มหัศจรรย์คอลเลคชั่นใหม่! เมื่อ Pop Art โลดแล่นอยู่บนเครื่องเพชรชั้นสูง BVLGARI Wild Pop
Watches & Jewellery

มหัศจรรย์คอลเลคชั่นใหม่! เมื่อ Pop Art โลดแล่นอยู่บนเครื่องเพชรชั้นสูง BVLGARI Wild Pop

Wild Pop แรงบันดาลใจจากบทเพลง "เวลาที่คุณเห็นเครื่องเพชรรูปซินธิไซเซอร์ คุณก็จะรู้สึกเหมือนสามารถเล่นมันได้จริงๆ"

ในขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าที่กรุงโรม Stadio de Marmi ก็เต็มไปด้วยแสงดาวพราวพร่าง เพื่อฉลองการเปิดตัวเครื่องเพชรชั้นสูงในคอลเลคชั่นใหม่ของ Bvlgari งานเลี้ยงสุดหรูครั้งนี้เปรียบเสมือนบทกวีเลอค่าในยุค 80s ซึ่งแต่งขึ้นมาเพื่อเป็นอภินันทาการแด่ Andy Warhol เป็นพิเศษ เมื่อคืนวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ กรุงโรม ประเทสอิตาลี

ค่ำคืนนั้นรายรอบไปด้วยกลิ่นอายยุค 80s ที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของความอิสระเสรี ดื่มด่ำไปกับการแสดงสุดพิเศษและวงดนตรีโด่งดังในยุค แต่ก็ไม่มีใครสามารถเข้าใกล้การโชว์เครื่องเพชรสุดเล่อค่าบนรันเวย์ได้ ในช่วงเวลาที่เปิดซาวด์แทร็กนั้น เหล่านางแบบต่างมารวมตัวกันเวทีกลาง แล้วแต่ละคนก็วาดลวดลายการโชว์เครื่องเพชรในแบบที่ไม่ซ้ำใครให้ได้ชม

Andy Warhol

Wild Pop เครื่องเพชรในคอลเลคชั่นสุดล้ำเลิศนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากบุคคลที่ยิ่งใหญ่และมีจิตวิญญาณแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่ราชาแห่งงานศิลปะแนวป๊อบอาร์ต Andy Warhol หลงใหลเป็นนักหนา เครื่องเพชรในคอลเลคชั่นนี้มีจุดเริ่มต้นตอนที่ Andy Warhol ได้พูดคุยกับ Nocola Bulgari ว่า "ผมคิดว่าเครื่องเพชรของคุณมีความเป็นยุค 80s มาก" แถมยังบอกด้วยว่า "ใครๆ ต่างก็พยายามจะก๊อปปี้ลุคนี้กัน" แต่นิโคลาตอบกลับไปว่า "ไม่มีใครก๊อปปี้ได้หรอก เพราะเรามักจะรวมหัวกันคิดเพื่อทำให้ดีขึ้น...ดีขึ้นกันอยู่เสมอ"

คำพูดเพียงประโยคเดียวในการสนทนาระหว่าง Andy Warhol กับ Nocola Bvlgari จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ Wild Pop เครื่องเพชรคอลเลคชั่นใหม่นี้ ซึ่งไม่เป็นเพียงอภินันทนาการแด่ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ในช่วงเวลาสุดพิเศษของเขาเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวแทนความล้ำค่าของ BVLGARI ที่ได้นำอัญมณีหายากมาเรียงร้อยในรูปแบบที่ไม่ธรรมดา ซึ่งเป็นสไตล์ที่ใครเห็นแล้วต้องนึกถึงมาตราฐานชั้นสูงที่ชวนหลงใหลของ BVLGARI

นิทรรศการ Wild Pop ได้แรงบันดาลใจจากแอนดี้ วอร์ฮอล จัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์

