Home > Watches & Jewellery > Watches > Van Cleef & Arpels เปิดตัว Poetic Astronomy ความงดงามของห้วงจักรวาลบนข้อมือ!

Poetic Astronomy หรือ ‘บทกวีบอกเวลา’ ถือเป็นแนวคิดหลักประจำคอลเลคชั่น Poetry of Time® ของเมซง ไม่ว่าจะเป็นประกายเจิดจ้าสะกดสายตาของบรรดา 12 หมู่ดาวในจักร์ราศี หรือการเลียนแบบจังหวะเคลื่อนคล้อยของดารานพเคราะห์ กลไกอันทรงประสิทธิภาพ และคงความแม่นยำในการบอกเวลาแบบต่างๆ ล้วนก่อกำเนิดความมหัศจรรย์ของจักรวาลให้ปรากฎขึ้นบนข้อมือของใครต่อใคร

Cr. Van Cleef & Arpels

Van Cleef & Arpels นำมิติแห่งความงามอันโดดเด่นของตน มาสอดแทรกลงสู่ศิลปะของการผลิตนาฬิกาข้อมือ โดยอาศัยรกรากประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์ มาร้อยเรียงเข้ากับแหล่งกำเนิดแรงบันดาลใจ จนกลายเป็นผลงานการออกแบบอันวิจิตร ที่บอกเล่าเรื่องราวแห่งความรัก และโชคชะตา เราจึงเห็นเหล่านางฟ้าและนางระบำปลายเท้า ล้วนย่างก้าวไปตามชั่วโมงที่เคลื่อนคล้อย ในขณะที่จังหวะแห่งธรรมชาติก็ดำเนินไปตามวัฎจักรวาล ซึ่งล้วนดูงามสง่าและมีเสน่ห์หรูหราน่าประจับใจ

Poetic Astronomy หรือ ‘บทกวีแห่งจักรวาล’

นาฬิกาข้อมือคอลเลคชั่น Poetic Astronomy หรือ ‘บทกวีแห่งจักรวาล’ เปิดโอกาสให้เราได้ย่างก้าวไปตามวิถีโคจรของดวงดาวด้วย Lady Arpels Zodiaque Lumineux นาฬิการข้อมือสำหรับผู้หญิงถึง 12 งานออกแบบ ตามหมู่ดาวจักรราศี เพื่อให้คล้องจองกับนาฬิกาข้อมือสำหรับผู้ชายรุ่น Midnight Zodiaque Luineux ซึ่งได้รับการเปิดตัวเป็นครั้งแรกในงานแสดงนาฬิกาโลก SIHH 2018 ผลงานสร้างสรรค์นาฬิการข้อมือทั้ง 12 แบบนี้ คือการจำลองประกายสุกสว่างของเหล่าดาราบนท้องฟ้า โดยอาศัยกลไก light-on-demand หรือ ‘ระบบสั่งงานแสงตามความต้องการ’ ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2016 สำหรับใช้กับนาฬิกาข้อมือ Midnight Nuit Lumineuse ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติอันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะเมซง

หลอมรวมทักษะความชำนาญในแขนงต่างๆ

ประกายแสงเจิดจ้าสะกดสายตาของนาฬิการข้อมือ Midnight Lumineux แบบต่างๆ ล้วนมีจุดกำเนิดมาจากปรากฎการณ์ที่เรียกว่า Piezoelectricity อันหมายถึงกระแสไฟฟ้า ที่เกิดจากวัสดุเพียโซอิเล็กทริก (เซรามิกคุณสมบัติพิเศษชนิดหนึ่ง) ซึ่งถูกค้นพบตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 และ Van Cleef & Arpels ได้ทำการพัฒนากลไกพิเศษ ด้วยการนำวัสดุชนิดนี้มาเจียนเป็นแผ่นบางๆ ดุจใบมีด ซึ่งเมื่อได้รับแรงสั่นจากการขับเคลื่อนกลไกนาฬิกาข้อมือ ก็จะทำการแปรค่าให้กลายเป็นกระแสไฟฟ้า ลำเลียงไปสู่หลอดไฟ LED 4-6 หลอด ด้วยการกดปุ่มสั่งงานเท่านั้น แสงไฟก็จะส่องสว่างขึ้นจากทางด้านหลัง ผ่านลูกปัดลงยาเนื้อโปร่งแสงที่ฝังแน่นอยู่บนหน้าปัด เป็นเวลาประมาณ 3 วินาที

