กำลังใจจากเจ้าหญิงเบียทริซและเจ้าหญิงยูจินีสู่เยาวชนผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็ง
กำลังใจจากเจ้าหญิงเบียทริซและเจ้าหญิงยูจินีสู่เยาวชนผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็ง
Royalty

กำลังใจจากเจ้าหญิงเบียทริซและเจ้าหญิงยูจินีสู่เยาวชนผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็ง

เจ้าหญิงเบียทริซทรงตามรอยพระบาทของพระมารดา ซาร่าห์ ดัชเชสแห่งยอร์ก

ซาร่าห์ องค์อุปถัมภกกิตติมศักดิ์แห่งมูลนิธิโรคมะเร็งในเยาวชนมาอย่างยาวนาน มีรับสั่งในการเสด็จเยี่ยมผู้ป่วยพร้อมด้วยเจ้าหญิงเบียทริซและเจ้าหญิงยูจินีที่แผนกโรคเฉพาะทางของมูลนิธิภายในโรงพยาบาลวิทยาลัยแห่งมหาวิทยาลัยในกรุงลอนดอน (UCLH) เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เจ้าหญิงทั้งสองพระองค์ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ของมูลนิธิเมื่อเดือนมิถุนายน 

เจ้าหญิงเบียทริซตรัสว่าทรงยินดีที่ได้ติดตามรอยพระบาทของพระมารดาและ “ได้ทำงานพร้อมครอบครัว”

“เป็นเรื่องเกี่ยวกับการให้กำลังเยาวชนและเพื่อให้แน่ใจได้ว่าเราจะตระหนักว่าเยาวชนเหล่านี้ผ่านสิ่งต่างๆมามากมาย โดยที่คุณยกโรคมะเร็งไว้เป็นเรื่องสำคัญที่สุด” เจ้าหญิงตรัส

ส่วนเจ้าหญิงยูจินีตรัสว่าทรง “ผูกพัน” กับผู้ป่วยโรคมะเร็งรายหนึ่ง เอเลียส เทย์เลอร์ นักศึกษาวัย 20 ปีที่ทรงมีรับสั่งถึงเรื่องราวในรั้วมหาวิทยาลัยกับผู้ป่วยรายนี้ด้วย

“เขาไปเมืองเบอร์มิงแฮมและอาศัยอยู่ในบ้านกับผู้ชายอีก 4 คน ส่วนข้าพเจ้าไปนิวคาสเซิลและร่วมพักอยู่กับผู้หญิง 7 คน” เจ้าหญิงยูจินีตรัส “เรามีเส้นทางเดินคล้ายกัน  และเรายังพูดคุยเรื่องวันหยุดที่เคยไปเที่ยวมา การได้อยู่กับคนหนุ่มสาวเช่นนี้เป็นเรื่องมหัศจรรย์มาก พวกเขาแกร่งจริงๆ”

เอเลียสซึ่งเข้ารับการรักษาโรคลูคีเมียกล่าวว่า “ผมไม่รู้สึกว่ากำลังพูดอยู่กับพระบรมวงศานุวงศ์เลย เป็นแต่การพูดคุยกันฉันท์มิตรกับเจ้าหญิงเท่านั้น ยังตรัสถึงช่วงท่องราตรีขณะประทับอยู่ที่เมืองนิวคาสเซิลให้ผมฟังด้วย”

ขณะเดียวกัน เจ้าหญิงเบียทริซทรงปฏิสันถารกับแฮร์รี่ แซดเลอร์วัย 17 ปีจากเมืองโคลเชสเตอร์ซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งสมองแบบหายาก โดยแฮร์รี่กล่าวถึงเจ้าหญิงว่าทรงสุภาพและมีชีวิตชีวามาก พร้อมเสริมด้วยว่า “เจ้าหญิงทรงรับฟังผม”

เจ้าหญิงเบียทริซทรงมีแผนทำธุรกิจของพระองค์เองตรัสว่า “ความเข้มแข็งของแฮร์รี่สอนข้าพเจ้ามากมาย ข้าพเจ้าได้เรียนรู้บทเรียนครั้งใหญ่จากแฮร์รี่ในวันนี้”