Bvlgari Wild Pop ได้เฉลิมฉลองความมีเสน่ห์นวัตกรรม และไหวพริบของ BVLGARI โดยนำเสนอในรูปแบบใหม่ในความล้ำค่าของแบรนด์ โดยใช้ไหวพริบของศตวรรษที่ 21 ความคิดแรกเริ่มสำหรับเครื่องเพชรในคอลเลคชั่นนี้ เกิดขึ้นตอนที่ Lucia Silvestri ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ BVLGARI ได้ไปเยี่ยมชม Andy Warhol Foundation ในกรุงนิวยอร์ก แล้วเห็นแคตตาล็อค Bvlgari และจดหมายโต้ตอบในที่เก็บเอกสารสำคัญของศิลปิน "ฉันอยากจะทำอะไรที่สุดพิเศษระหว่าง Bvlgari กับ Andy Warhol” การได้เห็นของที่ระลึกของแอนดี้นั้น ทำให้ลูเซียได้ไอเดียว่าเครื่องเพชรของ Bvlgari จะแหวกแนวได้ขนาดไหน บทเรียนสำคํญที่เธอได้เรียนรู้จากการทำงานเคียงข้าง Nicola Bulgari และ Paolo Bulgari ก็คือ "คุณจะต้องกล้าหาญ"

นิทรรศการ Wild Pop ได้แรงบันดาลใจจากแอนดี้ วอร์ฮอล จัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์

ซาวด์แทร็กในยุค 1980s ดังก้องอยู่ในจิตใจของลูเซีย ในขณะที่เธอทำงานในคอลเลคชั่น Wild Pop เธอนึกถึงมาดอนน่าและเดวิด โบวี่ รวมทั้งซินธิไซเซอร์และไมโครโฟน ที่ปรากฎอยู่ในมิวสิควิดีโอทาง MTV ซึ่งนั่นก็คือชิ้นงานสุดแสนเร้าใจในคอลเลคชั่น Wild Pop ที่ได้แรงบันดาลมาจากบทเพลง "เวลาที่คุณเห็นเครื่องเพชรรูปซินธิไซเซอร์ คุณก็จะรู้สึกเหมือนสามารถเล่นมันได้จริงๆ" ลูเซียบอก ส่วนไมโครโฟนอันโดดเด่นนั้นก็ได้รับการออกแบบเป็นสร้อยคอ สร้อยข้อมือ และเข็มกลัด Pop Mics โดยใช้แอเมทิสต์ เพอริโด รูเบลไลต์ และอความารีน ที่มีรูปทรงพิเศษ เพื่อทำให้ส่วนบนของไมโครโฟนเพชรและหินโอนิกซ์ดูมีสีสันขึ้นมา

นิทรรศการ Wild Pop แรงบันดาลใจจากแอนดี้ วอร์ฮอล จัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์

ในปี 2018 เราได้มาถึงจุดเปลี่ยนทางด้านเทคโนโลยี่ นวัตกรรม แฟชั่น และวัฒนธรรม บทบาทต่างๆ กำลังเปลี่ยนแปรไปและกำลังนำกลับมาทำใหม่ด้วยความเร็วประดุจแสง เครื่องเพชรในคอลเลคชั่น Wild Pop ลูเซียได้สรรค์สร้างขึ้นจากความสั่นสะท้านและความกล้าหาญแห่งช่วงเวลาปัจจุบัน นี่จึงเป็นงานศิลปะที่ต้องใช้เวลาอันเป็นเอกลักษณ์ของ Bvlgari โดยใช้อัญมณีสุดล้ำค่าที่นำมาร้อยเรียงแบบไม่ธรรมดา สีสันคือสัญญลักษณ์แห่งความมีคุณภาพสูงในสไตล์ Bvlgari และคอลเลคชั่นนี้ได้สั่นสะเทือนความมีชีวิตชีวาเต็มขีดความสามารถ ไม่ใช่แค่ธีมของคอลเลคชั่นนี้เท่านั้นที่เปรี้ยวซ่า แต่สีสันละลานตานั้นก็แซ่บไม่แพ้กันด้วย

เครื่องเพชรชั้นสูงทั้งคอลเลคชั่นนี้คือ ความล้ำค่า แต่มีอยู่สองสามชิ้นที่ดูโดดเด่นเตะตามากที่สุด

