Home > Watches & Jewellery > Watches > แนะนำ 4 เรือนเวลาใหม่จากแบรนด์ดัง ต้อนรับเดือนกันยายน

ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มสาวสายแฟชั่นหรือรักในสไตล์เรียบหรูคลาสสิก หนึ่งในแอ็กเซสซอรี่ที่ต้องมีติดข้อมือก็คือ ‘นาฬิกา’ เพราะนอกจากจะช่วยทำหน้าที่บอกเวลาแล้ว ยังบ่งบอกสไตล์ บุคลิก ไปจนถึงรสนิยมของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี วันนี้ HELLO! เลยขอพาทุกคนมาอัพเดต 4 เรือนเวลาใหม่จากแบรนด์ดัง ที่คัดมาแล้วว่าจะตอบโจทย์ทุกสไตล์ และเมื่ออ่านบทความนี้จบ คุณจะต้องมีเรือนในดวงใจอย่างแน่นอน

Cartier Tank Must

เรือนเวลารุ่นซิกเนเจอร์ของ Cartier ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง โดยนาฬิการุ่นแทงก์นี้ได้รับการรังสรรค์ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 1917 ก่อนจะขึ้นแท่นเป็นนาฬิกาคู่ใจของบุคคลสำคัญเรื่อยมาจนปัจจุบัน และในปีนี้แบรนด์ก็ได้เตรียมที่จะเผยโฉม ‘แทงก์มัสท์’ สมาชิกใหม่ของตระกูลนี้

นาฬิการุ่นแทงก์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากในสมัยนั้นหน้าปัดเรือนเวลาจะเป็นทรงกลม แต่ หลุยส์ คาร์เทียร์ ได้แรงบันดาลใจหน้าปัดทรงผืนผ้านี้มาจากภาพมุมสูงของรถถัง (Tank) อันเป็นที่มาของชื่อรุ่น สำหรับนาฬิการุ่นแทงก์ที่มีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง ปีนี้จึงถือเป็นความท้าทายที่คาร์เทียร์จะนำความหรูหราคลาสสิกกลับมาอีกครั้ง เรียกว่าเหล่าสาวกคาร์เทียร์ต้องคอยเกาะขอบติดตามรอดูเลยว่าดีเทลของรุ่นแทงก์มัสท์ 2021 นี้จะสง่างามขนาดไหน

Audemars Piguet Royal Oak Double Balance Wheel Openworked

ผู้ผลิตเรือนเวลาหรู Audemars Piguet เตรียมเผยโฉมนาฬิการุ่นใหม่ที่จะสะกดทุกสายตา กับเรือนเวลารุ่น ‘Royal Oak Double Balance Wheel Openworked’ ที่เปล่งประกายความงามมาในตัวเรือนพิงค์โกลด์ 18k พร้อมประดับเพชรทรงบาแกตต์กว่า 436 เม็ดตลอดทั้งเรือน

สำหรับใครที่กำลังมองหานาฬิกาเรือนใหม่ไว้ใส่ออกงาน หรือแม้แต่กำลังมองหาของขวัญสำหรับโอกาสสุดพิเศษ นาฬิการุ่นนี้ย่อมตอบโจทย์อย่างแน่นอน เพราะมาพร้อมความประณีตบรรจงขั้นสูงสุดตั้งแต่ขั้นตอนการคัดสรรเพชรที่สมบูรณ์แบบเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นความใส สี หรือทรงเจียระไน นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยดีไซน์หน้าปัดแบบ Skeleton ที่เปิดเปลือยให้เห็นกลไกอันงดงามของเรือนเวลาทั้งจากด้านหน้าและด้านหลัง

Ulysse Nardin Marine Torpilleur Tourbillon Grand Feu

นาฬิการุ่น ‘มารีน ทอร์พิลเลอร์ ตูร์บิญอง กรองด์ เฟอ’ นี้ถือเป็นหัวเรือใหญ่ของคอลเลกชั่นล่าสุดจาก ยูลิส นาร์แดง ก็ว่าได้ ความงามสง่าและคลาสสิกเหนือกาลเวลาของนาฬิการุ่นนี้ ประกอบขึ้นจากตัวเรือนโรสโกลด์ที่มาพร้อมฝาหลังเปิดเปลือยใสด้วยกระจกแซฟไฟร์ เพิ่มความเคร่งขรึมให้ลุคด้วยหน้าปัดลงยาแบบกรองด์ เฟอ (Grand Feu) สีดำ

สำหรับคุณผู้ชายที่ชื่นชอบนาฬิกาสายหนังต้องถูกใจรุ่นนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว ที่นอกจากจะมีความเท่และเรียบหรูแล้ว ยังมาพร้อมสายรัดข้อมือหนังจระเข้สีดำ เพิ่มกลิ่นอายความคลาสสิกเข้าไปให้ลุค และที่สำคัญที่สุดคือนาฬิการุ่นนี้ผลิตขึ้นอย่างจำกัด โดยมีจำนวนเพียงแค่ 175 เรือนทั่วโลกเท่านั้น

Rado True x Great Gardens of the World

ผู้ผลิตเรือนเวลาชั้นนำอย่าง Rado เริ่มจับมือกับนักออกแบบสวน Grandi Giardini Italiani มาตั้งแต่ปี 2017 ทำให้เราสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายและความงดงามของธรรมชาติผ่านเครื่องบอกเวลา และสำหรับคอลเลกชั่นล่าสุดนี้ รุ่นที่สะดุดทุกสายตาคงจะเป็น ‘Chapter 1’ นาฬิกาเรือนงามที่ตัวเรือนและสายรัดข้อมือทำจากเซรามิกสีเทอร์ควอยซ์โดดเด่น

นอกจากนี้หน้าปัดยังทำจากเปลือกหอยมุก ให้เฉดสีที่เข้ากันอย่างลงตัว และแบรนด์ยังได้เก็บเอาความงดงามของธรรมชาติมาไว้บนข้อมืออย่างประณีตบรรจง ด้วยการใช้เทคนิคคลัวซองเน่ (Cloisonné) รังสรรค์ลวดลายที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ รวมไปถึงลวดลายของดอกมะลิที่สวยงามอ่อนช้อย ปิดท้ายด้วยการเติมประกายระยิบระยับที่ตำแหน่งบอกเวลาด้วยเพชร Top Wesselton