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหญิงยูจินีซึ่งทรงงานในตำแหน่งรองผู้อำนวยการที่ เฮ้าส์เซอร์ แอนด์ เวิร์ธ แกลเลอรีศิลปะในลอนดอน ได้ทรงเสริมให้ข่าวลือเรื่องการหมั้นหมายของพระองค์ให้ปะทุรุนแรงยิ่งขึ้นเมื่อเสด็จพร้อมด้วยแฟนหนุ่มที่ทรงคบหามานาน แจ็ก บรูกส์แบงค์ ขณะที่ทรงสวมพระธำมรงค์ที่พระอนามิกาข้างซ้าย ด้านซาร่าห์ซึ่งสนพระทัยในพระกรณียกิจการกุศลของพระธิดามากกว่าตรัสว่า “มาสนใจที่งานนี้ให้มากและสนใจข่าวซุบซิบให้น้อยจะดีกว่า”

ดยุคแห่งยอร์กพร้อมด้วยเจ้าหญิงยูจินีและเจ้าหญิงเบียทริซเมื่อต้นปี 2016

ในสัปดาห์เดียวกัน ดยุคแห่งยอร์ก พระบิดาของเจ้าหญิงทั้งสองพระองค์ทรงออกแถลงการณ์ปฏิเสธข่าวความขัดแย้งกับเจ้าชายแห่งเวลส์ในเรื่องหน้าที่ในอนาคตของพระธิดาทั้งสองพระองค์

“ในฐานะพ่อ ความปรารถนาของข้าพเจ้าสำหรับพระธิดาคือการได้เห็นทั้งสองเป็นผู้หญิงทำงานรุ่นใหม่แต่บังเอิญว่าเป็นพระบรมวงศานุวงศ์เท่านั้น และข้าพเจ้ายินดียิ่งที่ได้เห็นทั้งสองประกอบอาชีพของตนเอง” ดยุคมีรับสั่งไว้ในแถลงการณ์

“เมื่อพระธิดาทั้งสองสนับสนุนราชวงศ์ในการปฏิบัติพระกรณียกิจต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่พระบรมวงศานุวงศ์และโดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรต่างๆ ตลอดจนผู้ที่พระธิดาทั้งสองมีส่วนในการช่วยให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นในชีวิตล้วนรู้สึกซาบซึ้งใจ”

ด้านซาร่าห์ซึ่งเสด็จเปิดแผนกโรคเฉพาะทางของมูลนิธิโรคมะเร็งในเยาวชนแห่งแรกจากจำนวน 28 แห่งเมื่อ ค.ศ.1990 พร้อมด้วยมูลนิธิต่างๆ ทรงน้อมนำให้พระธิดาเข้ามามีส่วนร่วมในกิจการเพื่อการกุศลตั้งแต่ทั้งสองพระองค์ยังทรงพระเยาว์

“หลายปีก่อน ข้าพเจ้าไปเยี่ยมค่ายผู้อพยพในอดีตประเทศยูโกสลาเวียและได้เห็นแม่คนหนึ่งไม่อาจให้นมลูกของตัวเองได้ ข้าพเจ้ามองเห็นความเจ็บปวดของเธอและตระหนักได้ว่าตนเองโชคดีเพียงใดที่มีลูกสาวที่มีสุขภาพดี 2 คน และการได้เห็นภาพดังกล่าวทำให้ข้าพเจ้าคิดได้ว่าต้องเลี้ยงดูพระธิดาทั้งสองให้ตระหนักในความโชคดีของตนเช่นกัน” ดัชเชส ทรงอธิบาย

ด้านชีวาน ดันน์ ประธานบริหารมูลนิธิกล่าวว่า “มูลนิธิโรคมะเร็งในเยาวชนเป็นเหมือนครอบครัวในตัวมันเองอยู่แล้ว ดังนั้นการที่เจ้าหญิงทั้งสองพระองค์ทรงเข้าร่วมกับพระมารดาทรงงานของมูลนิธิจึงเป็นสิ่งที่วิเศษมาก เจ้าหญิงจะทรงฉายแสงสว่างแก่พวกเราในประเด็นอันสลับซับซ้อนเกี่ยวกับสิ่งที่เยาวชนที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งจะต้องรับมืออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน”

“เจ้าหญิงเบียทริซและเจ้าหญิงยูจินีทรงเป็นธรรมชาติมากและไม่มีความรู้สึกเลยว่าทรงแตกต่างจากคนอื่นๆ ทรงทำหน้าที่ได้ดีมากและสาธารณชนไม่ได้รับรู้เลยว่าแท้จริงแล้วทรงมีส่วนร่วมในงานการกุศลต่างๆนอกเหนือจากนี้อีกมาก”

TAGS: