Shinsoko Sushi ฉลองครบรอบ 2 ปีกับชาบูน้ำซุปปริศนาและมื้ออาหารพรีเมียม
Shinsoko Sushi ฉลองครบรอบ 2 ปีกับชาบูน้ำซุปปริศนาและมื้ออาหารพรีเมียม
Wine & Dine

Shinsoko Sushi ฉลองครบรอบ 2 ปีกับชาบูน้ำซุปปริศนาและมื้ออาหารพรีเมียม

รวมหลากเมนูอาหารญี่ปุ่นสุดพรีเมียมทั้งซูชิ ซาซิมิ และชาบูน้ำซุปปริศนา!!

เป็นอีกครั้งที่คออาหารญี่ปุ่นอย่างเราตื่นเต้นสุดๆ เมื่อได้รับเชิญให้ไปร่วมงานครบรอบ 2 ปี ของร้านอาหาร Shinsoko Sushi (ชินโซะโคะ ซูชิ) ที่ตั้งอยู่ใกล้กับ Japan town ในซอยสุขุมวิท 26 ยิ่งคราวนี้ทางชินโซะโคะแอบกระซิบมาว่า มีชาบุน้ำซุปปริศนา รอให้มาชิม บอกเลยว่าพลาดไม่ได้แล้ว...

ร้านชินโซะโคะ ซูชิ เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีความหมายลึกซึ้ง โดยคำว่า ชิน แปลว่า ‘หัวใจ’ ส่วนคำว่าโซะโคะ แปลว่า ก้นบึ้ง เมื่อเอามารวมกันจึงเป็น ‘ก้นบึ้งของหัวใจ’ นั่นจึงเป็นที่มาของการทำอาหารและการบริการจากก้นบึ้งของหัวใจของร้านเลยก็ว่าได้

HELLO! เคยไปเยือนชินโซะโคะ ซูชิ มาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งเราก็ประทับใจมาก ทั้งอาหารที่มีวัตถุดิบสดใหม่ การบริการจากพนักงานที่ดีเยี่ยม รวมถึงการปรุงอาหารทุกเมนูอย่างพิถีพิถัน  ซึ่งเชฟแต่ละคนได้ออกมาแสดงฝีมือให้เห็นกันแบบจะจะจนอดร้องว้าวไม่ได้

Shinsoko Sushi

ว่าแล้วก็มาเริ่มที่เมนูแรกแบบ A La Carte กันก่อนเลยดีกว่า เป็นเมนูกินเล่นแบบง่ายๆ แต่ถ้ากินเยอะก็มีจุก Crunchy Rolls หรือเทมปูระมากิ เป็นการนำเอาเทมปูระมาม้วนเป็นโรลกับข้าวญี่ปุ่น ไข่กุ้ง กากเทมปูระ ราดซอสแล้วใส่อโวคาโดกับตัวกุ้งก่อนจะม้วนด้วยสาหร่าย เมื่อกินเข้าไปจะรู้สึกถึงความกรอบแบบพอดีๆ ซึ่งทางร้านบอกเราว่า เชฟจะทอดด้วยกรรมวิธีดั้งเดิมแบบญี่ปุ่น เวลาวางเทมปูระไว้นานแค่ไหนก็ยังกรอบอยู่เสมอ ซึ่งนั่นก็จริง ขนาดเรากินเกือบครบคอร์สแล้ว พอลองมาหยิบกินอีกครั้ง ยังมีความกรุบกรอบอยู่เลย

Shisoko Sushi

Shirauo Salad สลัดปลาเงิน เสิร์ฟพร้อมไข่ตุ๋นนุ้มนุ่มกับแซลมอนสด โดยส่วนตัวแล้วสลัดปลาเงินมีรสชาติโออิชิมาก ทางเราปลื้มปริ่มกับน้ำสลัดของทางร้านที่มีรสอูมามิ กินคู่กับไข่ตุ๋นไส้แปะก๊วยและเห็ดหอม เข้ากั๊นเข้ากันอย่าบอกใคร

