ขี่อูฐที่โอมาน! กับ 7 เดสทิเนชั่นสุดหรูที่ให้คุณได้ท่องเที่ยวเมืองทะเลทรายดั่งเจ้าชายอาหรับ!
ขี่อูฐที่โอมาน! กับ 7 เดสทิเนชั่นสุดหรูที่ให้คุณได้ท่องเที่ยวเมืองทะเลทรายดั่งเจ้าชายอาหรับ!
Travel

ขี่อูฐที่โอมาน! กับ 7 เดสทิเนชั่นสุดหรูที่ให้คุณได้ท่องเที่ยวเมืองทะเลทรายดั่งเจ้าชายอาหรับ!

ใช้เวลาเดินทางเพียง 8 ชั่วโมงนิดๆ บินจากกรุงเทพมหานคร ด้วยสายการบินแห่งชาติและบริการอันสะดวกสบายกว่า ก็พร้อมแล้วให้คุณได้ตะลุยไปกับความหรูหราดั่งสุลต่านผู้ยิ่งใหญ่!

โปรโมชั่น: บินตรงกรุงเทพฯ - มัสกัต ในราคาเริ่มต้นที่ 17,030 บาท
สำหรับผู้อ่าน HELLO! เท่านั้น

ใครว่าอยากขี่อูฐต้องไปบินไปไกลถึงอียิปต์ล่ะคะ! เมื่อประเทศที่อยู่ร่วมในภูมิภาคเอเชียกับเราก็มีสถานที่ท่องเที่ยสวยๆ ให้คุณได้แปลงกายเป็นเจ้าหญิงและเจ้าชายอาหรับ พร้อมท่องทะเลทรายสวยๆ แต่ไม่ลำบากยากเย็นเหมือนที่อื่น! จดชื่อประเทศ ‘โอมาน’ ไว้เป็นเดสทิเนชั่นต่อไปให้พร้อมเลยค่ะ สวยงาม มาแรง และน่าไปเยือนกว่าที่ไหนในตอนนี้ ใช้เวลาเพียง 8 ชั่วโมงนิดๆ บินจากกรุงเทพมหานคร ด้วยสายการบินแห่งชาติและบริการอันสะดวกสบายกว่า ก็พร้อมแล้วให้คุณได้ตะลุยไปกับความหรูหราดั่งสุลต่านผู้ยิ่งใหญ่!

1. Al Bustan Palace

หลังเครื่องบินลงจอดที่ Muscat International Airport ก็พร้อมไปเช็คอินที่โรงแรม Al Bustan Palace ตกแต่งอย่างหรูหราราวกับปราสาทราชวัง พร้อมงานบริการยิ่งกว่า 5 ดาว เพราะบริหารโดยเครือ A Ritz-Carlton Hotel ตั้งแต่ล็อบบี้ ห้องนอน และสระว่ายน้ำ ทุกอย่างมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะเห็นได้จริงในชีวิตธรรมดา นี่ละจุดเริ่มต้นแห่งการพักผ่อนที่เหมือนไม่มีขอบเขตใดๆ มาขวางกั้นเราได้


2. Sultan Qaboos Grand Mosque

เริ่มต้นทริปด้วยความยิ่งใหญ่ไม่มีใครเหมือน ที่นี่ถือว่าเป็นมิสยิดซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในคาบสมุทรอาหรับ ภายนอกสร้างด้วยสถาปัตยกรรมอิสลาม โดยใช้วัสดุหินอ่อนทั้งหลัง เมื่อเดินเข้ามาด้านในยิ่งขนลุก เพราะจะเจอพรมทอมือผืนใหญ่ไร้รอยต่อ ใช้เวลาทำนานเกือบ 4 ปี และแชนเดอเลียร์สีทองสูง 14 เมตร ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก! หรูหรากว่านี้จะหาได้จากที่ไหน!

โปรโมชั่น: บินตรงกรุงเทพฯ - มัสกัต ในราคาเริ่มต้นที่ 17,030 บาท
สำหรับผู้อ่าน HELLO! เท่านั้น


3. Wadi Shab

วาดิชาบ หรือที่แปลว่า ‘โอเอซิสวาดิ’ คือแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติซึ่งหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วในทวีปเอเชีย เพราะเหมือนคุณหลุดเข้ามาในโลกยุคดึกดำบรรพ์ มีตั้งแต่หาดทราย โขดหิน หน้าผา เดินอยู่ท่ามกลางเทือกเขาสูงตระหง่าน แถมยังมีบ่อน้ำสีฟ้าเทอร์คอยซ์สวยๆ ให้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกอีกด้วย อ้อ ไม่ต้องห่วงถ้าคุณไม่ใช่นักท่องเที่ยวขาลุย ลองเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นชุดพื้นเมืองแล้วแชะภาพลงโซเชียลกันสิ เชื่อแน่ว่าเพื่อนๆ ต้องระดมกันกดไลค์ใส่รัวๆ เลยล่ะค่า!


4. The Restaurant

พักเบรกค่ำคืนแรกด้วยดินเนอร์ที่ไม่ใช่มีแค่แสงเทียน แต่เต็มไปด้วยแชนเดอเลียร์หลายดวงห้อยส่องประกายให้ความโรแมนติก แน่นอนว่าที่นี่เสิร์ฟอาหารตะวันออกกลางเป็นหลักให้คุณได้ลิ้มรสความเป็นพื้นถิ่น แต่ก็ยังมีอาหารตะวันตกและอาหารเอเชี่ยนเมนูอื่นๆ ไว้เป็นตัวเลือกอีกเพียบ พร้อมแพริ่งกับไวน์หลายชนิด หลากประเทศ ตั้งอยู่ในโรงแรม The Chedi ลักชัวรี่ขนาดที่ว่าใครๆ ในเมือง Muscat ก็ต้องรู้จัก

โปรโมชั่น: บินตรงกรุงเทพฯ - มัสกัต ในราคาเริ่มต้นที่ 17,030 บาท
สำหรับผู้อ่าน HELLO! เท่านั้น


5. Oman Fjords

หากพอมีเวลาเราแนะนำให้ออกนอกตัวเมืองซักนิด เพื่อไปหาความสงบแต่ก็ยังคงงานบริการแบบสะดวกสบายให้คุณอยู่ ที่นี่ได้รับการขนามนามว่าเป็นนอร์เวย์แห่งตะวันออกกลาง’ ภาพที่มองเห็นด้วยตาคือทะเลสีเขียวมรกต โอบล้อมด้วยวิวหน้าผาสีเทาตัดกันอย่างสวยงาม สิ่งที่นักท่องเที่ยวชอบทำคือการล่องเรือไม้โบราณชมปลาโลมา และคาบสมุทร โดยมีชาอุ่นๆ และอาหารทานเล่นให้บริการตลอดทั้งทริป!


6. Wahiba Sands

และแล้วก็มาถึงไฮไลท์ของทริปนี้ นั่นก็คือทะเลทรายกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา! ทะเลทรายวาฮิบาตั้งอยู่ห่างจากเมืองมัสกัตประมาณ 190 กิโลเมตร เดินทางด้วยรถยนต์แบบ 4WD เหมือนอยู่ในตะลุยทะเลทรายแบบอเมริกัน แต่เชื่อเถอะว่าคุ้มค่าการเดินทางมากๆ เพราะทะเลทรายแห่งนี้เป็นสีแดงน้ำผึ้ง สามารถพักแคมป์กลางทะเลทราย นอนชมดาว แล้วตื่นเช้าขึ้นมาขี่เจ้าอูฐสุดน่ารัก ใช้ชีวิตดุจเจ้าหญิงและเจ้าชายในนิยายจริงๆ


7. Starwatching Private Camp

เมื่อคุณเดินทางมาถึงทะเลทรายสุดกว้างใหญ่ถึง 100 ตารางกิโลเมตรแห่งนี้แล้ว เราแนะนำว่าให้ลองใช้ชีวิตอยู่ที่นี่สักคืน ปลอดภัยและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบทุกอย่างที่ต้องการ แคมป์แห่งนี้ตกแต่งเหมือนคุณเป็นนักเดินทางในคาราวาน และกำลังพักผ่อนหลังพระอาทิตย์ตกดิน เป็นเต็นท์สีขาวขนาดใหญ่ หรือจะเลือกดินเนอร์กลางทะเลทรายเขาก็จัดให้ได้ ปิดท้ายค่ำคืนที่ทะเลทรายด้วยบรรยากาศน่ารักๆ ภายใต้แสงจันทร์และดวงดาว

ใครจะเชื่อว่าการไปเที่ยวทะเลทรายโอมานจะสะดวกสบายอยู่ห่างจากประเทศไทยนิดเดียว บริการด้วยสายการบินไทย ที่มีเที่ยวบินอาทิตย์ละ 6 เที่ยวบิน (วันอังคาร,วันพฤหัสบดีและวันอาทิตย์) เดินทางจากกรุงเทพฯแวะพักเครื่องที่การาจีประเทศปากีสถานเพื่อไปสู่ประเทศโอมาน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง พร้อมบริการแบบ Full Service ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม การันตีคุณภาพด้วยรางวัล Skytrax 2018 World Airline Awards ถึง 3 รางวัล บินสู่ทุกจุดหมาย #สบายต่างกัน สนใจ คลิก!!


Credit: Pinterest