ตามรอยพระบาทในหลวงรัชกาลที่ 9 ณ เมือง Arosa หมู่บ้านเล็กๆ ในสวิตเซอร์แลนด์ที่คนไทยไม่ค่อยรู้จัก!
ตามรอยพระบาทในหลวงรัชกาลที่ 9 ณ เมือง Arosa หมู่บ้านเล็กๆ ในสวิตเซอร์แลนด์ที่คนไทยไม่ค่อยรู้จัก!
View Gallery
Travel

ตามรอยพระบาทในหลวงรัชกาลที่ 9 ณ เมือง Arosa หมู่บ้านเล็กๆ ในสวิตเซอร์แลนด์ที่คนไทยไม่ค่อยรู้จัก!

HELLO! Destination : หมู่บ้านเล็กๆ ที่แวดล้อมด้วยเทือกเขาขนาดมหึมา แหล่งโอโซนชั้นดีที่คนไทยไม่ควรพลาด

เชื่อว่าประเทศสวิตเซอร์แลนด์ยังคงเป็นเดสทิเนชั่นยอดนิยม สำหรับคนไทยที่ชอบความสวยงามของธรรมชาติ และอยากสัมผัสอากาศดีๆ ตลอดทั้งปี นี่คือ Road Trip ที่ใครๆ ก็ทำได้ เริ่มต้นด้วยบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปลงมิวนิค แล้วขับรถเที่ยวในเยอรมัน ต่อด้วยออสเตรีย แล้วขับเข้ามาทางสวิตเซอร์แลนด์ การขับรถไปในเมืองที่นักท่องเที่ยวไปน้อยๆ จะได้บรรยากาศของการพักผ่อนอย่างแท้จริง

ใครอยากตื่นมาเจอแบบนี้ทุกวันบ้าง! มนต์เสน่ห์แห่งประเทศสวิตเซอร์แลนด์

เชื่อว่าคนไทยคงไม่ค่อยคุ้นหูเมือง Arosa สักเท่าไหร่ แต่หากใครเคยอ่านสารคดี สถานที่ตามรอยพระบาทในหลวงรัชกาลที่ 9 ในสวิตเซอร์แลนด์หรือชมสารคดี 'แผ่นดินวัยเยาว์' สารคดีตามรอยพระบาทในหลวง เข้าค่ายพลานามัยในช่วงฤดูหนาว คงจะคุ้นชื่อเมือง Arosa อยู่บ้าง

แค่ดูวิวก็คุ้มที่ได้มาแล้วล่ะ!

Arosa เป็นหมู่บ้านพื้นเมืองเล็กๆ ในเเถบเทือกเขา Alpine ตั้งอยู่สูงเหนือน้ำทะเลถึง 1,700 เมตร ในรัฐ Graubunden จุดเด่นของเมืองจะเป็นยอดเขาเวียสฮอร์น (Weisshorn) ที่ระดับความสูง 2,653 เมตร เมืองนี้มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานเรื่องอากาศที่บริสุทธิ์ และภูมิทัศน์ที่สวยงาม เพราะรายล้อมไปด้วยภูเขา ในช่วงฤดูหนาวถือได้ว่าเป็นสวรรค์ของนักสกี อีกหนึ่งกีฬาในหลวงรัชกาลที่ 9 โปรดและเสด็จฯ มาที่นี่บ่อยครั้ง เพื่อมาเล่นสกีน้ำแข็ง

รถไฟขึ้นเขาแบบส่วนตัว Tschuggen Express

หากใครต้องการตามรอยเสด็จฯ ให้ไปชมที่ห้อง 427 ของโรงแรม Arosa Kulm Hotel & Alpin Spa ภายในโรงแรมประดับพระบรมฉายาลักษณ์ของราชสกุลมหิดลมากมาย โดยเฉพาะห้องนี้ซึ่งเป็นห้องที่ราชสกุลมหิดลเลือกประทับเป็นประจำ ภายในห้องยังถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีพร้อมมีพระบรมฉายาลักษณ์ของราชสกุลมหิดลประดับในห้องเป็นจำนวนมาก

ความสวยของโรงแรม Tschuggen Grand Hotel

การเดินทางมาที่เมืองนี้ก็ไม่ยาก แต่ถ้าใครไม่คุ้นชินกับการขับรถบนเขาที่สูงชัน เพื่อความปลอดภัยสามารถจอดรถไว้ที่สถานีรถไฟคูร์ (Chur) แล้วนั่งรถไฟต่อไปยังเมือง Arosa ซึ่งห่างไปประมาณ 30 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟ 1 ชั่วโมง  แม้ว่าจะไม่ไกลมาก แต่ก็แนะนำให้เดินทางด้วยวิธีนี้ จะปลอดภัยมากกว่า เพราะบางครั้งสภาพอากาศอาจแปรปรวนกว่าที่คิด

เมือง Zurich ในช่วงฤดูร้อน

และอีกหนึ่งไฮไลท์ของการมาเที่ยวที่ Arosa คือการมาพักที่ โรงแรม Tschuggen Grand Hotel โรงแรมที่หลงรักสถาปัตยกรรมตั้งแต่แรกเห็น และยิ่งอยากมาเมื่อรู้ว่า มีรถไฟขึ้นเขาแบบส่วนตัวอยู่ในโรงแรมด้วย ให้ใช้เฉพาะแขกที่มาพักในโรงแรมเท่านั้น ที่สวิสเซอร์แลนด์ หลายโรงแรมมีบริการมารับที่สถานีรถไฟ เพียงแจ้งเวลาให้ไปรับล่วงหน้า

แดดยามสายกับมื้อสุดชิลล์

ข้อดีของการมาเที่ยวในหน้าร้อนคือไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมากเท่าไหร่ เพราะที่นี่คือสวรรค์ของนักเล่นสกีในฤดูหนาว กิจกรรมในฤดูร้อนจะเป็นการ Hiking บนเขา เพื่อชมทัศนียภาพที่งดงาม สามารถมองเห็นวิวภูเขาได้สุดลูกหูลูกตา ตลอดทางจะได้ชมดอกไม้ ต้นไม้ ภูเขา ใบหญ้า สูดอากาศบนเทือกเขาที่แสนบริสุทธิ์ คุ้มค่ากับการเดินทางมาแสนไกล หรือจะลองนอนพักลงบนหญ้าที่เขียวชอุ่ม สูดหายใจเข้าลึกๆ พร้อมปล่อยใจให้โล่งสบายบนเขา ช่างเป็นเวลาสั้นๆ ที่มีความสุขจริงๆ

ก่อนกลับเรามีโอกาสได้แวะมาพักที่โรงแรม Storchen Hotel ที่เมือง Zurich ซึ่งสามารถเดินไปชอปปิ้งที่ถนน Bahnhofstrasse ถนนที่เต็มไปด้วยแบรนด์เนมชั้นนำ เครื่องประดับ นาฬิกาแบรนด์หรู เสื้อผ้า แฟชั่น มีห้างสรรพสินค้า ร้านค้า ร้านอาหารมากมายใกล้ๆ โรงแรม หรือยามเย็นจะมานั่งพัก ชมวิวแม่น้ำที่โรงแรม มีร้าน Piazza, Barchetta Bar, Cigar Bar ซึ่งเป็นที่นิยมมาก ถ้าใครมีเวลาน้อย และต้องการเวลาคุณภาพ การมานอนพักที่นี่ไม่ผิดหวังเลย

คุณอารณีย์ สุธรรมรัตนกูล เจ้าของเรื่องอันน่าประทับใจในครั้งนี้

สิ้นสุดการเดินทางที่สนุกสนานมาก มีครบทุกรส ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ได้เจอคนดีๆ ที่คอยช่วยเหลือตลอดทาง ช่างเป็นของขวัญที่หาซื้อไม่ได้แล้วจริงๆ กลับมานั่งดูรูปทีไรก็อมยิ้มคนเดียวได้ทุกที


Credit: รูปและเรื่องจาก Aranee Sutumratanakul และ Tschuggen Grand Hotel

TAGS: