‘Soneva Kiri’ สวรรค์บนดินของนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักที่ ‘รักษ์โลก’
‘Soneva Kiri’ สวรรค์บนดินของนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักที่ ‘รักษ์โลก’
Travel

‘Soneva Kiri’ สวรรค์บนดินของนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักที่ ‘รักษ์โลก’

ชาตินี้นอนตาหลับแล้ว!! เมื่อได้ไปสัมผัสชีวิต 'สโลว์ ไลฟ์' ชนิดที่ต้องเดินเท้าเปล่าไปทั่วรีสอร์ทแห่งนี้

'Soneva Kiri' รีสอร์ทระดับ 6 ดาวซึ่งถือเป็น 'เดสติเนชั่น' ในฝันของใครหลายๆ คน เนื่องจากเป็นที่พักสุดหรูหรา มีความเป็นส่วนตัวสูง ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม ชนิดที่ไม่ต้องปรุงแต่งอะไรให้เว่อวัง เป็นธรรมชาติแบบเดิมๆ ที่นับวันจะหาได้ยากเข้าไปทุกที และที่สำคัญคือมีราคาค่อนข้างสูง จึงทำให้น้อยคนนักที่จะได้สัมผัสประสบการณ์แบบชิลล์ๆ บนเนื้อที่กว่า 400 ไร่ของรีสอร์ทรักษ์โลกแห่งนี้

 

เกาะกูด...ธรรมชาติยังไม่ถูกทำลาย

เกาะกูดนับเป็นจุดหมายการเดินทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เนื่องจากยังมีธรรมชาติอันงดงามอยู่อย่างเต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็นหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลที่มีความใสจนมองเห็นอะไรต่ออะไรใต้ทะเลได้อย่างชัดเจน และหมู่ต้นไม้สูงใหญ่ที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่ความเขียวขจีเต็มไปหมด

การที่ธรรมชาติยังสวยสดงดงามอยู่อย่างนี้ได้นั้น ก็อาจเป็นเพราะการเดินทางที่ค่อนข้างลำบาก คือต้องขับรถหรือนั่งรถทัวร์ไปยังจังหวัดตราด ซึ่งต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสี่ชั่วโมง จากนั้นก็ต้องนั่งเรือต่อไปอีก กว่าจะถึงเกาะกูดอันเป็นจุดหมายปลายทางก็แทบจะหมดแรงเอาได้เหมือนกัน นี่จึงนับเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ธรรมชาติบนเกาะสวรรค์แห่งนี้ยังไม่ถูกทำลายไปง่ายๆ

 

การเดินทางแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

ตอนนี้...การเดินทางไปดื่มด่ำกับบรรยากาศอันงดงามแห่งนี้ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เมื่อ 'Soneva Kiri' เตรียมเครื่องบินส่วนตัวไว้สำหรับรับส่งนักท่องเที่ยวระหว่างสนามบินสุวรรณภูมิกับรีสอร์ทสุดหรูแห่งนี้แล้ว โดยตลอดการบินนั่นเราจะได้นั่งจิบแชมเปญเก๋ๆ พร้อมชื่นชมทัศนียภาพอันสวยงามเบื้องล่างไปได้ตลอดทาง เนื่องจากเครื่องบินจะบินต่ำๆ และมีบริการเครื่องดื่มและของขบเคี้ยวอย่างครบครัน จากนั้นก็นั่งสปีดโบ๊ทต่อไปอีกชั่วอึดใจเดียวก็ถึงที่หมายแล้ว รวมเวลาในการเดินทางทั้งสิ้นแค่ 90 นาทีเท่านั้นเอง!

 

สวรรค์บนดินมีอยู่จริง

ที่ 'โซเนวา คีรี' แห่งนี้มีห้องพักแบบวิลล่าอยู่ทั้งหมด 36 หลัง ซึ่งตั้งกระจัดกระจายอยู่บนภูเขาบ้าง หาดทรายบ้าง แต่ทุกหลังจะตั้งอยู่ห่างกันและมีสระว่ายน้ำอยู่ทุกหลัง โดยมีต้นไม้ใหญ่น้อยโอบล้อมเอาไว้ เรียกได้ว่ามีความเป็นส่วนตัวอยู่ทุกกระเบียดนิ้วเลยทีเดียว อ้อ...ลืมบอกไป! เมื่อมาถึงยังเกาะสวรรค์แห่งนี้ปุ๊บ เหล่า 'Mr. และ Ms. Friday' หรือบัตเลอร์ส่วนตัวของเรานั่นเอง จะให้การดูแลเราไปตลอดการพักผ่อน พร้อมกับชวนเชิญให้เรา 'No Shoes' หรือเดินเท้าเปล่าไปไหนต่อไหน เพื่อที่จะได้สัมผัสกับความเป็นธรรมชาติอย่างเต็มที่

 

อาหารเลิศรส

เมื่อได้เข้ามาอยู่บนเกาะสวรรค์แห่งนี้แล้วก็ไม่ต้องกลัวอดตาย! เพราะที่นี่เขาเตรียมความอร่อยไว้อย่างหลากหลาย โดยจะเสิร์ฟบุฟเฟต์ทั้งเช้าและเย็นในบริเวณพื้นที่ส่วนกลาง ส่วนตอนกลางวันก็จะจัดอาหารไว้บริการแบบ 'a Lar Carte' เชิญเลือกอิ่มหนำได้ตามใจ เท่านั้นยังไม่พอ 'โซเนวา คีรี' ยังเตรียมช็อกโกแล็ตชิ้นเล็กๆ ไว้ให้ลิ้มลองอย่างหลากหลายและฟรีที่ห้อง 'Ever Soneva So Chocoholic' จะหยิบกินตอนไหนก็ได้ไม่มีใครว่า แถมยังมีมุมไอศครีมแบบโฮมเมดที่มีเป็นสิบๆ รสชาติ มาให้บริการฟรีตลอดทั้งวันด้วยเช่นกัน

