น้ำพระทัย ‘เจ้าหญิงนักกฎหมาย’ ผู้ประทานชีวิตใหม่แก่ผู้ต้องขังใต้สุดแดนสยาม
น้ำพระทัย ‘เจ้าหญิงนักกฎหมาย’ ผู้ประทานชีวิตใหม่แก่ผู้ต้องขังใต้สุดแดนสยาม
Royalty

น้ำพระทัย ‘เจ้าหญิงนักกฎหมาย’ ผู้ประทานชีวิตใหม่แก่ผู้ต้องขังใต้สุดแดนสยาม

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จเปิดโครงการกำลังใจฯ ณ เรือนจำจังหวัดนราธิวาส

เชื่อว่าคงไม่มีใคร ไม่เคยก้าวพลาด แต่ทุกการก้าวพลาดนั้น ย่อมต้องการโอกาสที่จะก้าวเดินในเส้นทางที่ถูกต้อง ผ่านมา 10 กว่าปีแล้ว นับตั้งแต่ พ.ศ. 2549 ที่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงมีพระดำริให้จัดตั้งโครงการกำลังใจ เพื่อประทานความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ต้องการโอกาสในสังคมไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ต้องขัง ผู้ถูกคุมประพฤติ หรือผู้ที่ตกเป็นจำเลย ให้ได้ฝึกฝนวิชาชีพระหว่างระหว่างต้องโทษอยู่ในเรือนจำและทัณฑสถานหญิง จนก่อเกิดเป็นพลังและความหวังให้พวกเขาพร้อมที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ เมื่อได้รับอิสรภาพคืนกลับมาอีกครั้ง

น้ำพระทัย ‘เจ้าหญิงนักกฎหมาย’

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จเข้าสู่แดนหญิง เพื่อทอดพระเนตรนิทรรศการต่างๆ

ล่าสุดเมื่อ​วันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จไปทรงเป็นประธานเปิดโครงการกำลังใจ ในพระดำริฯ แห่งที่ 18 ณ เรือนจำจังหวัดนราธิวาส โดยมีพลอากาศเอก ประจิน  จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม พล.ต.อ. ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ คุณสมพงษ์ สนิทมัจโร ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนราธิวาส ตลอดจนข้าราชการและประชาชนชาวนราธิวาส เฝ้ารับเสด็จ

ในการนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงปลูกต้นรวงผึ้ง ต้นไม้ประจำพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 บริเวณลานด้านหน้าทางเข้าเรือนจำจังหวัดนราธิวาส ก่อนเสด็จเข้าไปในแดนหญิงเพื่อทอดพระเนตรนิทรรศการ ‘การพัฒนาสุขภาวะของผู้ต้องขัง’ นิทรรศการโครงการส่งเสริมพลังอำนาจผู้ตัดสินกับผู้ถูกตัดสิน การฝึกอาชีพศาสตร์พยากรณ์โดยไพ่ยิปซี ทอดพระเนตรการดำเนินกิจกรรมภายในแดนหญิง ประทานถุงของขวัญแก่แม่และเด็กติดผู้ต้องขัง พร้อมทั้งทรงเปิดมุมปลูกกฎหมาย ทอดพระเนตรการฝึกวิชาชีพขนมไทยและการแทงหยวกกล้วย

น้ำพระทัย ‘เจ้าหญิงนักกฎหมาย’

ทรงรับฟังการสวดดูอาห์ ถวายพระพร

จากนั้นทรงรับฟังการสวดดูอาห์ ถวายพระพร ก่อนจะทรงร่วมตัดสินการแข่งขังชงชาชักรอบตัดสินของผู้ต้องขัง และประทานรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศในการแข่งขันดังกล่าว ประทานไก่ทอด (อะยัมบอย) หนึ่งในผลิตภัณฑ์ของอดีตผู้ต้องขัง หลังพ้นโทษออกไปสร้างอาชีพให้เพื่อนๆ ผู้ต้องขังได้ชิมกัน ประทานผ้าละหมาด หมวก ผ้านุ่ง เสื้อ และชุดปฏิบัติธรรม ให้ตัวแทนผู้ต้องขังในการประกอบพิธีทางศาสนา

ต่อด้วยทอดพระเนตรการแสดงของผู้ต้องขังจำนวน 4 ชุด ได้แก่ รำตาลีกีปัส  ลิเกฮูลู เพลงปือยารอ (เรือนจำ) รำตารีวาบูแล และส้มตำอินเตอร์ พร้อมกันนี้ยังได้ประทานพระอนุญาตให้ วงดนตรีพัทลุง มาร่วมสร้างความสนุกสนานและให้กำลังใจผู้ต้องขังทั้งหญิงและชายอีกด้วย

น้ำพระทัย ‘เจ้าหญิงนักกฎหมาย’

ทอดพระเนตรการฝึกอาชีพปรุงอาหารต่างๆ

สำหรับเรือนจำจังหวัดนราธิวาส ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเรือนจำที่ควบคุมผู้ต้องขังชายและหญิง ปัจจุบันมีผู้ต้องขังทั้งสิ้น 1,949 คน แยกเป็นชาย 1,819 คน หญิง 130 คน ซึ่งผู้ต้องขังส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม และยังมีผู้ต้องขังชาวต่างชาติ เช่น มาเลเซีย เวียดนาม กัมพูชา จำนวนหนึ่งด้วย ทำให้เป็นเรือนจำที่มีความหลากหลายทางสังคมและวัฒนธรรม แต่ด้วยการบริหารจัดการที่ดีของกรมราชทัณฑ์ ทำให้ผู้ต้องขังต่างชาติต่างศาสนาสามารถอยู่ร่วมกันได้

อย่างไรก็ตามเนื่องด้วยปริมาณผู้ต้องขังในเรือนจำมีมากกว่าความจุตามมาตรฐาน จึงทำให้เกิดปัญหาความแออัดในสภาพความเป็นอยู่ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงทราบถึงปัญหาดังกล่าว โดยได้ประทานคำแนะนำเพื่อให้ผู้ต้องขังมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาสจึงได้เข้ามาช่วยเหลือ พร้อมทั้งให้คำแนะนำในด้านสุขภาพตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี พ.ศ. 2560 รวมถึงมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การตรวจสุขภาพ การทำ Big Cleanning Day การปรับปรุงระบบสุขาภิบาลในเรือนจำ ส่งผลให้สุขภาพโดยภาพรวมของผู้ต้องขังดีขึ้นอย่างชัดเจน

น้ำพระทัย ‘เจ้าหญิงนักกฎหมาย’

ทรงเพ้นต์รูปหัวใจ สัญลักษณ์โครงการกำลังใจฯ ลงบนเสื้อยืด

ทั้งนี้พระองค์ยังได้ประทานคำแนะนำเกี่ยวกับการคัดเลือกผู้ต้องขัง ที่มีความสนใจในการช่วยเหลืองานด้านสุขภาพ เรียนรู้หลักการสาธารณสุขและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นต่างๆ จนพัฒนาเป็นอาสาสมัครสุขภาพในเรือนจำ หรือ ‘อสร.’ ซึ่งถือเป็นแห่งแรกของโลก

ปัจจุบันมีการต่อยอดจากกรมราชทัณฑ์ และกรมสนับสนุนการบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้ให้การสนับสนุนผู้ต้องขังที่ได้รับการคัดเลือกเป็นอาสาสมัครสุขภาพในเรือนจำ ได้รับเงินรางวัลเดือนละ 600 บาท เทียบเท่ากับเงินค่าตอบแทนที่ให้กับประชาชนที่เป็นอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) รวมทั้งในอนาคตอยู่ระหว่างการพัฒนาอาสาสมัครสุขภาพในเรือนจำ ให้เป็นอาสาสมัครสาธารณสุขเมื่อพ้นโทษแล้ว

น้ำพระทัย ‘เจ้าหญิงนักกฎหมาย’

ทอดพระเนตรนิทรรศการด้านสาธารณสุข

นอกจากการดูแลสุขภาพด้วยแพทย์แผนปัจจุบันแล้ว ยังประทานพระอนุญาตให้มีการนำแพทย์ทางเลือกด้วยสมุนไพรรักษามะเร็งจากจังหวัดปราจีนบุรี โดย ‘คุณหมอแสง - แสงชัย  แหเลิศตระกูล’ มาดูแลสุขภาพของผู้ต้องขัง รวมไปถึงญาติของผู้ต้องขัง และประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ไม่เพียงเท่านั้นพระองค์ยังทรงห่วงใยญาติผู้ต้องขังที่เดินทางมาเยี่ยมในแต่ละครั้ง ในจำนวนไม่น้อย จึงประทานพื้นที่ ‘ลานกำลังใจ’ สำหรับการเยี่ยมญาติ ที่มีการจัดภูมิทัศน์ให้เกิดความสะดวกสบาย ซึ่งได้เสด็จทรงเปิดอย่างเป็นทางการในโอกาสนี้ด้วย

ส่วนกิจกรรมการฝึกอาชีพให้ผู้ต้องขัง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยของเรือนจำจังหวัดนราธิวาส พระองค์ประทานคำแนะนำให้จัดการสอนวิชาชีพต่างๆ ที่สามารถนำไปประกอบอาชีพได้ด้วยตัวเอง เช่น การซ่อมรองเท้า การดูดวงด้วยไพ่ยิบซี  การชงชาชัก การทำโรตี การทำขนมไทย การซ่อมแซมเสื้อผ้า การเขียนผ้าปาเต๊ะ การสอนแต่งหน้าและเสริมสวย และงานช่างฝีมือต่างๆ ซึ่งถือเป็นกุศโลบายอย่างแยบยลของพระองค์ ที่ทรงทราบถึงวิถีและธรรมชาติของผู้ต้องขัง ที่ชอบการทำงานอิสระมากกว่าการไปรับจ้างทำงานในหน่วยงานต่างๆ

น้ำพระทัย ‘เจ้าหญิงนักกฎหมาย’

เรือกอและจำลอง ฝีมือการประดิษฐ์ของผู้ต้องขังชาย