สร้อยคอ Queen of Pop นำโครงร่างของเครื่องเพชรในยุค 80s มาตีความใหม่ด้วยรูปทรงที่แปลกตาและแซพไฟร์อันชวนหลงใหลขนาด 24.80 กะรัต ที่นำมาผสมผสานกับเพชรทรงบาร์เกต ทัวร์มาลีนสีมิ้นท์ และแซพไฟร์ สร้อยคอที่สุดพิเศษเส้นนี้จึงมีคำว่า "Pop” จารึกเอาไว้ในเครื่องเพชรชั้นสูงนี้ได้ ความกล้าหาญ ความคาดเดาไม่ได้ และความมั่นใจ คือกฎในการออกแบบอันแสนเลอค่าของ Bvlgari

สร้อยคอ Precious Ruffle

สร้อยคอ Precious Ruffle ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ามีเสน่ห์ดึงดูด โดยใช้มรกตโคลัมเบียขนาด 65.4 กะรัต อันแสนจะงดงามปราณีต ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากเจ้าหญิงแคโรไลน์แห่งโมนาโก แนนซี่ รีแกน และเจน ฟอนดา ผู้ที่มีอิทธิพลที่สุดในยุคนั้น

สร้อยข้อมือ The Curls,My Love

สร้อยข้อมือและแหวน The Curls , My Love ที่ทำจากไททาเนี่ยมและทองคำขาว เป็นอะไรที่มีเสน่ห์ดึงดูดเหลือหลาย เพื่อมอบเป็นอภินันทนาการแด่โรลม้วนผมไฟฟ้าที่ผู้หญิงใช้กันในยุค 80s ในการทำผมให้ดูพองๆ แบบที่เรียกว่า "บิ๊กแฮร์" ที่คงความเป็นเอกลักษณ์มานานนับสิบปี "ยิ่งสูงก็...ยิ่งแซ่บ ยิ่งหยิกเป็นลอน...ก็ยิ่งดี!” เป็นกฎแฟชั่นที่ Bvlgari นำมาทำให้เป็นอมตะในรูปลอนเพชรสุดเพริศแพร้ว แล้วปิดทับด้วยมรกตทรงหลังเบี้ย

Serpenti My Handcuff Watch

Serpenti My Handcuff Watch ในคอลเลคชั่น Wild Pop แล้วจะต้องนึกถึงบรรยากาศของหนังเรื่อง Miami Vice ขึ้นมาทันที นี่เป็นกำไลข้อมือที่ใช้หินมาลาไคต์รูปหกเหลี่ยม 30 ชิ้นปิดอยู่โดยรอบกำไล โดยมีเพชรรูปงูเลื้อยซ้อนทับอยู่บนนั้น รวมทั้งการฝังเพชรอยู่บนทองคำขาว และประดับด้วยรูเบลไลต์

สร้อยคอ Happy Leaves

สร้อยคอ Happy Leaves ได้แรงบันดาลใจมาจากการใช้สมุนไพรเพื่อการสันทนาการ ซึ่งประกอบไปด้วยทองคำขาว เพชรฝังจิกไข่ปลา 14.63 กะรัต และมรกตฝังจิกไข่ปลา 5.60 กระรัต นี่คืองานสุดเลิศหรูที่พรรณนาถึงมนต์ขลังที่ทำให้ผู้คนในรุ่นนั้นต่างหลงใหลไปกับความฝัน และการปลดปล่อยอารมณ์ไปกับจินตนาการ

ความเป็นแก่นแท้ของชาวโรมันที่ดูขัดแย้งกับจิตวิญญาณที่แตกแยกในคอลเลคชั่น Wild Pop ซึ่งเป็นคอลเลคชั่นสุดแสนมหัศจรรย์คอลเลคชั่นใหม่ ที่ชวนให้นึกถึงการผจญภัยและความกล้าหาญ โดยใช้การเพิ่มขีดความสามารถและการทดลองในยุค 80s แล้วนำมาเชื่อมโยงกับความขี้เล่นซุกซนและความเป็นไปได้ของยุคนี้

คอลเลคชั่น Wild Pop คือความสดใสจากกรุงโรม และ BVLGARI ที่ไม่อาจปฎิเสธได้

----------------------------------------------------------------------------------------------