ส่วนถ้าใครชอบทานชีส เค้าก็มี 'Cheese Room' ไว้ให้บริการด้วย และถ้าใครโปรดปรานอาหารญี่ปุ่น ก็นับว่าเป็นโชคดีของคุณในช่วงวันที่ 1 - 7 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ เนื่องจาก 'Soneva Kiri' ได้จับมือกับเชฟ 'Kenji Gyoten' ซึ่งเป็นสุดยอดเชฟมิชิลินสามดาว ได้บินตรงมาให้บริการซูชิอร่อยๆ ในช่วงดินเนอร์ให้คุณเป็นพิเศษหนึ่งมื้อด้วย นอกจากนี้ถ้าใครอยากสัมผัสบรรยากาศการนั่งทานอาหารแบบชิลล์ๆ บนรังนกขนาดยังที่เรียกว่า 'Treepod Dinning' ก็อย่าลืมจองไว้ด้วยล่ะ เพราะเป็นไฮไลท์ที่ใครๆ ก็ใฝ่ฝันจะได้ขึ้นไปชมธรรมชาติสวยๆ กันทั้งนั้น

 

กิจกรรมที่ไม่ควรพลาด

อยู่ที่นี่ไม่ต้องกลัวเหงาเลยเพราะ 'โซเนวา คีรี' ได้จัดเตรียมกิจกรรมที่น่าสนใจไว้ให้เราทำกันแบบเต็มอิ่ม ไม่ว่าจะเป็นการถีบจักรยานเที่ยวรอบๆ รีสอร์ท นั่งเรือลัดเลาะแม่น้ำไปชมหิ่งห้อย ไปนอนทำทรีทเม้นท์แบบสบายๆ ที่ 'Six Senes Spa' หรือแค่นอนชิลล์ๆ ดูหนังกลางแปลงที่เรียกว่า 'Cinema Paradise' ที่เค้าขึงจอผ้าใบใหญ่ยักษ์ไว้กลางแม่น้ำ แล้วจัดเตรียมฟูกนุ่มๆ ไว้บนอัฒจันทร์ เพื่อให้เราได้สามารถเอนกายดูหนังไปพร้อมๆ นอนนับดาวที่พร่างพรายอยู่เต็มท้องฟ้า

ส่วนใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมล่ะก็ เค้าก็มีบริการพาทัวร์ไปดูการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในรีสอร์ทแห่งนี้ด้วย อย่างเช่น เค้าทำกันยังไงถึงสามารถนำน้ำเสียมาใช้รดน้ำต้นไม้และเลี้ยงปลาได้ และเค้าทำยังไงถึงลดขยะที่เคยมีมากถึงเดือนละ 10 ตันได้ ทั้งหมดนี้คือความสะดวกสบายและความพิเศษ ที่เกิดจากการบริหารจัดการภายใต้แนวคิด 'เป็นมิตรและรักษาสิ่งแวดล้อม' จนได้รับรางวัล 'Tourism for Tomorrow Award' จาก World Travel and Tourism Council ในปี 2015 มาแล้ว!

 

แพ็คเก็ตชวนประทับใจ

ก็อย่างที่บอกไปแล้วนั่นแหละว่า...ในช่วงวันที่ 1 - 7 กุมภาพันธ์ 2020 นี้ คุณสามารถนั่งทานซูชิฝีมือของเชพ 'Kenji Gyoten' ได้อย่างอิ่มหนำสำราญ ในราคาเริ่มต้นที่ 133,500 บาท สำหรับแพ็คเก็จสองคืน และราคา 172,500 บาท สำหรับแพ็คเก็จสามคืน โดยราคานี้เป็นราคาสำหรับแขกที่มาพัก 2 ท่าน ส่วนถ้าใครมีเด็กที่มีอายุไม่เกิน 12 ปีมาด้วย เค้าก็ให้พักฟรีพร้อมกับบริการอาหารเช้าและอาหารค่ำเช่นกัน แต่ค่าเครื่องบินไม่ฟรีนะ เค้าคิดเพิ่มอีกคนละ 9,500 บาท

 

และเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ สำหรับชาว HELLO! รับสิทธิพิเศษส่วนลด 200 USD  เพียงแค่กรอกข้อมูลการจองผ่านทางเว็บไซต์ และส่งอีเมล์ชื่อ เบอร์โทรติดต่อกลับ พร้อมแจ้งรายละเอียดว่าเป็นผู้อ่านจาก HELLO! เพื่อยืนยันขอรับสิทธิ์ส่วนลดพิเศษนี้ไปที่ communications@soneva.com เท่านี้ก็สามารถไปสัมผัสชีวิต 'สโลว์ ไลฟ์' ชนิดที่ต้องเดินเท้าเปล่าไปทั่วรีสอร์ทแห่งนี้ได้แบบชิวๆเลยล่ะค่ะ