคนา คูเรลซูค และภริยา, นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐเช็ก อังเดร์ บาบิสและภริยา โมนิก้า บาบิโซวา, ประธานาธิบดีแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล พิทยา เทวี ภัณทารี, รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม สหรัฐอเมริกา อีเลน เชา, ประธานาธิบดี บัลแกเรีย รูเมน ราเดฟ และภริยา, ประธานาธิบดีเติร์กเมนิสถาน กูร์บันกูลืย เบียร์ดีมูฮาเมดอฟ, ออง ซาน ซูจี รัฐมนตรีประจำทำเนียบประธานาธิบดีจากพม่า, แคร์รี ลัม ผู้บริหารสูงสุดของเกาะฮ่องกง, โรดริโก ดูเตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ รวมถึงนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และภริยา จากประเทศไทย

งานเลี้ยงในค่ำคืนวันเดียวกันงานแรกหรือที่เรียกว่า Court Banquet ได้เชิญบุคคลสำคัญและเสิร์ฟด้วยการจัดเลี้ยงอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมหรือที่เรียกว่า "Washoku" ที่พระราชวังอิมพีเรียล ณ ห้อง Homei-Den กรุงโตเกียวเมืองหลวง

เมนูต้อนรับสำหรับแขกบุคคลสำคัญจากทั่วโลกเพื่อเฉลิมฉลองพระราชพิธีราชาภิเษก ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของภูมิประเทศญี่ปุ่น "เราต้องการให้แขกของเราเพลิดเพลินไปกับอาหารญี่ปุ่นที่นำวัตถุดิบมาจากภูเขาและทะเลของประเทศ" เจ้าหน้าที่อาวุโสของสำนักงานครัวเรือนของสำนักพระราชวังอิมพีเรียลกล่าว งานเลี้ยงในรูปแบบนี้เคยจัดขึ้น ในปี ค.ศ.1990 มาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อครั้งพิธีราชาภิเษกของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ จักรพรรดิญี่ปุ่นองค์ที่ 125 ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1989 และ จักรพรรดิญี่ปุ่นพระองค์แรกที่ทรงสละราชสมบัติในรอบสองศตวรรษ  ซึ่งสละราชสมบัติในปี ค.ศ. 2019 เมื่อวันที่ 30 เดือนเมษายนที่ผ่านมา

 

รูปจาก Imperial Household Agency สำนักพระราชวังอิมพีเรียล ขอขอบพระคุณสำนักข่าว KYODO NEWS

รูปจาก Imperial Household Agency สำนักพระราชวังอิมพีเรียล ขอขอบพระคุณสำนักข่าว KYODO NEWS, Image by KYODO News, copyrights of Imperial Household Agency

 

วะโชกุ (Washoku)  คือ วัฒนธรรมการปรุงอาหารตามแบบดั้งเดิม และ วัฒนธรรมการกินแบบดั้งเดิมของคนญี่ปุ่นของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือกำเนิดขึ้นเมื่อประมาณ1,000 ปีก่อน

“วะโชกุ” ประกอบด้วยปัจจัย 4 ประการ ประการแรกคือ “วัตถุดิบ” การใช้วัตถุดิบที่มีรสชาติเยี่ยมยอดที่สุดโดยคำนึงถึงฤดูกาลและลักษณะภูมิประเทศในท้องถิ่น ประการที่สองคือ “การปรุง” อาหารญี่ปุ่นย่อมเกิดจากกรรมวิธีการปรุง และการเลือกใช้อุปกรณ์ทำอาหาร เช่น มีดซึ่งมีการแบ่งประเภทอย่างละเอียด รวมถึงการให้ความสำคัญกับ ‘น้ำซุป’ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานของความอร่อย ประการที่สามคือ “สารอาหาร” อาหารญี่ปุ่นมีแคลลอรีต่ำ และอุดมด้วยสารอาหารที่สมดุลเนื่องจากเน้นวัตถุดิบประเภทผักและปลา และประการที่สี่คือ “การให้บริการด้วยความเอาใจใส่ (โอโมเตะนะชิ)” ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นภาพสะท้อนของอาหารญี่ปุ่นที่เกิดขึ้นบนวัฒนธรรมการกิน ที่ให้ความสำคัญกับการใส่ใจในทุกสิ่งอย่าง

รายการอาหารในการจัดเลี้ยงแบบดั้งเดิม Washoku คืนสำคัญนี้ประกอบด้วย ปลาไท่ย่าง หรือปลากระพงแดงของญี่ปุ่นย่างไฟ (Young Seabream) และ หอยเป๋าฮื้อนึ่งเกลือ และ ซุปกุ้งมังกรญี่ปุ่นและ เห็ด "มัตสึทาเคะ" ทั้งนี้ มีการจัดเตรียมอาหารฮาลาลโดยใช้เต้าหู้จากถั่วเหลืองญี่ปุ่นแทนเนื้อวัว  และมีการจัดเตรียมอาหารตะวันตกเช่นสเต๊กเนื้อวัวและหน่อไม้ฝรั่งไว้เช่นกัน สำหรับรายการไวน์ประกอบด้วย 2011 Corton-Charlemagne และ Chateau Margaux ปี 2007 รวมถึงสาเกญี่ปุ่น ตบท้ายด้วยกล่องขนมญี่ปุ่น bonbonniere ซึ่งเป็นกล่องของขวัญคราฟท์กระดาษห่ออย่างประณีตแบบฉบับญี่ปุ่น

ภาพประวัติศาสตร์ สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะหรือพระจักรพรรดิเฮเซ เสด็จพระราชดำเนินสักการะเทพเจ้า ณ ศาลเจ้าอิเซะ ที่เก็บรักษากระจกศักดิ์สิทธิ์หนึ่งในสามสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำหรับองค์จักรพรรดิญี่ปุ่นที่ใช้ในพระราชพิธีราชาภิเษก ในปีค.ศ.1990 ภาพจาก Getty Images

งานจัดเลี้ยงเพื่อเฉลิมฉลองการขึ้นครองราชย์ของจักรพรรดินารุฮิโตะ โดย สมเด็จพระจักรพรรดิพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารอาคันตุกะที่เรียกว่ "Kyoen no gi" อีกสามครั้งจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 25, 29 และ 31 ตุลาคมนี้ และ คาดว่าจะมีแขกทั้งหมด 2,600 คนเข้าร่วมงานเลี้ยงครบทั้งสี่งาน โดยวันที่ 26 ตุลาคม ประชาชนพสกนิกรจะเข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะและสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ ที่พระตำหนักรับรอง พระราชวังอิมพีเรียล ตามมาด้วยวันที่ 14-15 พฤศจิกายน  ซึ่งมีพระราชพิธีไดโจไซ และเสด็จพระราชดำเนินสักการะศาลเจ้าสำคัญ ซึ่งยังไม่กำหนด และปีหน้า 19 เมษายน 2020 พระราชพิธีแต่งตั้งรัชทายาท

ทั้งนี้พระราชพิธีริ้วกระบวนรถยนต์พระที่นั่งถูกเลื่อนออกไปจนถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้เนื่องจากความเสียหายจากพายุไต้ฝุ่นฮากิบิส

ขอขอบคุณ สำนักข่าวเกียวโดนิวส์ KYODO NEWS / ภาพจาก Getty Images