ส่วนหน้าปัดในรุ่นต่างๆ ที่ดูโลดแล่นดุจมีชีวิตนั้น ล้วนเป็นผลงานที่ระดมทักษะความชำนาญจากแผนกต่างๆ ในโรงงานของ Van Cleef & Arpels ที่เมืองเมย์แร็ง ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทองคำขาวถูกนำมาหล่อแบบ สลักเสลาอย่างวิจิตรบรรจงทีละชิ้นๆ สัญลักษณ์ประจำราศีต่างๆ บนนาฬิกาข้อมือบุรุษ โดดเด่นอยู่บนพื้นหน้าปัดลงยาสีน้ำเงินเข้ม ดุจเดียวกับสีผืนฟ้ายามราตรี ส่วนสัญลักษณ์ประจำราศีต่างๆ บนนาฬิกาข้อมือสตรี ก็ล้วนตกแต่งด้วยทองคำขาว ผสมผสานกับรัตนชาติอันเลอค่าและงานลงยา โดยล้อแสงทอประกายของสีน้ำเงินเหลื่อมเฉด ร่วมกับงานลงยาเฉดต่างๆ นอกจากนี้ยังใช้ลูกปัดลงยาเป็นตัวแทนของดวงดาวตามจุดต่างๆ ที่บางเม็ดก็เปล่งแสงสุกสกาวได้เหมือนจริง!

ความเป็นผู้หญิงในห้วงกาแล็กซี่

Van Cleef & Arpels ได้จำลองเวิ้งสุริยจักรวาลมาไว้บนหน้าปัดนาฬิกา Lady Arpels Planétarium ด้วยระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติอย่างสมจริง โดยมีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางการโคจรของดาวเคราะห์ คือดาวพุธ ดาวศุกร์และโลก พร้อมดาวบริวารคือดวงจันทร์ ซึ่งดาวเคราะห์แต่ละดวงจะเคลื่อนตัวโคจรรอบดวงอาทิตย์ด้วยความเร็วตามจริง คือดาวพุธใช้เวลา 88 วัน ดาวศุกร์ใช้เวลา 224 วัน และโลกใช้เวลา 365 วัน ไฮไลท์คือดวงจันทร์เพชรเดี่ยว ที่โคจรรอบโลกด้วยเวลา 29.5 วัน โดยจะทอประกายแสงขึ้นมาในทุกตำแหน่งใหม่ของแต่ละวัน

นาฬิกา Lady Arpels ได้มีการปรับขนาดตัวเรือนให้รองรับกับสรีระของผู้หญิงด้วย โดยตัวเรือนมีขนาดเส้นผ้าศูนย์กลาง 38 มม. ฝังเพชรเดินขอบข้างและเต็มกรอบหน้าปัด เพื่อรองรับการตั้งกลไกขับเคลื่อน ซึ่งได้รับการออกแบบใหม่ สำหรับใช้กับนาฬิกาข้อมือขนาดเล็กกว่าผลงานต้นแบบ นอกจากนี้ยังเพิ่มความซับซ้อนด้วยดาวหางทองคำเคลือบโรเดียม ซึ่งทำหน้าที่บอกเวลาระหว่างเคลื่อนตัวโคจรรอบกรอบหน้าปัด แถมยังมาพร้อมกับสายคาดสองตัวเลือกให้เหมาะกับโอกาสในการใช้งาน นั่นคือสายคาดหนังจระเข้สีน้ำเงิน เฉดเดียวกับโทนสีของหน้าปัด และสายคาดโลหะฝังเพชรล้วน ที่ดูกลมกลืนกับตัวเรือน

เลือกสรรวัสดุให้เหมาะกับการใช้งาน

Van Cleef & Arpels ให้ความพิถีพิถันในการเลือกวัสดุและกรรมวิธี ในการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหล่านั้น ให้ตรงกับขนบธรรมเนียมของงานเครื่องประดับอัญมณี และการผลิตนาฬิกาข้อมือ จึงใช้ทองคำสีกุหลาบจรัสเปลวรัศมีอยู่กึ่งกลางหน้าปัด แล้วใช้แผ่นแม่มุกสีชมพูต่างดาวพุธ และหินไข่นกการเวกต่างดาวเคราะห์โลก ใช้ลูกปัดลงยาต่างดาวศุกร์ และเพชรเดี่ยวสุกสกาวต่างดวงจันทร์ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็เพื่อให้ผลงานสร้างสรรค์ชิ้นนี้ สามารถถ่ายทอดอารมณ์ล้ำลึกของห้วงจักรภพอันงดงาม ควบคู่ไปกับความวิจิตรบรรจงจากฝีมือของเหล่าสุดยอดช่างศิลป์อัญมณีนั่นเอง