Home > Watches & Jewellery > Jewellery > อลังการเกินบรรยาย! ยลโฉม 7 เครื่องประดับจาก Cartier ในคอลเลกชั่นแห่งสวรรค์

ล่าสุด Cartier ได้เผยโฉมคอลเลกชั่นไฮจิวเวลรี ‘ซิกเซียม ซองส์ ปาร์ คาร์เทียร์’ (Sixième Sens par Cartier) ที่เปรียบเหมือนยกเอางานศิลปะมาไว้ในฉบับเครื่องประดับ รังสรรค์อัญมณีล้ำค่าอายุนับพันปีออกมาได้อย่างสง่างาม โดยได้แรงบันดาลใจมาจากท่วงท่าของราชาแห่งป่าอย่างตระกูลเสือ ผสานเข้ากับสีสันสุกวาวของอัญมณี ชวนให้นึกถึงสรวงสวรรค์อันไกลโพ้น

ในคอลเลกชั่น ซิกเซียม ซองส์ ปาร์ คาร์เทียร์ (Sixième Sens par Cartier) นี้ เมซงได้หยิบเอาเทคนิคศิลปะเชิง 3 มิติหรือ ทรอมพลุยส์ (trompe-l’oeil) มาใช้ร่วมกับโครงสร้างกราฟฟิก มอบผลงานที่ให้ความรู้สึกคล้ายภาพลวงตา ทั้งยังให้ความสุกสว่างเหนือจินตนาการด้วยองค์ประกอบที่เล่นล้อกับแรงโน้มถ่วง เรียกว่าเป็นคอลเลกชั่นที่ตั้งใจพาคุณออกเดินทางไปสัมผัสความงามของแดนสวรรค์อย่างแท้จริง

แหวนฟาน (Phaan Ring)

เริ่มกันที่ชิ้นแรก แหวนทับทิมที่งดงามจับตากว่าที่คุณเคยเห็นมา ด้วยการออกแบบโครงสร้างที่ลดหลั่นกันไป ทำให้สามารถฝังเพชรทรงเหลี่ยมกุหลาบขนาด 4.01 กะรัตลงไปใต้ทับทิมเม็ดหลักได้โดยตรง โดยรอบประดับด้วยทับทิมหลากหลายขนาด รวมแล้วกว่า 8.20 กะรัต ล้วนได้รับการจัดวางให้ล้อกับแสงจนเกิดเป็นประกายสีแดงงดงาม

แหวนพาเรเลีย (Parhelia Ring)

ถัดมาที่แหวนดีไซน์เอกลักษณ์ประจำเมซง เริ่มออกแบบโดย หลุยส์ คาร์เทียร์ พร้อมตั้งชื่อให้ว่า ลายนกยูง (peacock motif) ดึงดูดทุกสายตาด้วยแซฟไฟร์สีน้ำเงินเข้มขนาด 21.51 กะรัต ผ่านการเจียระไนแบบคาโบซง จึงให้ประกายล้อแสงราวกับเปล่งประกายจากภายใน ล้อมไว้ด้วยเพชรและมรกตทรงโค้ง 5 ชั้น ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากวงกระเพื่อมของน้ำ นอกจากนี้ตัวเรือนด้านบนยังสามารถแยกชิ้นส่วนออก เพื่อนำมาประดับเป็นเข็มกลัดได้อีกด้วย

สร้อยคอแมร์รีด (Meride Necklace)

จุดเด่นของสร้อยเส้นนี้คือความหมดจดของลายหมากรุก การจัดวางเพชร โอนิกซ์ และร็อคคริสตัลแบบสลับซ้อนระดับกัน ก่อให้เกิดเทคนิคลวงตาดูคล้ายภาพเคลื่อนไหว ถ่ายทอดออกมาเป็นสร้อยัญมณีล้ำค่าลายโมเสคที่ร่วมสมัยอย่างที่สุด

สร้อยคอพิกเซลาร์จ (Pixelage Necklace)

สร้อยคอเส้นนี้รวบรวมเอาเสน่ห์ทั้งมวลของเสือแพนเตอร์ไว้ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ประจำเมซงที่มักนำมาใช้คู่การออกแบบตั้งแต่ปี 1914 ตัวสร้อยเส้นนี้จึงคงเอกลักษณ์ต่างๆ ไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นลวดลายดั้งเดิมที่ประกอบสร้างขึ้นจากโอนิกซ์แวววาวแทรกลายดำ สลับด้วยเพชรสีขาว เหลือง และส้ม ก่อนสะกดทุกสายตาด้วยความทรงพลังของโทพาซ 3 เม็ดใหญ่กึ่งกลาง น้ำหนักรวมกว่า 27.34 กะรัต ไปจนถึงการดีไซน์ทรงเรขาคณิตที่ผสานความอ่อนช้อยไว้อย่างลงตัว

สร้อยคออลักซอร์ (Alaxoa Necklace)

ต่อกันด้วยสร้อยคอมรกตเม็ดงามไร้ที่ติ เรียงร้อยเข้าด้วยกันดุจธารน้ำตก แทรกด้วยความสุกสกาวของเพชรน้ำงาม ซึ่งทุกเม็ดล้วนผ่านการคัดโดยช่างฝีมือด้านอัญมณีประจำเมซงว่ามาอย่างพิถีพิถัน ก่อนนำมาประกอบกันด้วย เทคนิคขึ้นเกลียวไหม (threading tecnique) หรือคือการให้อัญมณีทุกเม็ดถูกร้อยเข้าหากันเพื่อสร้างเกลียวและพู่ จากนั้นจึงใช้ข้อต่อโลหะเชื่อมเกลียวพู่ให้ขยายแผ่ออกจากกันคล้ายรูปทรงของพัด โดยที่แต่ละเกลียวพู่ยังสามารถเคลื่อนไหวอย่างอิสระได้ สร้อยคอเส้นนี้จึงดูงดงามและราวกับมีชีวิต

สร้อยคอชาร์คารา (Sharkara Necklace)

ถัดมาที่สร้อยคอทรงแปลกตา รังสรรค์ขึ้นจากเฉดสีอันหลากหลายของทัวร์มาลีนและพิงค์แซฟไฟร์ไล่เฉดชมพู ทั้งยังเพิ่มประกายด้วยสีส้มของโกเมน และความระยิบระยับแวววาวของเพชร โดดเด่นด้วยความสมดุลของเส้นตรงและเส้นโค้ง ซึ่งทั้งหมดล้วนต้องผ่านฝีมือและสายตาของช่างผู้เชี่ยวชาญประจำเมซงจึงจะรังสรรค์ความงามอันรุ่มรวยนี้ออกมาได้

สร้อยคอโกรูซองต์ (Coruscant Necklace)

ปิดท้ายคอลเลกชั่นแห่งความตระการตา ด้วยสร้อยคอเพชรที่ได้รับการเจียระไนถึง 6 รูปแบบ ได้แก่ ทรงว่าว , ทรงแปดเหลี่ยม , ทรงเอเมอรัล , ทรงสามเหลี่ยม , ทรงบาแก็ตต์ และทรงเหลี่ยมเกสร ซึ่งทุกเม็ดถูกร้อยเรียงออกมาอย่างพลิ้วไหวเป็นจังหวะเดียวกัน นอกจากนี้ตรงใจกลางยังประสานเพชร 3 ทรงเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน นั่นก็คือ เพชรทรงว่าว 3 กะรัต , เพชรทรงแปดเหลี่ยม 1.62 กะรัต และเพชรทรงเอเมอรัล 1.52 กะรัต พันเกี่ยวกันออกมาอย่างวิจิตรงดงามเป็นที่สุด