สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสรงน้ำมุรธาภิเษก และน้ำศักดิ์สิทธิ์จากทั่วประเทศ
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสรงน้ำมุรธาภิเษก และน้ำศักดิ์สิทธิ์จากทั่วประเทศ
Royalty

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสรงน้ำมุรธาภิเษก และน้ำศักดิ์สิทธิ์จากทั่วประเทศ

นาทีประวัติศาสตร์! สมเด็จพระสังฆราช ทรงสรงน้ำพระพุทธมนตร์แด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

นาทีประวัติศาสตร์ของชาวไทย เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในวันที่ 4 พฤษาภาคม พ.ศ. 2562 ซึ่งในพิธีแรกสำหรับวันนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสรงน้ำมุรธาภิเษก และน้ำศักดิ์สิทธิ์จากทั่วประเทศ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสรงน้ำมุรธาภิเษก

ในช่วงเช้าที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระชนมพรรษา 66 พรรษา ทรงฉลองพระองค์เศวตพัสตร์ เป็นลักษณะเป็นผ้ารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า 2 ผืน ผืนหนึ่งขนาดเล็กสำหรับทรงสะพักเฉียงพระอังสา อีกผืนหนึ่งขนาดใหญ่สำหรับทรงแบบจีบหน้านางผ้าทรงสะพักนำทองคำมารีดเป็นแผ่นบางๆ แล้วตัดเป็นเส้นขนาดความกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร เย็บติดกับริมขอบผ้าทั้ง 4 ด้านส่วนผ้าสำหรับทรง

นำแผ่นทองคำขนาดเดียวกันกับที่ติดผ้าทรงสะพักมาเย็บติดขอบชายผ้าเฉพาะด้านล่างขนานกัน 2 เส้น เสด็จฯ ออกจากหอพระสุราลัยพิมานโดยริ้วขบวนพราหมณ์ ไปยังมณฑปพระกระยาสนาน ที่ประทับสรงน้ำเพื่อทรงน้ำมุรธาภิเษก 

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสรงน้ำมุรธาภิเษก

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสรงน้ำมุรธาภิเษก

โดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ประทับบนที่ประทับสรงซึ่งทำจากไม้มะเดื่อ ไม้มงคลสำหรับพระมหากษัตริย์ ประทับเหนืออุทุมพรราชอาสน์ แปรพระพักตร์สู่ทิศบูรพา ทรงเหยียบใบอ้อ จากนั้นจึงทรงกวักน้ำพระพุทธมนต์อันเจือด้วยน้ำเบญจสุทธคงคาและน้ำศักดิ์สิทธิ์จากพระครอบพระมุรธาภิเษก รัชกาลที่ 1 สรงพระนลาฎ ตามมาด้วยน้ำศักดิ์สิทธิ์จาก 4 สระ จากจังหวัดสุพรรณบุรี สระเกศ สระแก้ว สระคา สระยมนา

และน้ำ ‘เบญจสุทธคงคา’ น้ำจากแม่น้ำบริสุทธิ์ 5 สาย ได้แก่ 1. แม่น้ำบางปะกง  2. แม่น้ำป่าสัก  3. แม่น้ำเจ้าพระยา  4. แม่น้ำราชบุรี และ 5. แม่น้ำเพชรบุรี ก่อนที่สมเด็จพระอริยวงศาคตจะเสด็จขึ้นไปทรงสรงน้ำพระพุทธมนต์ และขบวนพราหมณ์สรงน้ำเทพมนตร์ตามลำดับ

 

 

 

 

หลังจากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกมาทรงรับน้ำอภิเษก ในฉลองพระองค์บรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ฉลองพระองค์ครุย สายสะพายนพรัตน์ราชวราภรณ์ สายสร้อยจุลจอมเกล้า  เสด็จฯ ไปประทับภายใต้พระบวรเศวตฉัตร พร้อมทรงรับน้ำอภิเษกเวียนขวาจากหม่อมเจ้าปุสาณ สวัสดิวัตน์ ตัวแทนแห่งทิศบูรพา (ตะวันออก) หม่อมเจ้ามงคลเฉลิม ยุคล ในทิศอาคเนย์ (ตะวันออกเฉียงใต้) หม่อมเจ้าเฉลิมศึก ยุคล  ทิศทักษิน (ใต้) พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ทิศหรดี (ตะวันออกเฉียงใต้)

ต่อด้วยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ทิศประจิม (ตะวันตก) นายพรเพชร วิชิตชลชัย ทิศพายัพ (ตะวันตกเฉียงเหนือ) นายชีพ จุลมนต์ ทิศอุดร (เหนือ) นายจรัส สุวรรณเวลา ทิศอีสาน (ตะวันออกเฉียงเหนือ) และพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ทิศบูรพา (ตะวันออก) อีกครั้ง เพื่อทรงรับแทนทิศกลาง

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับการน้อมเกล้าฯ ถวายพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรจากประธานพระครูพราหมณ์ เสร็จแล้วจึงเสด็จฯ ไปยังพระที่นั่งภัทรบิฐ ภายใต้นพปฎลมหาเศวตรฉัตร แปลพระพักตร์สู่ทิศบูรพา ประธานพระครูพราหมณ์ เข้าเฝ้าฯ กล่าวเวทสรรเสริญเปิดศิวาลัยไกรลาส เสร็จแล้วกราบบังคมทูลถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์ตามลำดับ ทรงรับการถวายเครื่องราชอิสริยาภรณ์พระมหากษัตริย์ ซึ่งหมายความว่า ทรงเป็น “พระมหากษัตริย์อย่างสมบูรณ์” หลังจากนั้นจึงมีพระปฐมบรมราชโองการ

 

ข้อมูลจาก กรมประชาสัมพันธ์

CR: สำนักพระราชวัง