ถัดมาที่ Mini Shinsoko Sushi ชุดปลาดิบรวมที่มีแต่ปลาคุณภาพเกรดพรีเมียม เช่น ปลาทูน่า ปลาแซลมอน 

Shisoko Sushi

แต่ดาวเด่นด้านปลาดิบขอยกให้กับ Bara เป็นการนำเอาปลาดิบหลากหลายชนิดมาหั่นเป็นลูกเต๋า เวลากินให้ห่อสาหร่ายเป็นกรวย มันจะฟินมากกกกกกกกก

Shisoko Sushi

ต่อมาไปที่โซนซูชิกันบ้าง ทางร้านโชว์เมนูนี้เป็นหลักคือ เอนกาวะซูชิ ซูชิครีบปลาตาเดียว กินคู่กับน้ำจิ้มพอนซึ กับแซลมอนทาบุริ แซลมอนที่นำไปเบิร์นไฟแบบพอกรุบกริบ ซึ่งรสชาติจะแตกต่างจากซาชิมิโดยสิ้นเชิง ยิ่งฟินเพิ่มขึ้นไปอีกเมื่อนำไปราดด้วยซอสหวาน

Shisoko Sushi

ปูทะระบะท็อปด้วยฟรัวกราส์และคาเวียร์ เมนูที่มีความ elegant อยู่ในตัว ด้วยความใหญ่ของก้ามปูทะระบะเนื้อนุ่มปะทะกับฟรัวกราส์รสเฉพาะของทางร้าน วางท็อปด้วยคาเวียร์และทองคำเปลว บอกเลยว่าเป็นเมนูที่ดูแพง แต่ราคาจับต้องได้แน่นอน!

 

และแล้วก็ได้เวลาเฉลยที่มาของ ‘ชาบูน้ำซุปปริศนา’ กันแล้วววววว หลังจากที่อิ่มกันจุกๆ เราคิดว่ามื้อนี้จะจบลงแล้ว แต่ไม่ค่ะ เราไปเจอเซอร์ไพรส์จากทางร้านที่ตั้งหม้อไฟไว้สี่ห้าที่ พร้อมกับบอกให้เรานั่งแล้วให้ทายว่าน้ำซุปนี้มีที่มาจากอะไร แวบแรกที่ได้ชิม รู้สึกเหมือนมีรสชาติของขิง เหมือนกลิ่นเครื่องเทศ ทายไปทายมา ไม่ถูกสักที ทางชินโซะโคะเลยเฉลยว่า น้ำซุปนี้ทำมาจากโสม ซึ่งนั่นทำเอาทุกคนตาโต เพราะไม่ว่านี่คือกลิ่นและรสชาติของโสม เนื่องจากว่ามันละมุนมาก

สักพักหนึ่งพนักงานก็จัดเสิร์ฟเนื้อชั้นดีมาให้ ทางเราก็จุ่มนับไป 6 ที แล้วจิ้มน้ำจิ้มที่วางถ้วยเรียงกันสามถ้วยได้แก่ น้ำจิ้มพอนซึของร้าน น้ำจิ้มงา และน้ำจิ้มสุกี้แบบกวางตุ้ง เราเลือกจิ้มนำ้จิ้มพอนซึที่ไม่เหมือนร้านอื่น จุ่มไปจุ่มมาก็เกิดแฮชแทกที่คิดขึ้นมาแบบขำๆว่า #Helloจุก เพราะแต่ละเมนูคืออัดแน่นมาก จนคิดว่ากินข้าวเย็นต่อไม่ได้แน่ๆ

ปิดท้ายด้วยของหวานที่เจ้าของร้านเกิดไอเดียเองคือ ไอศกรีมข้าว เสิร์ฟพร้อมเมลอนหวานฉ่ำกำลังดี และเจลลี่เมเปิลไซรัป ที่ไม่ว่าจะกินกี่ครั้งต้องขอสักเพิ่มทุกครั้งเลย

ขอขอบคุณ ชินโซะโคะ ซูชิ (Shinsoko Sushi)